posttoday

The Old Man Town โมเดลเมืองดูแลผู้สูงวัย เกิดขึ้นแล้วในไทยที่ 'เชียงราย'

11 พฤศจิกายน 2568

The Old Man Town โมเดลเมืองดูแลผู้สูงวัย เกิดขึ้นแล้วในไทยที่ 'เชียงราย' มีสถานชีวาภิบาล - Care Giver ประจำชุมชน

KEY

POINTS

  • โครงการ "The Old Man Town" ที่ ต.ม่วงคำ จ.เชียงราย เป็นโมเดลต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร เพื่อรองรับประชากรผู้สูงวัยที่มีสัดส่วนสูงถึง 33% ในพื้นที่
  • มีการจัดตั้งสถานชีวาภิบาล "Nursing home Elite Health plus" ภายใต้สิทธิบัตรทอง เพื่อดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยระยะท้าย ควบคู่กับการให้บริการเชิงรุก เช่น การเยี่ยมบ้านและฟื้นฟูสุขภาพ
  • โมเดลนี้เกิดจากความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้ง อบต.ม่วงคำ สปสช. และชุมชน เพื่อสร้างระบบดูแลที่ยั่งยืน พร้อมทั้งจ้างงานผู้ดูแล (Care giver) เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้คนในท้องถิ่น

โครงการ  “The Old Man Town : เมืองผู้สูงวัยตำบลม่วงคำ”  คือ โครงการต้นแบบพัฒนาระบบบริการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ของอบต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย มีขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ภายในโครงการยังมีสถานชีวาภิบาล Nursing home Elite Health plus หน่วยบริการมาตรา 3 ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ที่ให้บริการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง รวมถึงผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งได้มีการจ้างงานผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง (Care giver) จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล

 

 

เริ่มต้นจากการหาวิธีดูแลผู้สูงวัยที่มีมาถึงร้อยละ 33 ของประชากรในพื้นที่

 

นางสายสุรี ทนันชัย นายก อบต.ม่วงคำ กล่าวว่า โครงการ The Old Man Townฯ เกิดจากโครงสร้างประชากรของตำบลที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้สูงอายุถึงจำนวน 2,615 คน หรือร้อยละ 33 ของประชากรในพื้นที่ ทำให้ อบต.ม่วงคำต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพที่ดี มีศักดิ์ศรี พึ่งพาตนเองได้ยาวนานที่สุด

โดยมุ่งพัฒนาทั้ง 6 มิติ ได้แก่ สุขภาพ สวัสดิการ สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจอาชีพ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และศาสนา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา เน้นการดูแลเชิงรุกและส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม  ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพาน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่

 

The Old Man Town โมเดลเมืองดูแลผู้สูงวัย เกิดขึ้นแล้วในไทยที่ 'เชียงราย'

 

ทั้งนี้ โครงการ The Old Man Town จะมีกิจกรรมหลักๆ ได้แก่

  • การออกเยี่ยมบ้านให้บริการรักษาพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
  • บริการฟื้นฟูสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะกายใจ
  • การฝึกอาชีพเสริม
  • การพัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้สูงอายุผ่านเครือข่าย “E-smart Moung Kham” เพื่อให้การดูแลมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

เปิดสถานชีวาภิบาลในพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน

 

อบต.ม่วงคำ ยังได้จัดตั้งสถานชีวาภิบาล “Nursing home Elite Health plus” โดยภาคประชาสังคม  จัดเป็นหน่วยบริการมาตรา 3 กับ สปสช.  ซึ่งมีการพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่ผ่านหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง หลักสูตรผู้ดำเนินการดูแลผู้สูงอายุ 130 ชั่วโมง และหลักสูตร BMC 91 ชั่วโมง จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

โครงการดังกล่าวได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ส่งผลให้เกิดเครือข่าย Care giver ในชุมชนจำนวน 10 คน ซึ่งล้วนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำหรับปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา อบต.ม่วงคำ ได้ร่วมโครงการจ้าง Care giver เพิ่มอีก 10 คน ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ถือเป็นการต่อยอดการวางระบบดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ ทั้งในด้านโครงสร้าง การจัดการ และการบริการ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตอย่างยั่งยืนในสังคมสูงวัย

 

