posttoday
สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อเสนอ “อนาคตผู้ว่าฯกทม.” ล้างไพ่ ระบบสุขภาพ

สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อเสนอ “อนาคตผู้ว่าฯกทม.” ล้างไพ่ ระบบสุขภาพ

09 มิถุนายน 2569

สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อเสนอ “ล้างไพ่” ระบบสุขภาพกทม. จี้อนาคตผู้ว่าฯ ต้องเป็นเจ้าภาพหลัก แก้ปม ‘ใบส่งตัว-งบประมาณ’ เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม

สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ จัดแถลงข่าวเพื่อนำเสนอข้อเสนอนโยบายต่อผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันนี้ (9 มิถุนายน 2569) เพื่อยกระดับบริการสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เข้าถึงได้จริงและเป็นธรรม หลังผลการศึกษาพบคนกรุงกว่า 8 ล้านคนยังเผชิญวิกฤตการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะปัญหาการส่งตัวและความเหลื่อมล้ำในระบบงบประมาณ

 

แม้กรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่มีโรงพยาบาลมาตรฐานสูงและโรงเรียนแพทย์จำนวนมาก แต่ประชาชนกลับต้องเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ปัญหาหลักที่พบคือการแยกส่วนของหน่วยบริการที่สังกัดหลายหน่วยงาน ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ส่งผลให้เกิดปัญหาคลาสสิกอย่าง “การยื้อใบส่งตัว” ที่ผู้ป่วยต้องรอคิวเป็นวันหรือใช้เวลาหลายวันเพื่อให้ได้ใบเพียงใบเดียว

 

นอกจากนี้ งบประมาณระบบเหมาจ่ายรายหัวในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับต้นทุนค่าครองชีพในเมืองหลวงที่สูงกว่าต่างจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คลินิกเอกชนแบกรับภาระไม่ไหวและทยอยลาออกจากระบบ

 

 

เปิด 4 ข้อเสนอพลิกโฉมระบบสุขภาพกทม.

 

เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม สภาผู้บริโภคได้สรุปข้อเสนอสำคัญ 4 ประการต่อว่าที่ ผู้ว่าฯกทม. ดังนี้

 

  1. ผู้ว่าฯ ต้องเป็น “เจ้าภาพหลัก”  ต้องแสดงภาวะผู้นำในการบูรณาการหน่วยบริการทุกสังกัดเข้ามาเป็นเครือข่ายเดียวกัน ไม่ใช่ดูแลเฉพาะโรงพยาบาล 12 แห่ง หรือศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่งในสังกัดตนเองเท่านั้น
  2. ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข พัฒนาศูนย์บริการฯ ให้เป็น “รากแก้ว” ของระบบสุขภาพเมือง โดยเพิ่มงบประมาณและบุคลากรเพื่อให้สามารถดูแลโรคทั่วไปและโรคเรื้อรังได้ใกล้บ้าน รวมถึงยกระดับบางแห่งให้สามารถบริการระดับทุติยภูมิแบบผู้ป่วยนอก เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่
  3. ระบบข้อมูลต้อง “ไร้รอยต่อ” กทม. ต้องเป็นตัวกลางเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ป่วยจากทุกสังกัด เพื่อให้ประวัติการรักษาสามารถดึงมาใช้ได้ทันที ลดภาระประชาชนที่ต้องไปขอประวัติกระดาษเพื่อทำใบส่งตัว และช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรมีประสิทธิภาพขึ้น
  4. บริหารงบประมาณแบบใหม่และหาแหล่งทุนเพิ่ม เสนอให้ กทม. เข้ามามีส่วนร่วมบริหารงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพ และใช้ข้อกฎหมายพ.ร.บ.กทม. เพื่อจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม เช่น ภาษีบุหรี่ หรือภาษีสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเงินมาเติมในระบบสุขภาพและรองรับความเสี่ยงทางการเงินแทนคลินิกเอกชนรายย่อย

 

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภค มองว่า ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ต้องรักษาใกล้บ้าน-จบที่จุดเดียว โดยนปี 2572 ศูนย์บริการสาธารณสุขต้องขยายศักยภาพการรับดูแลประชากรจากเดิมไม่ถึง 10% ให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการจัดระบบสนับสนุน เช่น รถรับส่งผู้ป่วยในพื้นที่ขาดแคลน เพื่อไม่ให้คนชราหรือผู้ป่วยหนักต้องแบกรับค่าเดินทางที่สูง

 

โดยย้ำว่าต้องการเห็นผู้ว่าฯ ที่กล้าหาญในการลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของปัญหา ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการตามงบประมาณที่ได้รับ แต่ต้องบริหารจัดการเพื่อให้คนกรุงเทพฯ ทุกสิทธิ เข้าถึงบริการได้รวดเร็ว มีคุณภาพ และเป็นธรรม.

ข่าวล่าสุด

ส่องนวัตกรรม Microsoft AI Tour 2026 เจาะลึกฟีเจอร์เด็ดสู่ธุรกิจ

ส่องนวัตกรรม Microsoft AI Tour 2026 เจาะลึกฟีเจอร์เด็ดสู่ธุรกิจ