posttoday

นโยบายเครื่องดื่ม ‘หวานน้อย’ เจ๋ง! คนไทยกินน้ำตาลลดลง ‘เกินครึ่ง’ ใน 5 ปี

24 ตุลาคม 2568

งานวิจัยเผยความสำเร็จ นโยบายลดการบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มของประเทศไทย พบคนไทยกินน้ำตาลลดลงเกินครึ่งในรอบ 5 ปี

KEY

POINTS

  • งานวิจัยชี้ว่านโยบายและแคมเปญ "เครื่องดื่มหวานน้อย" ทำให้คนไทยบริโภคน้ำตาลลดลงกว่า 57% ในระยะเวลา 5 ปี
  • มาตรการสำคัญประกอบด้วยการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และการส่งเสริมให้ร้านค้าติดฉลากแสดงระดับความหวานเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  • ส่งผลให้ปริมาณการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยต่อคนลดลงจาก 25 ช้อนชาต่อวันในปี 2019 เหลือ 8 ช้อนชาต่อวัน
  • พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยในปี 2023 กว่า 57% เลือกดื่มเครื่องดื่มหวานน้อย และตั้งเป้าหมายให้ถึง 90% ภายในปี 2027

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Regional Health – Southeast Asia ในปี 2025 กล่าวถึง ความสำเร็จของ ‘ประเทศไทย’ กับนโยบายและแคมเปญ ‘เครื่องดื่มหวานน้อย’ ซึ่งทำให้คนไทยสามารถบริโภคน้ำตาลลดลงได้กว่า 57% ในระยะเวลา 5 ปี

 

 

นโยบายและแคมเปญในประเทศไทยต่อ ‘เครื่องดื่มหวานน้อย’

 

ในช่วงปี 1990 -2018 ประเทศไทยบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากน้อยกว่า 1 แก้วต่อสัปดาห์เป็นมากกว่า 4 แก้วต่อสัปดาห์

 

ในปี 2019 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล รายงานว่า

ปริมาณการบริโภคน้ำตาลทั้งประเทศอยู่ที่ 2.5 ล้านตันต่อปี เทียบเท่ากับ 25 ช้อนชาต่อคนต่อวัน และ 18 ช้อนชามาจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

ซึ่งเกินกว่าข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน

 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เริ่มมาตรการลดการบริโภคน้ำตาล เริ่มตั้งแต่ ปี 2017 ได้จัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

ต่อมาในปี 2020 กรมอนามัยได้เปิดตัว นโยบายและแคมเปญเครื่องดื่มหวานน้อย เกิดขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่เกี่ยวกับภาษี เพื่อควบคุมการบริโภคน้ำตาลเกินพอดี โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือประชากรวัย 15-59 ปี

โดยเน้น ‘การลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ และติดฉลากแสดงระดับน้ำตาลในร้านกาแฟ’ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ ( หรือ เลือกเครื่องดื่มหวานน้อย หรือไม่หวานนั่นเอง)

 

คนไทยเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยเพิ่มขึ้นเกิน 50%

 

ในเดือนเมษายน 2020 ข้อมูลยอดขายเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล จากร้านกาแฟที่เข้าร่วม 9,674 ร้าน พบว่า 32% ของผู้บริโภคไทยเลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยในช่วงเริ่มต้น

หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาสูตรเครื่องดื่มหวานน้อย และติดฉลากแสดงปริมาณน้ำตาล โดยมีระดับตั้งแต่

 

0% ไม่เติมน้ำตาล

25% น้ำตาล 2.5 ช้อนชา

50% น้ำตาล 5 ช้อนชา

75% น้ำตาล 7.5 ช้อนชา

100% น้ำตาล 10 ช้อนชาต่อแก้ว

 

ซึ่งฉลากเหล่านี้จะต้องถูกติดในจุดที่มองเห็นง่าย

 

หลังจากผ่านไป 3 เดือน ยอดขายจากร้านกาแฟที่เข้าร่วมแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยเพิ่มขึ้นเป็น 55%

 

ในระยะต่อมา ทางกรมอนามัย ได้มีการร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่  ร้านแฟรนไชส์ และแพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์ ในระยะเวลาต่อไป เพื่อโปรโมตมาตรฐานน้ำตาล น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 กรัมต่อ 100 มล. ตามมาตรฐาน WHO

 

ข้อมูลปรากฎว่าหลังจากมาตรการดังกล่าวในปี 2023 พบว่า

 

57% ของผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มหวานน้อย ขณะที่แพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์รายงานว่าปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยต่อเครื่องดื่มลดลง 12.2 กรัม

 

นอกจากนี้ ปริมาณน้ำตาลต่อปีลดลงเหลือ 0.8 ล้านตัน จาก 2.5 ล้านตันในปี 2019 เทียบเท่ากับการบริโภคน้ำตาล 8 ช้อนชาต่อคนต่อวัน

 

ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ว่า ผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยมากขึ้น โดยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ (75%) เลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 0%–75% และ 34.1% เลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพียง 0%–25%

 

ทั้งนี้ จากรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายระดับชาติที่ 90% ของผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยภายในปี 2027

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก