
ตลาด “ผู้พิการ” โอกาสธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านที่ “ประเทศไทย” ไม่ควรมองข้าม!
TBDN เผยตลาด “ผู้พิการ” คือโอกาสธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านที่ “ประเทศไทย” ไม่ควรมองข้าม! นอกจากนี้ยังเป็นขุมทรัพย์ของ "ตลาดแรงงาน" ฝีมือดี
KEY
POINTS
- ตลาดผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อผู้พิการในไทยมีมูลค่าปัจจุบันราว 1.22 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 15.2% แตะระดับ 3.48 หมื่นล้านบาทภายในปี 2573
- ผู้พิการเป็นกลุ่มแรงงานศักยภาพสูงที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์เต็มที่ ซึ่งการลดอุปสรรคในการจ้างงานคาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้ถึง 1.48 ล้านล้านบาท
- ภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อผู้พิการจากการจ้างงานตามกฎหมายหรือเป็นเพียงกิจกรรม CSR ไปสู่การมองเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน
ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูง และกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ที่จะส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงาน!
ขณะที่เครือข่ายธุรกิจและคนพิการประเทศไทย (TBDN) ชี้ว่า “คนพิการ” คือกลุ่มแรงงานศักยภาพสูงที่ยังไม่ถูกใช้เต็มที่ ทั้งในฐานะพนักงานและผู้บริโภค และธุรกิจไทยควรเริ่มขยับจากการจ้างงานตามกฎหมาย สู่การมองเป็นกลยุทธ์การจ้างงานของบริษัท รวมไปถึงมองเห็น ศักยภาพของ “ตลาดผู้พิการ” ในฐานะผู้ซื้อ ที่จะทำให้ธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ๆ สามารถเติบโตได้ไม่รู้จบ
ข้อมูลจาก TBDN ระบุว่า สถิติในระดับนานาชาติพบว่า 1 ใน 6 ของประชากรโลกเป็นผู้มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการรับรู้ และร้อยละ 80 ของกลุ่มนี้อยู่ในวัยทำงาน ขณะที่ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization หรือ ILO) พบว่า อัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของกลุ่มคนเหล่านี้ยังคงน้อยกว่าคนทั่วไปถึงร้อยละ 30
ในมุมมองทางธุรกิจ ช่องว่างนี้ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางสังคมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพและความสามารถหลากหลายอีกด้วย!
ILO และธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่า การกันผู้พิการออกจากตลาดแรงงานอาจทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจราวร้อยละ 3-7 ของ GDP ต่อปี จากผลผลิตที่หายไป รายได้ภาษีที่ลดลง และค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่สูงขึ้น
หากประเทศไทยสามารถลดอุปสรรคในการจ้างงานผู้พิการได้สำเร็จ คาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจประมาณ 17.40-40.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 635,000 ล้านบาทถึง 1.48 ล้านล้านบาท
ประเทศไทย ติดกรอบมองผู้พิการแบบเดิม!
