
บุกตรวจเนอร์สซิ่งโฮมกาญฯ พบ “เตียงลูกกรง- ยาฆ่าแมลงปนที่เก็บวัตถุดิบ" จ่อเพิกถอนใบอนุญาต
สบส. ลงสอบเนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จากเหตุร้องทำร้ายผู้รับบริการ จ่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย รับมีการติดตามประเมินภายหลังได้รับอนุญาต
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ลงตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุ หรือเนอร์สซิ่งโฮมแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังมีหญิงสูงอายุร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า ถูกนำไปกักขังและทำร้ายร่างกายภายในสถานที่ดังกล่าว
ผลตรวจเบื้องต้นพบความผิดปกติหลายด้าน โดยเฉพาะสภาพสถานที่ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้รับอนุญาต ทั้งห้องลูกกรงเหล็กที่ล็อกกุญแจจากภายนอก ลวดหนามหีบเพลงที่ขึงรอบพื้นที่ให้บริการ และเตียงผู้รับบริการที่ถูกดัดแปลงเพิ่มโครงเหล็กลักษณะคล้ายลูกกรงสำหรับครอบปิด
นอกจากนี้ สถานประกอบการได้รับอนุญาตให้รองรับผู้รับบริการ 50 เตียง แต่วันที่เข้าตรวจพบถึง 129 เตียง หรือมากกว่าใบอนุญาต 79 เตียง ขณะที่พื้นที่ให้บริการซึ่งได้รับอนุญาตไว้ 1,600 ตารางเมตร ถูกขยายเป็น 4,641 ตารางเมตร
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่า สถานดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ขึ้นทะเบียนกับศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 ในประเภทกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง
การตรวจครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีร้องเรียน โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายทันทีหากพบการกระทำผิดมาตรฐาน
พบปัญหาตั้งแต่สถานที่ถึงครัว
นอกจากจำนวนเตียงและการดัดแปลงสถานที่ เจ้าหน้าที่ยังพบปัญหาด้านความปลอดภัยและสุขาภิบาลหลายรายการ ได้แก่ ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย พื้นห้องน้ำทรุดและแตกร้าว ผนังและบริเวณประตูมีรอยแยก จุดพักขยะจัดการไม่ถูกต้อง รวมถึงพื้นที่ต่างระดับที่ไม่มีบันไดถาวรและราวจับ
ด้านสุขาภิบาลอาหาร พบพื้นที่ปรุงและเตรียมอาหารไม่เป็นสัดส่วนและไม่สะอาด ระบบระบายอากาศไม่ได้มาตรฐาน การเก็บภาชนะและอุปกรณ์เตรียมอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ
ที่น่ากังวลคือ เจ้าหน้าที่พบยาฆ่าแมลงถูกเก็บปะปนกับวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร
พบผู้ป่วยจิตเวช-หลังบำบัดยาเสพติด ไม่ตรงประเภทที่อนุญาต
การตรวจสอบยังพบผู้รับบริการบางส่วนไม่ตรงกับประเภทกิจการที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ผู้ที่ได้รับยาจิตเวช และผู้ป่วยหลังบำบัดยาเสพติด
จากการตรวจเวชระเบียนของผู้รับบริการ เจ้าหน้าที่ยังไม่พบใบรับรองคำวินิจฉัยจากแพทย์สำหรับการนำผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับบริการตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559
กรม สบส. ระบุว่าจะรวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนพิจารณามาตรการทางปกครอง ซึ่งอาจถึงขั้น พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผลการตรวจดังกล่าวเป็นข้อมูลจากการตรวจสอบเบื้องต้นของกรม สบส. ส่วนข้อร้องเรียนเรื่องการกักขังและทำร้ายร่างกายยังเป็นข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การตรวจสอบ จึงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปความผิด
เนอร์สซิ่งโฮมต้องมีมาตรฐานอะไร?
นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรม สบส. ระบุว่า สถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงต้องผ่านมาตรฐานตามกฎหมาย ทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย สุขาภิบาล และการให้บริการ
สถานที่ต้องมั่นคงและปลอดภัย แบ่งพื้นที่บริการชัดเจน มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างเหมาะสม รวมถึงมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ระบบป้องกันอัคคีภัย สัญญาณเตือนภัย และอุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ
ด้านการให้บริการ ต้องมีแนวทางส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้รับบริการ รวมถึงมาตรการป้องกันผู้รับบริการจากการถูกกระทำต่อร่างกายและจิตใจ
อย่างไรก็ตาม สถานประกอบการจะได้รับการตรวจประเมินก่อนอนุญาต (Pre-Audit) และติดตามภายหลังได้รับอนุญาต (Post-Audit)
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไม่ได้มาตรฐาน ในกรุงเทพฯ สามารถแจ้งกรม สบส. ที่หมายเลข 02-193-7002ส่วนต่างจังหวัดสามารถแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพในพื้นที่







