posttoday

สรุปสถานการณ์! หลายประเทศเดินตาม "ออสเตรเลีย" จำกัดอายุใช้งานโซเชียลมีเดีย

25 เมษายน 2569

สรุปสถานการณ์ล่าสุด! เมื่อหลายประเทศเดินตาม "ออสเตรเลียโมเดล" จำกัดอายุใช้งานโซเชียลมีเดีย

KEY

POINTS

  • หลายประเทศทั่วโลกเริ่มออกกฎหมายจำกัดอายุผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยมีออสเตรเลียเป็นต้นแบบ ทำให้จำนวนประเทศที่มีกฎหมายลักษณะนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ประเทศส่วนใหญ่ เช่น ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และอินโดนีเซีย กำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการใช้งานไว้ที่ 16 ปี ขณะที่บางประเทศอย่างฝรั่งเศสกำหนดไว้ที่ 15 ปี
  • กฎหมายใหม่เน้นการผลักภาระความรับผิดชอบในการตรวจสอบและยืนยันอายุผู้ใช้งานไปให้บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มโดยตรง แทนที่จะเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง

ในรอบปีที่ผ่านมา โลกได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยี ไม่ใช่การเปิดตัว AI รุ่นใหม่หรือนวัตกรรมเปลี่ยนโลก แต่เป็นการ "กำกับดูแล"  แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย! โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน

 

ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุถึงว่า จำนวนประเทศที่ออกกฎหมายหรือกำลังพิจารณาจำกัดอายุผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นถึงกว่า 5 เท่าตัว โดยขยับจากเพียง 1 ประเทศในปี 2023 มาสู่ 25 ประเทศในปัจจุบัน

 

ปรากฏการณ์นี้ทยอยเกิดขึ้นหลังจากที่ "ออสเตรเลีย" เป็นชาติแรกๆ ที่บังคับใช้มาตรการ "แบน" เยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีจากการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวดเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยสถิติที่น่าสนใจคือภายในเวลาเพียง 2 เดือนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ แพลตฟอร์มต่างๆ ถูกกดดันให้ต้องลบหรือปิดบัญชีผู้ใช้งานที่ต่ำกว่าเกณฑ์ไปแล้วถึง 4.7 ล้านบัญชีทั่วออสเตรเลีย

 

 

ปัญหาต้องเริ่มจากการแก้ที่แพลตฟอร์ม

 

หัวใจสำคัญที่กฎหมายยุคใหม่ในหลายประเทศให้ความสำคัญ คือ แต่เดิมการดูแลตกเป็นของ "ผู้ปกครอง" แต่เมื่อมีกฎหมายการควบคุมดังกล่าวกลายเป็นข้อบังคับให้บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบโดยตรง

ล่าสุด รัฐบาลนอร์เวย์ ได้ประกาศแผนร่างกฎหมายห้ามอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย พร้อมตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า

 

"ไม่ใช่หน้าที่ของเด็กหรือผู้ปกครองที่จะต้องมาคอยตรวจสอบ แต่เป็นความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยีในการทำระบบพิสูจน์ตัวตนที่ได้มาตรฐาน"

 

หลายประเทศกำลังเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ที่บังคับใช้กฎหมายห้ามอายุต่ำกว่า 16 ปีไปแล้วในช่วงต้นปี 2026 หรือประเทศในฝั่งยุโรปอย่าง ฝรั่งเศส ที่เตรียมเริ่มใช้มาตรการจำกัดอายุต่ำกว่า 15 ปีในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ รวมถึง กรีซ ที่วางแผนจะเริ่มในปี 2027

 

สรุปสถานการณ์ประเทศต่างๆ ที่ออกกฎบังคับการใช้งานสื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชน (เม.ย.2569)

ประเทศ สถานะ เกณฑ์อายุ รายละเอียดการกำกับดูแล
ออสเตรเลีย บังคับใช้แล้ว ต่ำกว่า 16 ปี ห้ามเยาวชนใช้งานสื่อสังคมออนไลน์โดยเด็ดขาด
นอร์เวย์ อยู่ระหว่างร่างกฎหมาย ต่ำกว่า 16 ปี เตรียมห้ามใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ (ประกาศ เม.ย. 2026)
อินโดนีเซีย บังคับใช้แล้ว ต่ำกว่า 16 ปี ห้ามใช้งาน เริ่ม มี.ค. 2026
มาเลเซีย บังคับใช้แล้ว ต่ำกว่า 16 ปี ห้ามใช้งาน เริ่ม ม.ค. 2026
กรีซ วางแผน ต่ำกว่า 15 ปี เตรียมบังคับใช้ในปี 2027
ฝรั่งเศส เตรียมบังคับใช้ ต่ำกว่า 15 ปี เริ่ม ก.ย. 2026
เดนมาร์ก อยู่ระหว่างเตรียมการ ต่ำกว่า 15 ปี เตรียมห้ามใช้งาน
สเปน อยู่ระหว่างผลักดัน ต่ำกว่า 16 ปี เสนอร่างกฎหมายห้ามใช้งาน
เยอรมนี / โปรตุเกส มีกฎระเบียบ 13–16 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
สหรัฐอเมริกา กฎระดับรัฐ ต่ำกว่า 13 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเป็นหลัก

 

 

ในขณะที่นานาชาติกำลังใช้มาตรการ 'ตัดขาด' เพื่อคุ้มครองเยาวชนจากโลกออนไลน์ สหภาพยุโรป เลือกใช้ยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งกว่าผ่านร่าง กฎหมาย Digital Fairness Act ที่เน้นให้แพลทฟอร์มเลิกใช้กลไกมอมเมาผู้ใช้งาน อาทิ 

การทำให้กดยกเลิกยาก,  การใช้ความกดดันทางเวลา, แพลตฟอร์มต้องมีความโปร่งใสว่าทำไมเนื้อหาบางอย่างถึงถูกจัดวางให้ผู้ใช้งานเห็นมากกว่า หรือแม้กระทั่ง ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์จะไม่สามารถนำไปใช้ทำโฆษณาแบบเจาะจงโดยเด็ดขาด!

 

 

เสียงไม่เห็นด้วยจากเจ้าของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม การขยับตัวครั้งนี้บรรดาบริษัท Big Tech อย่าง Meta, Alphabet, TikTok และ Snap ต่างส่งเสียงคัดค้านอย่างหนัก โดยอ้างถึงความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ  และข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในกรณีที่ต้องมีการเก็บข้อมูลยืนยันตัวตนที่เข้มงวดเกินไป

 

และนี่จะกลายเป็นการต่อสู้ทางกฎหมายและจริยธรรมที่สำคัญที่สุดในทศวรรษนี้

ระหว่าง

การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมดิจิทัลให้ปลอดภัยขึ้น กับ ไม่ทำลายสิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานทุกวัย

 

ประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ผ่านการผลักดันร่างประกาศจาก ETDA และอำนาจการกำกับดูแลของ กสทช. ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและธรรมาภิบาลบนโลกออนไลน์มากขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไปว่า ไทยจะก้าวข้ามผ่านวิกฤตความเสี่ยงบนโลกดิจิทัลนี้ได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

Meta เปิดฟีเจอร์ให้ผู้ปกครองเช็กได้ ลูกคุยอะไรกับ Meta AI บ้าง