posttoday
เลขาธิการแพทยสภา ชงปฏิรูป “บัตรทอง” 8 ประเด็นสำคัญ เหตุจากสังคมเปลี่ยน

เลขาธิการแพทยสภา ชงปฏิรูป “บัตรทอง” 8 ประเด็นสำคัญ เหตุจากสังคมเปลี่ยน

13 กรกฎาคม 2569

เลขาธิการแพทยสภา ระบุถึงเวลาทบทวนและพิจารณาร่วมกันใน 8 ประเด็นสำคัญของ “บัตรทอง” ทั้งความยั่งยืนทางการคลัง ความโปร่งใส ประเด็นการร่วมจ่าย ฯลฯ

เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.2569) พล.อ.อ. นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้แสดงความคิดเห็นต่อการสัมมนาเชิงนโยบายระดับประเทศ เรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดโดยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้ (13 ก.ค.2569) ว่า

 

หลังจากพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใช้มาเกือบ 24 ปี ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งโครงสร้างประชากร เทคโนโลยีทางการแพทย์ และภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ จึงเป็นเวลาที่ควรทบทวนว่า ระบบควรพัฒนาอย่างไรให้เกิดทั้ง คุณภาพ ความเป็นธรรม และความยั่งยืน

สำหรับประเด็นที่เห็นว่าควรร่วมกันพิจารณา ได้แก่

1. โครงสร้างคณะกรรมการ สปสช. ควรมีความสมดุลหรือไม่ การตัดสินใจด้านสิทธิประโยชน์และมาตรฐานการรักษา ควรมีสัดส่วนผู้แทนจากวิชาชีพทางการแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อให้การตัดสินใจตั้งอยู่บนทั้งหลักวิชาการและการบริหารงบประมาณควบคู่กัน ที่ผ่านมาแพทยสภาเสียงเดียวอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนนโยบายการรักษาได้ ถ้ากรรมการ อื่นไม่เข้าใจ ระบบการรักษาพยาบาล

2. การกำหนดสิทธิประโยชน์ ควรอาศัยหลักฐานเชิงวิชาการมากขึ้น โรคเดียวกันอาจมีหลายแนวทางรักษา บางวิธีจำเป็นแต่ยังเบิกไม่ได้ ขณะที่บางรายการอาจไม่คุ้มค่าทางการแพทย์ จึงควรมีระบบทบทวนสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของหลักฐานและความคุ้มค่า

3. มาตรา 41 และมาตรา 42 ควรได้รับการทบทวน การช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายเป็นหลักการที่สังคมเห็นด้วย แต่ควรพิจารณาว่าจะทำอย่างไรไม่ให้การเยียวยาถูกตีความว่าเป็นการยืนยันความผิดของผู้ประกอบวิชาชีพในทุกกรณี และควรทบทวนหลักเกณฑ์การไล่เบี้ยให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

4. งบค่าบริการกับงบบุคลากรควรแยกจากกันหรือไม่ ปัจจุบันหลายโรงพยาบาลมีภาระบุคลากรสูง ส่งผลให้งบสำหรับยา เวชภัณฑ์ และการพัฒนาบริการลดลง การจัดระบบงบประมาณใหม่อาจช่วยให้การบริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ระบบหลักประกันสุขภาพควรมีการเปิดเผยข้อมูล การประเมินผล และกลไกตรวจสอบที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ให้บริการ และผู้กำหนดนโยบาย

6. ความยั่งยืนทางการคลัง ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นทุกปี จึงต้องวางแผนระยะยาวว่าระบบจะรองรับภาระดังกล่าวได้อย่างไร โดยไม่กระทบคุณภาพบริการ

7. การร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (Co-payment) หลายประเทศใช้ระบบร่วมจ่ายสำหรับผู้ที่มีกำลังจ่าย ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยยังได้รับการคุ้มครองเต็มที่ ประเทศไทยควรศึกษาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของเรา โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและการเข้าถึงบริการเป็นสำคัญ

8. การปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กฎหมายที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 ควรได้รับการทบทวนให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศในปัจจุบัน ทั้งด้านการบริหาร เทคโนโลยี การแพทย์ และธรรมาภิบาล

 

ทั้งนี้ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า การปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ ไม่ใช่การลดสิทธิของประชาชน แต่เป็นการทำให้สิทธิที่มีอยู่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

"ดุสิตธานี" ขยายแบรนด์ "อาศัย" ปักหมุด หาดใหญ่-ป่าตอง จับกลุ่มคนรุ่นใหม่

"ดุสิตธานี" ขยายแบรนด์ "อาศัย" ปักหมุด หาดใหญ่-ป่าตอง จับกลุ่มคนรุ่นใหม่