“อบต.ม่วงคำ ไม่สามารถใช้งบประมาณท้องถิ่นของ อบต. ในด้านสุขภาพได้โดยตรง เพราะต้องจัดสรรไปยังโครงสร้างพื้นฐานในด้านอื่นๆ จึงได้สร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขและการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึง สปสช. เพื่อสนับสนุนความรู้ และงบประมาณในการจัดบริการสุขภาพต่างๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ” นายก อบต.ม่วงคำ กล่าว


 

The Old Man Town โมเดลเมืองดูแลผู้สูงวัย เกิดขึ้นแล้วในไทยที่ 'เชียงราย'

 

นายพิชเยศ ทนันชัย หนึ่งใน Care giver พื้นที่ ต.ม่วงคำ กล่าวว่า ดีใจที่ได้เข้าร่วมทำหน้าที่ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง เพราะต้องการกลับมาช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องได้รับการดูแลในชุมชนอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ป่วยติดบ้านหรือติดเตียง ซึ่งการได้เข้าไปเยี่ยมและดูแลอย่างต่อเนื่องทำให้เห็นรอยยิ้มและความสุขของผู้สูงอายุ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ช่วยให้มีความรู้ด้านกายภาพและจิตใจของผู้สูงอายุ เข้าใจความต้องการและให้การดูแลได้อย่างเหมาะสม 

 

สำหรับการให้บริการในสถานชีวาภิบาลที่ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง กรณีที่เป็นผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายจะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากผู้ป่วยหรือสูงอายุรายอื่นๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย แต่ต้องการให้สถานชีวาภิบาลช่วยดูแล จะมีการเก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเริ่มต้นที่ 19,000 บาทต่อเดือน รายได้ส่วนนี้จะนำเข้าวิสาหกิจชุมชนร้อยละ 5 เพื่อสร้างอาชีพให้คนในชุมชน และอีกส่วนหนึ่งนำมาเพิ่มเติมเพื่อดูแลผู้ป่วยบัตรทองและพัฒนาสถานชีวาภิบาลต่อไป 

 

“ หากผู้สูงอายุเข้าเกณฑ์การดูแลตามสิทธิประโยชน์ของสถานชีวาภิบาลในชุมชน ก็สามารถตั้งเบิกค่าบริการจาก สปสช. ได้โดยตรง ขณะที่ผู้ที่เข้ารับบริการทั่วไป เช่น ผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแล หรืออยู่ระหว่างพักฟื้นหลังการผ่าตัด จะมีการคิดค่าบริการแยกต่างหากตามประเภทของการดูแล โดยมุ่งเน้นการให้บริการแบบองค์รวมครบทุกระยะ ตั้งแต่ระยะเฉียบพลัน (Acute Care) ระยะกลาง (Intermediate Care) ระยะยาว (Long Term Care) จนถึงระยะท้ายของชีวิต (Palliative Care) เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงในทุกช่วงชีวิต” นายพิชเยศกล่าว

 

 

งบประมาณที่จัดสรรให้มีทั้งการจ้าง Care Giver และงบศูนย์ชีวาภิบาลรายหัว

 

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ตำบลม่วงคำ ภายใต้การบริหารของ อบต.ม่วงคำ เป็นพื้นที่ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ภายใต้โมเดล “The Old Man Town : เมืองผู้สูงวัยตำบลม่วงคำ” ที่บูรณาการการทำงานของภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยมีจุดเด่นคือเป็นพื้นที่อยู่อาศัยจริงของผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลต่อเนื่องจากหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ (PCU) และทีม Care giver รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

โครงการดังกล่าวดำเนินภายใต้บริการ สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) โดยใช้งบจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ร่วมกับงบของ สปสช. และกองทุน ระบบการดูแลระยะยาว (LTC) สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง รวมถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ใช้จ้าง Care giver เดือนละ 5,000–6,000 บาท เพื่อขยายการดูแลให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งยังมี ศูนย์ชีวาภิบาล ที่เป็นหน่วยบริการตามมาตรา 3 สามารถเบิกงบจาก สปสช. ได้ปีละ 10,442 บาทต่อหัวประชากร สำหรับดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

 

“สปสช. เปรียบเสมือนสารตั้งต้น ที่สนับสนุนท้องถิ่นให้พัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ทั้งด้านงบประมาณและระบบบริหารจัดการ ซึ่ง อบต.ม่วงคำ คือ ตัวอย่างของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม ที่สร้างทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชนได้จริง” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทองคำหยุดตกแล้ว! MTS Gold ชี้ 7 หมื่นบาทคือฐานใหม่ - ปีหน้าลุ้นแสนบาท