
“อนุทิน” ยืนยันไม่แก้ กม.บัตรทอง ไม่มีร่วมจ่าย-ไม่ตัดสิทธิประชาชน
“อนุทิน” ยืนยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดแก้กฎหมายบัตรทองเพื่อตัดสิทธิประชาชน ไม่มีระบบร่วมจ่าย หรือ Copayment ย้ำงบสุขภาพเป็นเรื่องแรกที่หารือกับสำนักงบประมาณ พร้อมชูหลัก “สิทธิรักษาต้องยึดความจำเป็นของผู้ป่วย” หลัง P-MOVE และเครือข่ายกว่า 4,000 คน ยื่นหนังสือคัดค้าน
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อตัดสิทธิประโยชน์ของประชาชน รวมถึงไม่มีแนวคิดนำระบบร่วมจ่าย หรือ Copayment มาใช้ในระบบบัตรทอง
คำยืนยันดังกล่าวมีขึ้นหลังตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 10 องค์กร พร้อมภาคีเครือข่ายกว่า 4,000 คน ในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องใน “วันที่อยู่อาศัยโลก” โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญคือการคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่อาจกระทบต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง”
นายอนุทินกล่าวว่า สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้จากประสบการณ์ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยที่ผ่านมาไม่มีนโยบายตัดสิทธิประโยชน์ด้านหลักประกันสุขภาพของประชาชน
“ถามว่ามีครั้งไหนไหมที่ผมจะตัดสิทธิประโยชน์ของประชาชนในเรื่องหลักประกันสุขภาพ ไม่มีนะครับ ถ้าจะปรับเปลี่ยนก็คือแก้ไขให้ดีขึ้น ครอบคลุมการรักษา ครอบคลุมโรคมากขึ้น คุณภาพการรักษาดีขึ้น ครอบคลุมอายุผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น”
นายอนุทินยังกล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับระบบบัตรทองว่า ไม่ควรเชื่อข้อมูลว่ารัฐบาลจะลดหรือตัดสิทธิด้านสุขภาพ เพราะสิทธิที่ประชาชนได้รับแล้ว โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ไม่ควรถูกลดลง
“อย่าไปฟังคนโน้นคนนี้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะไปแก้ไข ตัดโน่นตัดนี่ เป็นไปไม่ได้ อะไรที่ให้ประชาชนโดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ ไม่สามารถตัดได้ มีแต่จะเพิ่มขึ้น”
พร้อมย้ำอย่างชัดเจนว่า “ยืนยันไม่มีการแก้ไขกฎหมาย ไม่มีการร่วมจ่าย ไม่มี Copayment เรื่องนี้ไม่มีอยู่ในหัว”
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ในการจัดทำงบประมาณแต่ละปี ประเด็นแรกที่หารือกับสำนักงบประมาณคือ การมีงบประมาณเพียงพอสำหรับดูแลสุขภาพของประชาชนหรือไม่ สะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน
นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมชูธงข้อความ “สิทธิรักษาต้องยึดความจำเป็นของผู้ป่วย” ซึ่งเป็นหลักการที่เครือข่ายภาคประชาชนใช้รณรงค์เกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สำหรับการยื่นหนังสือครั้งนี้ นำโดย นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) และกรรมการบริหารสลัม 4 ภาค พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน โดยมีนายนิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมยื่นข้อเรียกร้อง
นอกจากประเด็นบัตรทอง เครือข่ายยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัย โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมรับฟังข้อเสนอ
ภายหลังได้รับคำยืนยันจากนายกรัฐมนตรี เครือข่ายภาคประชาชนระบุว่าจะนำคำยืนยันดังกล่าวไปสื่อสารต่อประชาชน พร้อมติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลต่อข้อเสนอที่ยื่นไว้อย่างใกล้ชิด







