
“จุลินทรีย์หยุด PM 2.5” คว้า Green Pencil ครั้งแรกของไทย บนเวที The One Show 2026
“จุลินทรีย์หยุด PM 2.5” แคมเปญจาก Grey Thailand ร่วมกับ สสส. และกรมวิชาการเกษตร คว้า Green Pencil ระดับโลก สร้างต้นแบบลดฝุ่นพิษ ฟื้นฟูดิน และขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
KEY
POINTS
- แคมเปญ “จุลินทรีย์หยุด PM 2.5” สร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัล Green Pencil เป็นครั้งแรกบนเวทีประกวดระดับโลก The One Show 2026 จากการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์
- โครงการนี้เป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง Grey Thailand, สสส. และกรมวิชาการเกษตร ที่นำเสนอนวัตกรรม "หัวเชื้อจุลินทรีย์" เพื่อใช้ย่อยสลายตอซังข้าวแทนการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฝุ่น PM 2.5
- ความสำเร็จของแคมเปญช่วยลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้จุดความร้อน (Hotspots) ลดลง บรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 พร้อมทั้งช่วยฟื้นฟูคุณภาพดินและลดต้นทุนให้เกษตรกร
เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ปี 2026 แคมเปญ “จุลินทรีย์หยุด PM 2.5” ผลงานความร่วมมือระหว่าง Grey Thailand สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรมวิชาการเกษตร ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้ารางวัล Green Pencil ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมรางวัล Merit ในหมวด Sustainable Development Goals (SDGs) จากเวที The One Show Awards 2026 สถาบันประกวดงานโฆษณาและการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สะท้อนศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์ไทยในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม
ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของประเทศไทยมีสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่โล่ง โดยเฉพาะการเผาตอซังข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ยังทำลายสารอาหารและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน ส่งผลให้ดินเสื่อมคุณภาพและเพิ่มภาระต้นทุนของเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีมากขึ้นในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป
เพื่อลดปัญหาดังกล่าว สสส. และกรมวิชาการเกษตรได้พัฒนา “หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง” นวัตกรรมชีวภาพที่ช่วยย่อยสลายฟางและตอซังข้าวโดยไม่ต้องเผา พร้อมฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินไปพร้อมกัน ก่อนที่ Grey Thailand จะนำมาต่อยอดผ่านการสร้างแบรนด์และออกแบบการสื่อสารภายใต้ชื่อ “จุลินทรีย์หยุด PM 2.5” ทำให้นวัตกรรมดังกล่าวเข้าถึงเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในวงกว้าง โดยกระบวนการย่อยสลายสามารถเปลี่ยนเศษซากพืชให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติได้ภายในเวลาเพียง 7 วัน สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
กนกกร สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Grey Thailand กล่าวว่า อากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่การแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อเกษตรกร ซึ่งไม่ได้ต้องการทำลายสิ่งแวดล้อม หากแต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุนในการดำรงชีพ ขณะที่ จิรเดช เพ่งเล็งผล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ Grey Thailand ระบุว่า แคมเปญนี้เป็นการมอบทางเลือกใหม่ที่เปลี่ยนกระบวนการ “ทำลาย” ให้กลายเป็นการ “ฟื้นฟู” ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ลดการใช้สารเคมี และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ โดยเริ่มต้นจากการฟื้นฟูผืนดินเพื่อคืนอากาศสะอาดและสุขภาวะที่ดีให้แก่สังคม
ผลลัพธ์ของโครงการก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม การย่อยสลายตอซังอย่างรวดเร็วช่วยให้เกษตรกรสามารถเตรียมพื้นที่เพาะปลูกได้เร็วขึ้น ขณะที่อินทรียวัตถุที่เกิดขึ้นจากกระบวนการย่อยสลายยังช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ สารอาหารที่ถูกเก็บรักษาไว้ในดินยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นข้าวและเพิ่มผลผลิตในฤดูกาลถัดไป
เมื่อแนวทางดังกล่าวได้รับการขยายผลในวงกว้าง สามารถช่วยให้เกษตรกรเตรียมพื้นที่เกษตรแบบปลอดการเผาได้มากกว่า 96 ล้านตารางเมตร ส่งผลเชิงบวกต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพอากาศ โดยข้อมูลจากดาวเทียมของ GISTDA พบว่าจำนวนจุดความร้อน (Hotspots) ในพื้นที่นาข้าวลดลงในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และมีส่วนช่วยบรรเทาความรุนแรงของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างมีนัยสำคัญ
จิรเดช เพ่งเล็งผล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ Grey Thailand อธิบายเพิ่มเติมว่า “การนำเสนอ 'จุลินทรีย์หยุด PM 2.5' จึงเป็นการยื่นเครื่องมือที่เปลี่ยนจาก 'การทำลาย' ให้กลายเป็นการ 'ฟื้นฟู' ดิน ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสารเคมีลงสู่ธรรมชาติ การที่แคมเปญนี้ได้รับรางวัล Green Pencil และ Merit ในหมวด SDGs ถือเป็นการยืนยันว่า ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยสามารถนำไปสู่ทางออกของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติได้จริง โดยเริ่มจากการทำให้ผืนดินอุดมสมบูรณ์ เพื่อคืนอากาศสะอาดและสุขภาพที่ดีแก่เพื่อนมนุษย์"
ความสำเร็จของแคมเปญ “จุลินทรีย์หยุด PM 2.5” สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถพัฒนาโซลูชันเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นต้นแบบสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในภูมิภาคเอเชีย ตอกย้ำว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่โลกได้อย่างยั่งยืน
สำหรับเวที The One Show Awards จัดขึ้นโดย The One Club for Creativity ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเวทีตัดสินผลงานด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ทรงอิทธิพลและมีมาตรฐานสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยรางวัล Green Pencil ถือเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผลงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ขณะที่รางวัล Merit ในหมวด SDGs มอบให้แก่ผลงานที่มีส่วนช่วยผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของแคมเปญไทยที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับสากล







