
“ยศชนัน” ชูโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” ดันนวัตกรรมแปรรูปวัสดุเกษตรสู้ PM2.5
“ยศชนัน” ชูโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ หวังแก้ปัญหาฝุ่นภาคเหนืออย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบนวัตกรรมสู้ PM2.5 แก่ 8 จังหวัดภาคเหนือ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบาย “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ภายใต้โครงการ “Zero Burn to Earn เลิกเผา เป๋าตุง” ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และภาคีเครือข่าย เพื่อสานต่อโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” อย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การแก้ปัญหาการเผาวัสดุทางการเกษตรต้องขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยกระทรวง อว. จะนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาช่วยภาคเอกชนแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งให้เกิดมูลค่าและกำไร พร้อมผลักดันตลาดสินค้า Green Product เพื่อสร้างระบบที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน และตั้งเป้าเห็นผลภายใน 8-9 เดือน เพื่อลดปัญหาฝุ่นในปีหน้า
“หัวใจสำคัญคือการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเห็นว่าการนำวัสดุเหลือทิ้งมาแปรรูปสามารถสร้างรายได้ที่คุ้มค่า เมื่อเกิดผลสำเร็จในพื้นที่นำร่อง ก็จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ต่อไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ต่อมา ศ.ดร.ยศชนัน ได้แถลงนโยบาย “การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในการจัดการ PM2.5 และวิกฤตน้ำแบบครบวงจร” และส่งมอบนวัตกรรม “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวก” และ “Flood Boy1” ให้แก่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และแม่ฮ่องสอน
รองนายกฯ และ รมว.อว.กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. พร้อมผลักดันเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งระบบติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ระบบคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นควัน รวมถึงนวัตกรรมห้องลดฝุ่นระดับชุมชน และระบบ Flood Boy เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและงานวิจัย จำนวน 9 ผลงาน จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย
1. ผลงาน “นวัตกรรมห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์ สำหรับกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือ” โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2.ผลงาน “นวัตกรรมระบบลาดตระเวนชี้เป้าด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจจับไฟป่าด้วยข้อมูลภาพจากอากาศยานไร้คนขับ (UAV-AI Forest Fire Detection System)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3.ผลงาน “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Fireman สู้ไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล : รู้ไว-ถึงไว” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลภัทร เหมวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
4.ผลงาน “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Big Data สนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจแก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
5.ผลงาน “นวัตกรรมโครงการเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำโดยประยุกต์ใช้นวัตกรรมพลังงานสะอาด : ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฟ้าไพลิน ไชยวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
6.ผลงาน “นวัตกรรมโครงการเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำโดยประยุกต์ใช้นวัตกรรมพลังงานสะอาด : ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฟ้าไพลิน ไชยวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
7.ผลงาน “นวัตกรรมกลไกป้องกันน้ำท่วมโดยชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพงศ์ ตระการศิรินนท์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
8.ผลงาน “นวัตกรรมระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองจังหวัดเชียงใหม่” โดย รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
9.ผลงาน “นวัตกรรมแผนที่และข้อมูลความสูงของพื้นที่ความแม่นยำสูงพิเศษจากภาพถ่ายทางอากาศ” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่