แม้จะเป็นประเด็นความหลากหลายเช่นเดียวกัน แต่ประเด็นสิทธิของผู้พิการกลับยังตามหลังประเด็นความหลากหลายด้านอื่นอยู่พอสมควร
หากเทียบกับความเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศของกลุ่ม LGBTQIA+ ที่ได้มีการผลักดันจนออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเปิดพื้นที่ในสังคมให้กับ “ความเท่าเทียมด้านเพศ” เพิ่มมากขึ้น แต่การผลักดันเรื่องผู้พิการกลับยังคงถูกจำกัดอยู่ในกรอบกฎหมายและข้อกำหนดเป็นหลัก เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยผู้พิการยังมักถูกมองว่าเป็น “ผู้รับความช่วยเหลือ” มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นคนทำงานและผู้สร้างรายได้
“การสร้างความพร้อมเพื่อเปิดรับความหลากหลาย หรือ Disability Confidence ไม่ใช่เรื่องของแผนกทรัพยากรบุคคล หรือเป็นเพียงกิจกรรม CSR อีกต่อไป แต่นี่คือวาระสำคัญในระดับผู้นำองค์กร องค์กรที่เริ่มต้นเชิงรุกด้วยการผสานแนวคิดนี้เข้าไปในกระบวนการสรรหา การพัฒนาบุคลากร การออกแบบสถานที่ทำงาน ตลอดจนการเข้าถึงลูกค้า จะเป็นองค์กรที่สามารถสร้างความพร้อมและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันไว้ได้อย่างมั่นคงในระบบเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาไปข้างหน้า” ดร. อรุณฉัตร ฟูวงศ์เจริญ ผู้อำนวยการเครือข่ายธุรกิจและคนพิการประเทศไทย (TBDN) กล่าว
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ TBDN และองค์กรสมาชิกผลักดันคือกลุ่มทรัพยากรบุคคลภายในองค์กร หรือ Employee Resource Groups (ERGs) ซึ่งเป็นการรวมตัวของพนักงานตามประสบการณ์หรือความสนใจร่วมกัน เช่น ผู้หญิง กลุ่ม LGBTQIA+ ผู้พิการ หรือผู้ดูแล เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสนอแนวทางให้องค์กร โดยองค์กรที่ใช้ ERGs อย่างจริงจังมักผ่าน 3 ขั้น ได้แก่ ขั้นรับรู้ที่บริษัทระบุว่าความหลากหลายเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นยอมรับที่บริษัทปรับนโยบายและวิธีทำงานให้รองรับพนักงานทุกคน และขั้นมีส่วนร่วมที่ประสบการณ์และผลงานของพนักงานกลุ่มต่าง ๆ ถูกนำไปใช้ในการทำงาน กลยุทธ์ และการเติบโตของบริษัทจริง
IHG Hotels & Resorts คือหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยจัดตั้งกลุ่ม Out & Open Thailand สำหรับ LGBTQIA+ และ DAWN Thailand หรือ Disability Awareness and Wellbeing Network สำหรับความพิการและสุขภาวะทางใจ พร้อมใช้แบบสำรวจติดตามความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรของพนักงาน มากกว่าเพียงยึดตัวเลขจ้างงานตามกฎหมาย
“ที่ IHG เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลายอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะเราเชื่อว่าสถานที่ทำงานที่เปิดกว้างคือหัวใจสำคัญในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง ช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความผูกพันต่อเป้าหมายองค์กร และพร้อมเติบโตในเส้นทางอาชีพที่มั่นคงไปกับเรา” คุณเคท เกอริทส์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ประเทศไทย IHG Hotels & Resorts
นอกจากนี้ คุณเคท ยังระบุอีกว่า ตลาดแรงงานคนพิการ เป็นตลาดแรงงานที่หากภาคธุรกิจเปิดใจ จะสามาถค้นพบบุคลลที่มีความสามารถและกลายเป็นกำลังสำคัญของภาคธุรกิจอีกมาก
ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อผู้พิการ ธุรกิจใหม่ที่โตปีละ 15%
นอกจากมิติแรงงาน โอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้พิการ ก็เติบโตไม่น้อย จากข้อมูลของ TBDN ระบุว่า
ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อผู้พิการมีมูลค่าตลาดในไทยประมาณ 1.22 หมื่นล้านบาท หรือ 361.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 15.2% คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 3.48 หมื่นล้านบาท หรือ 1.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น และข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจ้างผู้พิการ 1 คนต่อพนักงาน 100 คน หรือจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ประกอบการไทยในตลาดนี้หลายเจ้าได้เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งในตลาดแล้ว อาทิ
| บริษัท | สินค้า / บริการ | รายได้ต่อปี (ประมาณ) |
