posttoday

เปิดหน้าตา “ทีมไทยแลนด์ด้านเวลเนส” เมื่อภาครัฐ-เอกชนจับมือปั้นไทยขึ้นเบอร์ 1 Wellness Hub!

10 กุมภาพันธ์ 2569

เจาะลึกยุทธศาสตร์ Wellness Hub Thailand ที่ได้ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชนกว่า 30 แห่ง ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทยสู่ High Value มุ่งเป้า New S-Curve เศรษฐกิจหมื่นล้าน

KEY

POINTS

  • ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันจัดตั้ง "ทีมไทยแลนด์ด้านเวลเนส" เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Wellness Ecosystem) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลก (Wellness Hub)
  • การทำงานร่วมกันครอบคลุมพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่กลุ่มการท่องเที่ยว ที่พัก ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงกลุ่มบริการสุขภาพและการแพทย์เชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร
  • ตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี ที่จะทำให้เศรษฐกิจเวลเนสของไทยติดอันดับ Top 10 ของโลก และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพติด Top 5 ของโลก

Wellness Economy หรือ Longevity Economy เป็นระบบที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยได้อย่างมหาศาล คือประโยคที่คนไทยรับรู้กันมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง โดยเฉพาะ Wellness Tourism ที่ต้องยอมรับว่าประเทศไทยแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค!

 

ดังที่ นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เหนือสิ่งอื่นใด จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงความงดงามภายนอก หากอยู่ที่พลังแห่งการดูแลซึ่งกันและกันที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์การแพทย์แผนไทย การนวด การดูแลแบบองค์รวม ไปจนถึงระบบสาธารณสุขและการแพทย์สมัยใหม่ที่ได้มาตรฐานสากล สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่บทบาท ‘จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพของโลก’ ได้”

 

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจ Wellness ของไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.4% สูงเป็นอันดับ 1 ของโลกในช่วงปีค.ศ. 2022 – 2023 โดยภาคส่วนที่ขยายตัวโดดเด่นที่สุดคือ ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ’

ในขณะที่ข้อมูลของ GWI ในปีค.ศ.2023 – 2024 ภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยขยายตัวอย่างโดดเด่น ด้วยอัตราการเติบโต 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เติบโต 37.7% และประเทศอินเดียที่เติบโตเป็นอันดับหนึ่งถึง 57.5% โดยตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความต้องการของนักเดินทางทั่วโลก แต่ยังแสดงถึงโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ที่จะนำพาเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ

 

 

ทั้งนี้ นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความพร้อมของประเทศไทยไว้อย่างน่าสนใจเพิ่มเติมด้วยว่า 

“ถามว่าพร้อมไหม? พร้อมไม่พร้อมก็ต้องทำ แต่ถ้าดูสถานการณ์ปัจจุบัน มูลค่าเศรษฐกิจ Wellness ของไทยเติบโต 28.4% ถือเป็นอันดับ 1 ของโลกในช่วงปี 2565–2566” ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ยืนยันข้อเท็จจริงนี้ โดยระบุว่ามูลค่าเศรษฐกิจเวลเนสรวมของไทยอยู่ที่ประมาณ 40,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.2 ล้านล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม นพ.ตนุพล มองว่าที่ผ่านมาเป็นการทำงานแบบแยกส่วน

“ในอดีตเราอยู่หมวด 24 ของโลก และอันดับ 9 ของเอเชียแปซิฟิก แต่เป็นการทำแบบภาคส่วนใครภาคส่วนมัน ภาครัฐทำ ภาคเอกชนทำ โรงแรมทำ การจะมาจับมือกันเป็นทีมยังมีน้อยมาก”

 

การสร้าง Wellness Ecosystem ในวันนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจสุขภาพของไทยให้ก้าวกระโดด

 

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ

 

องค์ประกอบของ ทีมไทยแลนด์ สร้าง Wellness Ecosystem

 

 

ดังนั้น จึงเกิดโครงการ “The Journey Within” ขึ้น ซึ่งเป็นการได้จัดวางบทบาทของพันธมิตรแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจนในโมเดล Travel–Stay–Scientific Wellness ที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ประกอบด้วย

 

 

  • กลุ่มขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับประเทศ (Travel & Benefits Enabler) ได้แก่

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระดับประเทศ ผลักดันภาพลักษณ์ไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านคุณภาพชีวิตระดับโลก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ Wellness Tourism อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB)
สนับสนุนอุตสาหกรรม Wellness ผ่านตลาดไมซ์ (MICE) ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางจัดงานสุขภาพนานาชาติ พร้อมพัฒนาแคมเปญ MEET WELL เพื่อยกระดับสู่ High Value MICE Destination

