posttoday
KTC ชู "Beyond Rainbow" มากกว่า DEI คือพลังขับเคลื่อน "เศรษฐกิจสีชมพู"

KTC ชู "Beyond Rainbow" มากกว่า DEI คือพลังขับเคลื่อน "เศรษฐกิจสีชมพู"

22 มิถุนายน 2568

"เคทีซี" จุดประกายเวที “Beyond Rainbow” ขับเคลื่อนแนวคิด DEI หนุนความหลากหลาย-เท่าเทียมในองค์กร พร้อมชูเศรษฐกิจสีชมพูเป็นพลังใหม่ของไทย

“Beyond Rainbow” สู่ความเข้าใจที่แท้จริง DEI, ความเท่าเทียม และพลังเศรษฐกิจสีชมพูในไทยและโลก

 

แนวคิดเรื่อง “ความเท่าเทียม” ไม่ได้เป็นเพียงวาทกรรมเชิงคุณธรรมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น กลยุทธ์เชิงนโยบาย และ แนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะภายใต้แนวคิด DEI – Diversity (ความหลากหลาย), Equity (ความเท่าเทียม), Inclusion (การมีส่วนร่วม) ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในองค์กร สังคม และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

 

ในประเทศไทย แนวโน้มนี้เริ่มเห็นภาพชัดมากขึ้นจากการขับเคลื่อนของภาคเอกชน ล่าสุด “เคทีซี” (บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด มหาชน) ที่เปิดเวที “Beyond Rainbow” ดึงผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนร่วมถอดรหัส DEI และผลักดัน Pink Economy ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

 

KTC ชู "Beyond Rainbow" มากกว่า DEI คือพลังขับเคลื่อน "เศรษฐกิจสีชมพู"

 

DEI จากหลักการสู่การปฏิบัติในองค์กรไทย

แม้ DEI จะเป็นคำที่คุ้นหูมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังยังถือเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะในตลาดแรงงานไทย ที่ข้อมูลเชิงลึกจาก JobsDB ระบุว่า กลุ่มแรงงานที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น LGBTQ+ ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการยังคงรู้สึกว่าไม่ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมจากองค์กรส่วนใหญ่

 

คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ JobsDB ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญ คือ “อคติแฝง” ที่ยังปรากฏในถ้อยคำที่ใช้ในประกาศรับสมัครงาน เช่น การระบุอายุ เพศ หรือภาพลักษณ์ที่ต้องการ ซึ่งส่งผลให้ผู้สมัครจากกลุ่มหลากหลายสูญเสียความมั่นใจตั้งแต่ต้นทาง

 

การแก้ปัญหานี้เริ่มได้จากจุดเล็กที่สุดคือภาษา JobsDB แนะนำให้ใช้ภาษาที่เป็นกลาง และหลีกเลี่ยงการตั้งคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถ เช่น สถานภาพสมรสหรือศาสนา รวมถึงการใช้เครื่องมือช่วยเขียนประกาศงานที่ปราศจากอคติ (Bias-Free Job Ad Tools)

 

KTC ชู "Beyond Rainbow" มากกว่า DEI คือพลังขับเคลื่อน "เศรษฐกิจสีชมพู"

 

กรณีศึกษา "เคทีซี" กับวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลาย

คุณปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีให้ความสำคัญทั้งมิติทางกายภาพและจิตใจ โดยมีการปรับปรุงสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกตามความต้องการของพนักงาน พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในฐานะ Trusted Organization และเปิดโอกาสให้พนักงานรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็น เคทีซีได้แสดงให้เห็นว่าการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างต่อความหลากหลาย ไม่ใช่เพียงเรื่อง “ดีต่อสังคม” แต่ยังดีต่อองค์กรด้วย

 

องค์กรที่มีพนักงานกว่า 1,800 คน โดย 70% เป็นเพศหญิง และมากกว่า 70% อยู่ในกลุ่ม Gen Y ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมทั้งในมิติของสวัสดิการและการมีส่วนร่วม เช่น นโยบาย “Junior Speak First” ที่เปิดโอกาสให้พนักงานรุ่นใหม่กล้าแสดงความคิดเห็น การเปิด CEO LIVE Talk ที่ทุกคนสามารถถามคำถามได้อย่างเสรี ไปจนถึงการออกแบบสวัสดิการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของแต่ละบุคคล

 

ผลลัพธ์คือ Employee Engagement สูงขึ้น และอัตราการลาออกลดลงอย่างต่อเนื่อง นี่คือภาพสะท้อนว่า “การยอมรับความหลากหลาย” กลายเป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน และเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในระยะยาว

 

มุมมองจากการศึกษา ปลูกฝัง DEI ตั้งแต่ในห้องเรียน

รศ.โรจน์ คุณเอนก จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ย้ำว่า ความท้าทายของ DEI ในไทยไม่ใช่การขาดความหลากหลาย แต่คือ “การขาดความเข้าใจต่อความหลากหลายนั้น” เขาเสนอให้การเรียนรู้เรื่อง DEI เริ่มต้นตั้งแต่ในห้องเรียน ผ่านการออกแบบหลักสูตรที่เปิดกว้าง และกิจกรรมที่สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space)

 