|---|---|---|
| Karma Mobility (Thailand) | รถเข็นแบบใช้แรงคนน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าสำหรับงานหนัก และอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหวสำหรับเด็ก | 168.9–506.6 ล้านบาท |
| Meticuly Co., Ltd. | กระดูกเทียมไทเทเนียมสั่งทำเฉพาะบุคคล ผลิตด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติและ AI รวมถึงอุปกรณ์พยุงและอวัยวะเทียม | 33.8–101.3 ล้านบาท |
| Meditech Solution Co., Ltd. | อุปกรณ์ช่วยสื่อสารและซอฟต์แวร์ติดตามการเคลื่อนไหวดวงตา สำหรับผู้ป่วยอัมพาตหรือสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ | ต่ำกว่า 33.8 ล้านบาท |
| Rottarine Plus Co., Ltd. | อุปกรณ์พยุงกระดูกและข้อ อุปกรณ์กายภาพบำบัด และห้องบำบัด Snoezelen แบบสั่งทำ | 67.5–168.9 ล้านบาท |
| Siam Rehab Medical Co., Ltd. | อุปกรณ์ฟื้นฟูทางการแพทย์แบบสั่งทำ ระบบยกผู้ป่วย และอุปกรณ์กายภาพบำบัดสำหรับคลินิก | 33.8–135.1 ล้านบาท |
| Hugglory Play Co., Ltd. | อุปกรณ์ฝึกการประมวลผลทางประสาทสัมผัส ผลิตภัณฑ์ถ่วงน้ำหนัก ที่นั่งทางเลือก และอุปกรณ์ฝึกพูด ก่อตั้งโดยนักกิจกรรมบำบัด | 15–35 ล้านบาท |
| FamBear (American Thai Holdings) | แพลตฟอร์มดูแลใช้ AI จับคู่ครอบครัว/โรงเรียนกับครูการศึกษาพิเศษและนักบำบัด พร้อมเตรียมเปิด FamBear SHOP | 20–45 ล้านบาท |
| Rockworth PCL. | โต๊ะปรับระดับด้วยระบบลมรองรับรถเข็น ผนังกั้นเสียง และพื้นที่ทำงานแบบเก็บเสียง | 600–800 ล้านบาท |
| Modernform Group PCL. | เฟอร์นิเจอร์สำนักงานและการศึกษาที่ปรับได้ โต๊ะเรียนแยกส่วน และโต๊ะห้องปฏิบัติการรองรับรถเข็น | 2.5–3 พันล้านบาท (2,500–3,000 ล้านบาท) |
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัด แต่พบว่าธุรกิจไทยจำนวนมากยังขาดองค์ความรู้ แนวทาง และระบบสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการสรรหาบุคลากร การออกแบบสถานที่ทำงาน หรือจะพัฒนาสินค้าและบริการให้เข้าถึงได้อย่างไร ช่องว่างด้านองค์ความรู้และการสนับสนุนนี้เอง คือที่มาของการก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจและคนพิการประเทศไทย (TBDN) เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งความรู้และพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้ภาคธุรกิจไทยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์
TBDN เครือข่ายที่เปิดรับธุรกิจไทยร่วมขับเคลื่อนตลาดผู้พิการ
เครือข่ายธุรกิจและคนพิการประเทศไทย (Thailand Business and Disability Network หรือ TBDN) ดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือระดับโลกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Global Business and Disability Network: GBDN) โดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจวางกลยุทธ์ที่จับต้องได้ในการสร้างความพร้อมด้านการยอมรับความแตกต่าง (Disability Confidence) ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่กระบวนการสรรหาบุคลากร การพัฒนาศักยภาพทีมงาน การสร้างสรรค์ผู้นำ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ไปจนถึงการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน (ESG)
ปัจจุบัน TBDN พร้อมเปิดรับและเชื่อมโยงองค์กรธุรกิจ ทั้งบริษัทข้ามชาติ บริษัทเอกชนไทย และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการผสานแนวคิดนี้เข้ากับทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ องค์กรสมาชิกจะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมขับเคลื่อนศักยภาพ เข้าถึงเครือข่ายพันธมิตร การรับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แนวทางประเมินเพื่อรับรองมาตรฐาน และเครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อแปลงกลยุทธ์ความพร้อมด้านความหลากหลายระดับสากลให้สอดคล้องและเกิดผลลัพธ์จริงในบริบทของธุรกิจไทย
“TBDN เป็นมากกว่าเครือข่ายทางธุรกิจ แต่คือชุมชนขององค์กรที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพิสูจน์ให้เห็นว่า การเปิดรับความหลากหลายคือพลังสำคัญที่ช่วยให้ผลประกอบการและการดำเนินธุรกิจดีขึ้น” คุณดีปา บาราที (Deepa Bharathi), องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุ







