posttoday
มาแล้ว! Anthropic ตั้งแล็บรุก AI ค้นคว้ายา ขณะที่โลกเร่งวางกรอบกำกับงานวิจัยสุขภาพด้วย AI

มาแล้ว! Anthropic ตั้งแล็บรุก AI ค้นคว้ายา ขณะที่โลกเร่งวางกรอบกำกับงานวิจัยสุขภาพด้วย AI

21 กันยายน 2569

Anthropic ตั้งห้องปฏิบัติการชีววิทยา เชื่อม Claude เข้ากับการทดลองในโลกจริง หวังเร่งการพัฒนายาและวิธีรักษาโรคที่วงการยังมีข้อจำกัด

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ว่า Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude ได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการชีววิทยา ในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก เพื่อขยายการใช้ปัญญาประดิษฐ์จากการประมวลผลและจำลองผลบนคอมพิวเตอร์ ไปสู่การทดลองทางชีววิทยาในโลกจริง

 

เอริก เคาเดอเรอร์-เอบรัมส์ หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพของ Anthropic ยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า บริษัทดำเนินงานในห้องปฏิบัติการแล้ว โดยมองว่าการพิสูจน์ผลขั้นสุดท้ายของงานชีววิทยายังคงต้องอาศัยการทดลองจริง ห้องแล็บของบริษัทจึงทำงานบางส่วนภายในองค์กร และใช้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในบางส่วน

 

อย่างไรก็ตาม โฆษก Anthropic ชี้แจงว่า ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ไม่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อการค้นคว้ายาโดยเฉพาะ แม้บริษัทกำลังขยายบทบาทของ AI เข้าสู่งานด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการพัฒนายา

 

Anthropic ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำ AI มาใช้ควบคุมการทำงานในห้องปฏิบัติการ โดยต้องการพัฒนาให้ Claude สามารถสั่งการหุ่นยนต์ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ได้ภายใต้การแทรกแซงของมนุษย์ที่จำกัด แต่บริษัทยืนยันว่าการกำกับและการมีส่วนร่วมของมนุษย์ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญด้านความปลอดภัย

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายบทบาทของ Anthropic ในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพ บริษัทกำลังเพิ่มบุคลากรและทรัพยากรภายในห้องปฏิบัติการ รวมถึงรับผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวิเคราะห์โปรตีน กรดนิวคลีอิก และงานชีวเคมีอื่น ๆ

 

โดยตั้งเป้าใช้ AI เร่งการพัฒนาวิธีรักษาโรคหายาก โรคที่อุตสาหกรรมยาให้ความสนใจไม่มากนัก และภาวะที่เคยถูกมองว่า “พัฒนาเป็นยาได้ยาก” หรือ undruggable โดย AI อาจช่วยเร่งการค้นพบโมเลกุลที่มีความซับซ้อน เช่น แอนติบอดีที่ออกฤทธิ์ต่อเป้าหมายสองหรือสามตำแหน่ง

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างศึกษาโรคใดหรือมีความคืบหน้าถึงขั้นใด และยังไม่ดำเนินการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ โดยกำหนดขอบเขตบทบาทของตนไว้ที่งานก่อนการทดลองทางคลินิกและงานที่อุตสาหกรรมเดิมอาจไม่ให้ความสำคัญ

 

ก่อนหน้านี้ Anthropic เปิดตัวซอฟต์แวร์ Claude Science สำหรับช่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ และเข้าซื้อกิจการ Coefficient Bio เพื่อเสริมการพัฒนาเครื่องมือสำหรับงานค้นคว้ายา

 

นอกจากนี้ยังพัฒนา Model Hardware Standard เพื่อช่วยให้ AI สามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ และให้บริการแก่บริษัทยารายใหญ่ เช่น Genentech, Bristol Myers Squibb และ Novo Nordisk

 

 

โลกเร่งวางหลักกำกับ AI กับงานวิจัยยา

ขณะที่ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เคยเผยแพร่เอกสารอภิปราย Benefits and Risks of Using Artificial Intelligence for Pharmaceutical Development and Delivery เมื่อปี 2567 โดยระบุว่า AI ถูกนำมาใช้ในกระบวนการพัฒนายาเกือบทุกขั้นตอนแล้ว ตั้งแต่การค้นคว้าและออกแบบยา การศึกษาก่อนทดลองในมนุษย์ การทดลองทางคลินิก ไปจนถึงการขออนุมัติและติดตามผลหลังวางตลาด

 

WHO เห็นว่า การกำกับดูแลต้องปรับตัวให้ทันกับบทบาทของ AI โดยให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็น ได้แก่

 

1. ข้อมูลและอคติ   ข้อมูลที่ใช้ฝึก AI ต้องมีคุณภาพและครอบคลุมประชากรอย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้ระบบเลือกเป้าหมายของยา โมเลกุล หรือกลุ่มผู้ป่วยจากข้อมูลที่มีอคติ พร้อมคุ้มครองข้อมูลสุขภาพและการให้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูล

 

2. ความโปร่งใสและการตรวจสอบ  นักวิจัย บริษัทเทคโนโลยี และบริษัทยาต้องสามารถอธิบายได้ว่า AI ใช้ข้อมูลใดและมีข้อจำกัดอย่างไร เพื่อให้หน่วยงานภายนอกตรวจสอบความถูกต้อง ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือได้ แม้โมเดลหรือข้อมูลจะเป็นทรัพย์สินทางการค้า

 

3. มนุษย์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ  เมื่อ AI มีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้น ต้องกำหนดให้ชัดว่า ผู้พัฒนาโมเดล นักวิจัย หรือบริษัทยาฝ่ายใดต้องรับผิดชอบหากระบบให้ผลลัพธ์ผิดพลาด โดย WHO ย้ำว่าการกำกับต้องยังคงมีมนุษย์เป็นผู้นำ และมีการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ

 

4. หน่วยงานกำกับยาต้องปรับเกณฑ์ประเมิน  หน่วยงานกำกับต้องประเมินทั้งเครื่องมือ AI ที่ใช้ในกระบวนการพัฒนา และยาหรือวัคซีนที่ผ่านการใช้ AI โดยอาจต้องพัฒนามาตรฐานใหม่เพื่อรับมือกับปัญหาคุณภาพข้อมูล ความสามารถในการอธิบาย ความปลอดภัย และความแตกต่างของกฎระหว่างประเทศ

 

....

 

จะเห็นได้ว่า ความดำเนินงานของ Anthropic แสดงให้เห็นความก้าวหน้าฝั่งเทคโนโลยี  ส่วน WHO สะท้อนความพยายามของระบบกำกับดูแลที่จะปรับตัวตาม โดยตั้งคำถามว่า เมื่อ AI มีอำนาจต่อการออกแบบและดำเนินงานวิจัยมากขึ้น ใครควรตรวจสอบ ใครต้องรับผิดชอบ และจะคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลหรือผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศทั่วโลกต้องรีบหาทางออกให้กับเรื่องนี้!

 

 

อ้างอิง

https://www.who.int/publications/i/item/9789240088108

ข่าวล่าสุด

เปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือคาดการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร-ราคา

เปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือคาดการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร-ราคา