Thailand Privilege Card
ส่งเสริมการพำนักระยะยาวของชาวต่างชาติ โดยเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับไทยเป็นจุดหมายด้าน Health & Well-being และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจระยะยาว

Bangkok Airways
สนับสนุนการเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาพหลักและเมืองรอง เพิ่มความสะดวกและมาตรฐานการเดินทางระดับลักชัวรี

 

 

เปิดหน้าตา “ทีมไทยแลนด์ด้านเวลเนส” เมื่อภาครัฐ-เอกชนจับมือปั้นไทยขึ้นเบอร์ 1 Wellness Hub!

 

  • กลุ่มที่พักและไลฟ์สไตล์เวลเนส (Stay & Lifestyle Experience)

 

เครือโรงแรมและองค์กรด้านการท่องเที่ยว เช่น สมาคมโรงแรมไทย, Sri panwa, CELES SAMUI, Mövenpick BDMS Wellness Resort และ Dusit Thani Bangkok

ร่วมยกระดับมาตรฐานบริการและสร้างประสบการณ์ที่ผสานความสะดวกสบายกับแนวคิด Wellness ท่ามกลางสภาพแวดล้อมธรรมชาติและบริการแบบไทย

Siam Piwat
พัฒนารีเทลไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้านสุขภาพ ความงาม และความยั่งยืน

King Power
ผู้นำธุรกิจ Travel Retail และ Duty Free ยกระดับประสบการณ์นักเดินทาง พร้อมพัฒนา The Atlas Club พื้นที่พักผ่อนระดับลักชัวรีที่สนามบินสุวรรณภูมิ

Lancôme
สนับสนุนมิติ Aesthetic & Skin Longevity ผ่านเทคโนโลยีความงามเชิงวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงแนวคิด Healthy Aging

OSIM
เติมเต็มด้าน Recovery & Relaxation ผ่านเทคโนโลยี Wellness และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพอัจฉริยะ

KTC Card
สนับสนุนการเข้าถึงบริการ Wellness ผ่านสิทธิประโยชน์และโซลูชันการเงินด้านสุขภาพ

สมาคมสปาไทย
ยกระดับมาตรฐานธุรกิจสปา ถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยสู่ระดับสากล และพัฒนาคุณภาพบริการ Wellness

 

 

  • กลุ่มบริการสุขภาพและ Scientific Wellness (Healthcare and Scientific Wellness)

 

BDMS Wellness Clinic
ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ใช้องค์ความรู้การแพทย์สมัยใหม่และโปรแกรมสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตระยะยาว

N Health (เครือ BDMS)
ผู้ให้บริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มาตรฐานสากล (ISO 15189 และ CAP) รองรับการตรวจวิเคราะห์กว่า 4,000 รายการ และมากกว่า 30 ล้านเทสต์ต่อปี ครอบคลุม Biomarkers, DNA, ฮอร์โมน, ไมโครไบโอม รวมถึง Proteomics และ Epigenetics เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและแบบเฉพาะบุคคล

 

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM), สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง (TUSAT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ วิทยาลัยดุสิตธานี 

โดยมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ งานวิจัย และพัฒนาหลักสูตรด้านการแพทย์และเวลเนสอย่างเป็นระบบ     ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีด้านการแพทย์และเวชศาสตร์ป้องกัน, Wellness Real Estate, และอาหารสุขภาพ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความชำนาญการทั้งเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติ พร้อมรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมสุขภาพในระดับประเทศและนานาชาติต่อไป

 

 

 

เป้าหมาย 5 ปี สู่ Top 10 ของโลก

 

ท้ายนี้ นพ.ตนุพล ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายว่า ภายใน 5 ปี ประเทศไทยควรติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ในแง่มูลค่าเศรษฐกิจ Wellness และติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ในแง่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) จากปัจจุบันที่ไทยอยู่ในอันดับ 15 ด้านค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวสุขภาพ

“Wellness ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดของเศรษฐกิจไทย ในวันที่อุตสาหกรรมอื่นอาจเผชิญความผันผวน แต่เวลเนสไทยยังเติบโตในระดับ 2 ดิจิตติดต่อกันมานับสิบปี” นพ.ตนุพล สรุปทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

จากต้าหลี่มาไทย เรียลลิตี้ความรักฉบับคนวัยเกือบ 60 ที่สร้างปรากฎการณ์ในจีน!