สธ. ชู 'ระบบสุขภาพดิจิทัล' ยกระดับแอปหมอพร้อม-AI ทางการแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข ชู 'ระบบสุขภาพดิจิทัล' รับมือสังคมสูงวัย ยกระดับแอปหมอพร้อม-AI ทางการแพทย์ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพคนไทย
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินหน้าวางรากฐาน "ระบบสุขภาพดิจิทัล" ครบวงจร รับมือความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรและบริบทโลกที่เปลี่ยนไป ชูการยกระดับนวัตกรรมเทคโนโลยี ทั้งแอปพลิเคชันหมอพร้อม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2569) ณ อาคารมหิตลาธิเบศร แพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารดิจิทัลทางการแพทย์ รุ่นที่ 1 (ปดพ.1)
โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงทางการแพทย์เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา, ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร ประธานหลักสูตร ปดพ.1 และ พล.อ.อ. นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภาและผู้อำนวยการสถาบันมหิตลาธิเบศร
รับมือ 'สังคมสูงวัย' ท่ามกลางวิกฤตเด็กเกิดน้อย
นายพัฒนา ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงทิศทางและแนวโน้มของโลกในช่วงปี 2026 - 2030 ที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI
ประเด็นที่น่าจับตาสำหรับประเทศไทย คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรุนแรง ข้อมูลระบุว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่น้อยที่สุดในรอบ 75 ปี (ต่ำกว่า 4.2 แสนคน) สวนทางกับสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น
การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบนี้ ส่งผลให้ประเทศต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้จึงเป็นทางออกที่สำคัญ
ขับเคลื่อน ระบบสุขภาพดิจิทัล ผ่านนวัตกรรมและ AI
กระทรวงสาธารณสุขได้วางเป้าหมายหลักในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล ไว้ 3 มิติ ได้แก่
- ประชาชน: ต้องเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เท่าเทียม และทั่วถึง
- บุคลากรทางการแพทย์: นำเทคโนโลยีมาช่วยลดภาระงาน และเพิ่มคุณภาพในการดูแลผู้ป่วย
- ระบบสาธารณสุขภาพรวม: เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบ เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืน
ภายใต้แนวคิด "หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี" สธ. ได้ยกระดับบริการผ่าน แอปหมอพร้อม ให้เป็น Super App ด้านสุขภาพอย่างเต็มตัว
ประชาชนสามารถจัดการข้อมูลสุขภาพ แจ้งเตือนนัดหมาย ขอใบรับรองแพทยอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสอบสิทธิประโยชน์วัคซีน ไปจนถึงระบบสะสมก้าวเดินเพื่อแลกรางวัล โดยมี AI คอยให้คำแนะนำด้านสุขภาพเบื้องต้น
นอกจากนี้ ในระบบบริหารจัดการส่วนหลังบ้าน (Back-office) ได้มีการพัฒนาระบบ Dashboard เพื่อตรวจสอบความหนาแน่นของเตียงผู้ป่วยในแต่ละโรงพยาบาล และระบบประเมินความพึงพอใจอัตโนมัติ ขณะเดียวกันได้เริ่มนำ AI ทางการแพทย์ เข้ามาเสริมศักยภาพการให้บริการจริง
เช่น การอ่านฟิล์มเอกซเรย์เพื่อคัดกรองวัณโรคและมะเร็งปอด การคัดกรองความผิดปกติของจอประสาทตา และการคัดกรองปัญหาสุขภาพจิต โดยมีแผนขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวทิ้งท้ายถึงทิศทางในอนาคตว่า สธ. มุ่งเน้นไปที่ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่
1) การสร้างแรงจูงใจให้สังคมเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี
2) การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และนานาชาติ เพื่อสร้างความยั่งยืน
3) การสร้างมูลค่าจากการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ (Big Data)
"จุดแข็งของประเทศไทยคือการมีฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นทรัพยากรล้ำค่าในการพัฒนานวัตกรรม โดยการบริหารจัดการระบบสุขภาพดิจิทัลทั้งหมดนี้ จะดำเนินงานภายใต้ความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงสุดและยึดหลักธรรมาภิบาลองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน" นายพัฒนา ระบุ


