
สหรัฐฯ สอบ Epic ยักษ์ใหญ่เวชระเบียน เมื่อ “ข้อมูลสุขภาพ” กลายเป็นอำนาจใหม่ในยุค AI
FTC สหรัฐฯ เปิดสอบ Epic Systems ผู้ให้บริการระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ มุ่งไปที่การแข่งขันและการเข้าถึงข้อมูล ท่ามกลางบทบาทข้อมูลสุขภาพที่มากขึ้น ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและ AI ทางการแพทย์
คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ (Federal Trade Commission: FTC) กำลังสอบสวน Epic Systems บริษัทผู้พัฒนาระบบเวชระเบียนสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Health Record (EHR) รายใหญ่ของสหรัฐฯ โดยมุ่งตรวจสอบแนวทางดำเนินธุรกิจและประเด็นการแข่งขัน หลังบริษัทมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของระบบสุขภาพสหรัฐฯ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ว่า ระบบของ Epic จัดการเวชระเบียนของชาวอเมริกันมากกว่า 280 ล้านคน ขณะที่ FTC ได้ติดต่อบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินธุรกิจของ Epic รวมถึงวิธีที่บริษัทอนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าถึงข้อมูล
อย่างไรก็ตาม การสอบสวนครั้งนี้เป็นการสอบสวนด้านการแข่งขันทางการค้า ไม่ใช่การสอบสวนกรณีข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยรั่วไหล และขณะนี้ FTC ยังไม่ได้มีข้อสรุปว่า Epic กระทำผิด
ทำความเข้าใจสหรัฐฯ ทำไมบริษัทเอกชนจึงดูแลเวชระเบียนคนจำนวนมาก?
ระบบเวชระเบียนของสหรัฐฯ แตกต่างจากภาพที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถือครองหรือเชื่อมโยงข้อมูลบริการสุขภาพบางส่วนภายใต้ระบบของรัฐ
ในสหรัฐฯ โรงพยาบาล คลินิก และเครือข่ายสุขภาพจำนวนมากเลือกใช้ระบบ EHR จากบริษัทเทคโนโลยีเอกชนหลายราย เพื่อจัดเก็บและบริหารข้อมูลที่ใช้ในการรักษา ตั้งแต่ประวัติผู้ป่วย ผลตรวจ การใช้ยา การนัดหมาย ไปจนถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ
Epic เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดของตลาดนี้
อย่างไรก็ตาม การที่ระบบ Epic จัดการเวชระเบียนของประชาชนมากกว่า 280 ล้านคน ไม่ได้หมายความว่า Epic เป็น “เจ้าของข้อมูลสุขภาพ” ของประชาชนเหล่านั้น โดยบริษัทระบุว่าผู้ให้บริการสุขภาพซึ่งเป็นลูกค้าของ Epic เป็นผู้ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วย
ในขณะที่ รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามผลักดันให้ระบบสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีแตกต่างกันสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ ผ่านกรอบอย่าง Trusted Exchange Framework and Common Agreement หรือ TEFCA
FTC สอบเรื่องอะไร หากไม่ใช่ข้อมูลรั่ว?
ประเด็นสำคัญของการสอบสวนอยู่ที่ การแข่งขัน
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า FTC กำลังสอบถามผู้เล่นในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับวิธีที่ Epic ให้หรือปฏิเสธการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงพิจารณาว่าแนวทางดำเนินธุรกิจของบริษัทอาจขัดต่อกฎหมายการแข่งขันหรือไม่
ก่อนหน้านี้ Ken Paxton อัยการสูงสุดรัฐเท็กซัส ยื่นฟ้อง Epic โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้ข้อจำกัดและค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อขัดขวางระบบสุขภาพจากการใช้บริการของบริษัทคู่แข่ง ขณะที่ Particle Health บริษัทเทคโนโลยีด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ก็มีข้อพิพาททางกฎหมายกับ Epic ในประเด็นการแข่งขันเช่นกัน
Epic ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และระบุว่าระบบของบริษัทสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น ขณะที่ผู้ให้บริการสุขภาพเป็นผู้กำหนดว่าใครสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ป่วยได้
ข้อกล่าวหาเหล่านี้จึงยังเป็นข้อพิพาทและอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่า Epic กระทำผิด
ทำไมการแข่งขันของ “ซอฟต์แวร์โรงพยาบาล” จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่?
ประเด็นการแข่งขันได้รับความสนใจ เนื่องจาก EHR ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ที่โรงพยาบาลสามารถเปลี่ยนได้โดยง่าย
ระบบดังกล่าวเชื่อมโยงกับการทำงานหลายส่วน ตั้งแต่ข้อมูลคนไข้ การสั่งยา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ การนัดหมาย การส่งต่อผู้ป่วย ไปจนถึงระบบบริหารและการเรียกเก็บค่าบริการ
งานศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PLOS Digital Health ในปี 2569 รายงานว่า การเปลี่ยนระบบ EHR สำหรับองค์กรสุขภาพขนาดใหญ่อาจมีต้นทุนตั้งแต่หลายร้อยล้านดอลลาร์ไปจนถึงมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เมื่อรวมค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ ที่ปรึกษา การย้ายข้อมูล การปรับกระบวนการทำงาน และการฝึกบุคลากร
นอกจากนี้ การเปลี่ยนระบบยังอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงในช่วงเปลี่ยนผ่าน องค์กรจึงเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ยาก เนื่องจากมีต้นทุนและความซับซ้อนสูง
ประเด็นดังกล่าวทำให้ความสามารถในการ “เชื่อมข้อมูล” กับบริการของบริษัทอื่นมีความสำคัญ หากโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน EHR ทั้งระบบ แต่ต้องการใช้เทคโนโลยีบางอย่างจากบริษัทอื่น เทคโนโลยีนั้นจำเป็นต้องสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบเดิมได้
สหรัฐฯ จึงมีกฎเกี่ยวกับ Information Blocking หรือการกระทำที่ขัดขวางการเข้าถึง แลกเปลี่ยน หรือใช้ข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้กฎหมาย 21st Century Cures Act เพื่อสนับสนุนให้ข้อมูลสุขภาพสามารถแลกเปลี่ยนและนำไปใช้ได้
จากเวชระเบียนสู่ AI .. ข้อมูลยิ่งมีความสำคัญ
ข้อถกเถียงเรื่องการแข่งขันเกิดขึ้นในช่วงที่ข้อมูลสุขภาพกำลังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นจากการพัฒนา AI ทางการแพทย์
ระบบ AI ตั้งแต่เครื่องมือช่วยแพทย์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการคาดการณ์ความเสี่ยงของผู้ป่วย ล้วนต้องอาศัยข้อมูลเพื่อทำงานและพัฒนา การเข้าถึงและเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ EHR จึงมีความสำคัญต่อบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องการพัฒนาบริการใหม่เข้าสู่ระบบสุขภาพ
Epic เองก็เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI และมี Cosmos ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลสุขภาพที่ผ่านกระบวนการลดการระบุตัวบุคคล เพื่อนำไปใช้ในการวิจัย
การสอบสวนของ FTC ไม่ได้ระบุว่า AI เป็นสาเหตุของการสอบสวน Epic แต่การเติบโตของ AI ทำให้ประเด็นเรื่องการเข้าถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อบันทึกประวัติการรักษา แต่กำลังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์รุ่นใหม่.