ธรรมศาสตร์เองได้ริเริ่มห้องน้ำความเสมอภาค การจัดเวทีให้นักศึกษาทุกเพศมีส่วนร่วม และย้ำหลักการว่าทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม นี่คือการสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้คนรุ่นใหม่สามารถเติบโตเข้าสู่โลกการทำงานที่มีจิตสำนึกเรื่อง DEI อย่างแท้จริง

 

ประวัติศาสตร์ต้อง “มองเห็น” ความหลากหลาย

มากกว่านั้น DEI ยังสะท้อนอยู่ในมิติที่ลึกซึ้งกว่าองค์กรหรือสวัสดิการ นั่นคือ มิติเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

 

คุณคุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ นักเล่าเรื่องและนักประวัติศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์กระแสหลักที่ละเลยกลุ่มชายขอบ เช่น แรงงานหญิง หรือ LGBTQ+ เท่ากับการทำให้พวกเขา “หายไปจากความทรงจำของสังคม” ดังนั้นการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้ความหลากหลายปรากฏอย่างเท่าเทียมจึงเป็นภารกิจสำคัญของ DEI เช่นกัน

 

บทเรียนจากสิงคโปร์ เมื่อ DEI เป็นนโยบายแห่งรัฐ

ในระดับนโยบายประเทศ สิงคโปร์ กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเมื่อรัฐบาลตัดสินใจยกเลิก มาตรา 377A ที่เคยกำหนดโทษทางกฎหมายสำหรับความสัมพันธ์ของคนเพศเดียวกัน แม้กฎหมายสมรสเท่าเทียมยังไม่เกิดขึ้น แต่การลบความผิดทางกฎหมายคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

 

DEI จึงไม่ใช่เพียงเรื่องขององค์กรธุรกิจ แต่คือ การวางรากฐานสังคมแห่งความยุติธรรม (Just Society) ที่ทุกคนรู้สึกว่า “มีที่ยืน” และสามารถมีชีวิตในแบบที่ตนเองเป็นได้โดยปราศจากความกลัว

 

Pink Economy พลังเศรษฐกิจใหม่ที่ไทยไม่ควรมองข้าม

ในมิติของเศรษฐกิจ กลุ่มผู้บริโภคที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะ LGBTQ+ กลายเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง ทั้งในแง่ของกำลังซื้อ ไลฟ์สไตล์ และความภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งผลักดันให้เกิดแนวคิด “เศรษฐกิจสีชมพู” (Pink Economy)

 

ประเทศไทยซึ่งมีทั้งความเปิดกว้างทางวัฒนธรรม ความยืดหยุ่นทางกฎหมาย และภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อความหลากหลาย มีศักยภาพจะก้าวขึ้นเป็น “ฮับของ Pink Economy แห่งเอเชีย” ได้ หากได้รับแรงสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม

 

กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Pink Economy มีตั้งแต่เทศกาล Pride ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โรงแรม LGBTQ+ friendly ไปจนถึงการแพทย์เฉพาะทาง ความงาม และ Wellness ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการบริการเฉพาะทางและมีคุณภาพ

 

DEI จึงไม่ใช่แค่การยอมรับ แต่คือการ “อยู่ร่วมกัน” อย่างมีศักดิ์ศรี

ดร.ศศดิศ ชูชนม์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน  (สสปท.)​​ กล่าวสรุปชัดๆ ว่า

 

หัวใจสำคัญของ DEI ไม่ได้หมายถึงการยอมรับ แต่คือ การข้ามเส้นแบ่งอคติแห่งความเป็น “เขา” และ “เรา” อันเปราะบาง การเคารพในสิทธิของความเป็นมนุษย์ และความเป็นอื่นในมิติอัตลักษณ์ที่ซับซ้อน ที่ไม่ใช่ความต่างเพียงแค่เพศสภาพแต่หมายถึงประสบการณ์มวลรวมของชีวิตที่หลากหลายของแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน

 

KTC ชู "Beyond Rainbow" มากกว่า DEI คือพลังขับเคลื่อน "เศรษฐกิจสีชมพู"

 

DEI กับอนาคตของสังคมและเศรษฐกิจไทย

การขับเคลื่อนแนวคิด DEI และการผลักดัน Pink Economy ไม่ใช่เรื่องของความเมตตา หรือ CSR อีกต่อไป แต่มันคือการ ลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในแง่ของทุนมนุษย์ (Human Capital) วัฒนธรรมองค์กร และพลังเศรษฐกิจใหม่

 

ประเทศไทยหากสามารถสร้าง “สังคมที่เท่าเทียมอย่างแท้จริง” ได้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้คนรู้สึกว่าพวกเขามีคุณค่า แต่ยังสามารถปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจมหาศาลที่ซ่อนอยู่ในความหลากหลายเหล่านั้น ซึ่งอาจเป็นหัวใจของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุคหลังวิกฤตได้อย่างแท้จริง

 

หมายเหตุ:

เศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) คือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งมีอำนาจซื้อสูงและมีบทบาทสำคัญในตลาดสินค้าและบริการต่าง ๆ เช่น แฟชั่น ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ กลุ่มนี้มักเป็นผู้บริโภคที่ใส่ใจคุณภาพและแบรนด์ที่สนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม ธุรกิจที่เข้าใจและเข้าถึงกลุ่มนี้ได้อย่างจริงใจมีแนวโน้มเติบโตอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสีชมพูจึงเป็นทั้งโอกาสทางการตลาดและกลไกขับเคลื่อนสังคมให้เปิดกว้างมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท