นโยบายเครื่องดื่ม ‘หวานน้อย’ เจ๋ง! คนไทยกินน้ำตาลลดลง ‘เกินครึ่ง’ ใน 5 ปี
งานวิจัยเผยความสำเร็จ นโยบายลดการบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มของประเทศไทย พบคนไทยกินน้ำตาลลดลงเกินครึ่งในรอบ 5 ปี
KEY
POINTS
- งานวิจัยชี้ว่านโยบายและแคมเปญ "เครื่องดื่มหวานน้อย" ทำให้คนไทยบริโภคน้ำตาลลดลงกว่า 57% ในระยะเวลา 5 ปี
- มาตรการสำคัญประกอบด้วยการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และการส่งเสริมให้ร้านค้าติดฉลากแสดงระดับความหวานเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
- ส่งผลให้ปริมาณการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยต่อคนลดลงจาก 25 ช้อนชาต่อวันในปี 2019 เหลือ 8 ช้อนชาต่อวัน
- พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยในปี 2023 กว่า 57% เลือกดื่มเครื่องดื่มหวานน้อย และตั้งเป้าหมายให้ถึง 90% ภายในปี 2027
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Regional Health – Southeast Asia ในปี 2025 กล่าวถึง ความสำเร็จของ ‘ประเทศไทย’ กับนโยบายและแคมเปญ ‘เครื่องดื่มหวานน้อย’ ซึ่งทำให้คนไทยสามารถบริโภคน้ำตาลลดลงได้กว่า 57% ในระยะเวลา 5 ปี
นโยบายและแคมเปญในประเทศไทยต่อ ‘เครื่องดื่มหวานน้อย’
ในช่วงปี 1990 -2018 ประเทศไทยบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากน้อยกว่า 1 แก้วต่อสัปดาห์เป็นมากกว่า 4 แก้วต่อสัปดาห์
ในปี 2019 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล รายงานว่า
ปริมาณการบริโภคน้ำตาลทั้งประเทศอยู่ที่ 2.5 ล้านตันต่อปี เทียบเท่ากับ 25 ช้อนชาต่อคนต่อวัน และ 18 ช้อนชามาจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
ซึ่งเกินกว่าข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เริ่มมาตรการลดการบริโภคน้ำตาล เริ่มตั้งแต่ ปี 2017 ได้จัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
ต่อมาในปี 2020 กรมอนามัยได้เปิดตัว นโยบายและแคมเปญเครื่องดื่มหวานน้อย เกิดขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่เกี่ยวกับภาษี เพื่อควบคุมการบริโภคน้ำตาลเกินพอดี โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือประชากรวัย 15-59 ปี
โดยเน้น ‘การลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ และติดฉลากแสดงระดับน้ำตาลในร้านกาแฟ’ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ ( หรือ เลือกเครื่องดื่มหวานน้อย หรือไม่หวานนั่นเอง)
คนไทยเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยเพิ่มขึ้นเกิน 50%
ในเดือนเมษายน 2020 ข้อมูลยอดขายเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล จากร้านกาแฟที่เข้าร่วม 9,674 ร้าน พบว่า 32% ของผู้บริโภคไทยเลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยในช่วงเริ่มต้น
หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาสูตรเครื่องดื่มหวานน้อย และติดฉลากแสดงปริมาณน้ำตาล โดยมีระดับตั้งแต่
0% ไม่เติมน้ำตาล
25% น้ำตาล 2.5 ช้อนชา
50% น้ำตาล 5 ช้อนชา
75% น้ำตาล 7.5 ช้อนชา
100% น้ำตาล 10 ช้อนชาต่อแก้ว
ซึ่งฉลากเหล่านี้จะต้องถูกติดในจุดที่มองเห็นง่าย
หลังจากผ่านไป 3 เดือน ยอดขายจากร้านกาแฟที่เข้าร่วมแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยเพิ่มขึ้นเป็น 55%
ในระยะต่อมา ทางกรมอนามัย ได้มีการร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ ร้านแฟรนไชส์ และแพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์ ในระยะเวลาต่อไป เพื่อโปรโมตมาตรฐานน้ำตาล น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 กรัมต่อ 100 มล. ตามมาตรฐาน WHO
ข้อมูลปรากฎว่าหลังจากมาตรการดังกล่าวในปี 2023 พบว่า
57% ของผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มหวานน้อย ขณะที่แพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์รายงานว่าปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยต่อเครื่องดื่มลดลง 12.2 กรัม
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำตาลต่อปีลดลงเหลือ 0.8 ล้านตัน จาก 2.5 ล้านตันในปี 2019 เทียบเท่ากับการบริโภคน้ำตาล 8 ช้อนชาต่อคนต่อวัน
ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ว่า ผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยมากขึ้น โดยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ (75%) เลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 0%–75% และ 34.1% เลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพียง 0%–25%
ทั้งนี้ จากรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายระดับชาติที่ 90% ของผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยภายในปี 2027


