สรุปมาตรการ 3 ระยะ หากเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง "ไวรัสนิปาห์"
ประเทศไทยยกการ์ดสูง! สรุปมาตรการ 3 ระยะที่ควรรู้ ป้องกันนักท่องเที่ยวจากพื้นที่เสี่ยง “ไวรัสนิปาห์” บริเวณสนามบิน
KEY
POINTS
- มาตรการก่อนและระหว่างเดินทาง: ผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงต้องกรอกใบ ต.8 (Health Declaration) และหากมีไข้ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ ส่วนลูกเรือต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน
- มาตรการเมื่อถึงไทย: ผู้โดยสารต้องยื่นใบ ต.8 ที่ด่านควบคุมโรค มีการจัดหลุมจอดและพื้นที่คัดกรองโดยเฉพาะ พร้อมตรวจสุขาภิบาลและฆ่าเชื้อเครื่องบินจากพื้นที่ระบาด
- มาตรการส่งต่อผู้ป่วยข้ามประเทศ: ผู้ป่วยที่ส่งต่อจากอินเดียและบังกลาเทศเพื่อมารักษาในไทย ต้องมีผลตรวจเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธี PCR เป็นลบจากโรงพยาบาลต้นทางก่อนเดินทาง
นายแพทย์โรม บัวทอง ผู้อำนวยการกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้กำหนดมาตราการสำหรับสายการบินและท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินจากพื้นที่ระบาด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
มาตรการก่อนและระหว่างการเดินทาง
- ให้ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สวมอุปกรณ์ป้องกันโรคตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
- หากพบผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงมีไข้สูงหรืออาการทางเดินหายใจ ระหว่างการเช็กอินหรือขึ้นเครื่อง ต้องให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (fit to fly certificate)
- ระหว่างการเดินทาง หากพบผู้โดยสารมีอาการป่วย ให้ผู้โดยสารนั่งอยู่ในที่นั่งตัวเอง ไม่เปลี่ยนที่นั่ง และแจ้งหอบังคับการบินทันที เพื่อประสานด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศปลายทาง
- ให้สายการบินแจกแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) แก่ผู้โดยสารทุกคนจากพื้นที่ที่มีการระบาด และกรอกข้อมูลให้แล้วเสร็จก่อนเครื่องลงประเทศไทย
มาตรการเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย
- ผู้โดยสารต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
- ตรวจสุขาภิบาลอากาศยานทุกเที่ยวบินจากพื้นที่ที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และกรณีพบผู้ป่วยสงสัย ต้องทำการฆ่าเชื้อเครื่องบินก่อนทำการบินต่อ
- กำหนดหลุมจอดเฉพาะสำหรับเครื่องบินที่มาจากพื้นที่โรคระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ พร้อมจัดพื้นที่คัดกรอง ห้องแยกโรค เส้นทางส่งต่อผู้ป่วย และการจัดการสัมภาระ
- สายการบินต้องส่งข้อมูล Passenger Manifest และ General Declaration Form ให้กับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
มาตรการกรณีการส่งต่อผู้ป่วยข้ามประเทศ
- ผู้ป่วยโรคใด ๆ ที่ส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และมีความประสงค์จะเข้ามารักษาในไทย ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจหาสารพันธุกรรม (PCR) จากโรงพยาบาลต้นทางก่อนเข้าประเทศทุกครั้ง และให้โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ถึงสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคไวรัสนิปาห์ ในประเทศไทยวันนี้ (27 มกราคม 2569) ว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ให้ตรวจไวรัสนิปาห์ให้เข้มข้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้จัดทีมตรวจที่สนามบินตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทางกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับทางท่าอากาศยานได้ทำการตรวจสอบผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองโกลกาตา รัฐเวสต์เบงกอล ของอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีการตรวจไปแล้วราว 1700 คนก็ไม่พบผู้ติดเชื้อ ทีนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขพบผู้ที่เดินทางเข้ามาประมาณวันละเกือบ 700 คน ใน 3 สนามบิน


