
เกาหลีใต้ดัน “K-Glow” บูมท่องเที่ยวความงาม ต่างชาติทะลักเข้าคลินิก
กระแส K-Beauty ยกระดับสู่ยุค “K-Glow” นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้ารับบริการความงามในเกาหลีใต้ หนุนเศรษฐกิจและรายได้ทางการแพทย์เติบโตแซงภาคท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวเชิงความงามของเกาหลีใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ จากเดิมที่ประเทศได้รับความนิยมจากวัฒนธรรมเคป๊อป ซีรีส์ และศัลยกรรมตกแต่ง สู่กระแส “K-Glow” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ารับบริการดูแลผิวพรรณและชะลอวัย จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
มาเรีย ซู ที่ปรึกษาธุรกิจชาวเม็กซิโกซึ่งพำนักอยู่ในนครดูไบ เปิดเผยว่า การเดินทางมาเยือนกรุงโซลครั้งแรกเมื่อ 8 ปีก่อนของเธอมีเป้าหมายเพื่อเยี่ยมชมร้านกาแฟและสวนสาธารณะชื่อดัง แต่ในการเดินทางครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในคลินิกเสริมความงาม ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์และการฉีดสารเสริมความงาม
“เรารู้สึกปลอดภัยที่จะมาดูแลใบหน้าในประเทศนี้” ซูกล่าว พร้อมสะท้อนความเชื่อมั่นที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมีต่อมาตรฐานความงามของเกาหลีใต้
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการผ่าตัดเสริมจมูกหรือทำตาสองชั้นเหมือนในอดีต แต่หันมาให้ความสนใจกับหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การบำบัดด้วยแสงสีแดง การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย และการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและใช้เวลาพักฟื้นน้อย
ฮง ซึงอุก ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสุขภาพระดับโลกของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อัตราการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติในประเทศกำลังขยายตัวเร็วกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไป
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติมากกว่า 2 ล้านคนเดินทางเข้ารับการรักษาและบริการทางการแพทย์ในประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 1.17 ล้านคนในปี 2567 สะท้อนถึงความต้องการบริการทางการแพทย์และความงามที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฮงกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายด้านบริการทางการแพทย์มากกว่าการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวทั่วไปในเกาหลีใต้แล้ว โดยหน่วยงานภาครัฐมีแผนผลักดันบริการด้านการชะลอวัยและการดูแลสุขภาพให้เป็นจุดขายสำคัญ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยววัยกลางคนจากทั่วโลก
กระแสดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยแฮชแท็กอย่าง “#KoreaGlowUp” ได้รับความนิยมอย่างมากบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น อินสตาแกรม ทำให้ภาพลักษณ์ของเกาหลีใต้ในฐานะศูนย์กลางความงามระดับโลกยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
นักท่องเที่ยวจำนวนมากระบุว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ได้รับความนิยมคือค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าประเทศตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ บางกรณีมีราคาถูกกว่าถึงร้อยละ 20 ขณะเดียวกันยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและเทคนิคด้านความงามที่ล้ำหน้ากว่าหลายประเทศ
ซินดี กู นักตัดต่อวิดีโอสำหรับสื่อสังคมออนไลน์วัย 30 ปีจากสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เกาหลีใต้มีทางเลือกด้านความงามหลากหลายที่ยังไม่มีให้บริการในสหรัฐฯ โดยเธอเดินทางมารับบริการยกกระชับใบหน้าที่คลินิกความงามในย่านกังนัมของกรุงโซล
ด้านเซริน ลี ผู้อำนวยการฝ่ายผิวหนังและความงามของคลินิกดังกล่าว มองว่าการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริการมีราคาที่เข้าถึงได้ เนื่องจากเกาหลีใต้มีคลินิกความงามจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ
ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังเกาหลีระบุว่า ปัจจุบันมีคลินิกที่ให้บริการดูแลผิวพรรณราว 15,000 แห่ง โดยส่วนใหญ่ดำเนินงานโดยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันสูงและช่วยกดราคาค่าบริการลง
คลินิกหลายแห่งรองรับลูกค้าต่างชาติผ่านเจ้าหน้าที่ประสานงานหลายภาษา ทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการจากทั่วโลก
สำหรับมาเรีย ซู เกาหลีใต้ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะด้านความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพในหลายมิติ เธอเปิดเผยว่ากำลังพัฒนาโครงการเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์การท่องเที่ยวในเกาหลีใต้สู่ผู้คนทั่วโลก พร้อมยอมรับว่า “ความฝันในตอนนี้คือการได้ย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่”
ปรากฏการณ์ “K-Glow” จึงกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนใหม่ของเกาหลีใต้ ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของวัฒนธรรมเคป๊อปและกระแส K-Beauty สู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงามระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ.







