
คุม 'เบาหวาน' ให้ถูกวิธีอย่างไรไม่ให้เลื่อนฐานะเป็น 'ไตวาย'
กรมการแพทย์ เผยโรคไตเรื้อรัง เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยใน 'ผู้ป่วยเบาหวาน' พร้อมแนะวิธีการควบคุมและป้องกันที่ถูกวิธี
โรคเบาหวานถือเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทย โดยผู้ป่วยจำนวนมาก มักไม่รู้ตัวว่าไตเริ่มเสื่อมจนกระทั่งอาการลุกลาม การตรวจสุขภาพประจำปีและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ผู้ป่วยควรตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและดูแลสุขภาพไต เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ ก็สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้
นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงของโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่ ผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น สิ่งที่กระตุ้นให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วกว่าปกติ ได้แก่ การติดเชื้อ การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ การขาดน้ำ
สำหรับ วิธีป้องกันผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน อาทิ
- ควรควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) น้อยกว่าร้อยละ 7
- ควบคุมระดับความดันโลหิตน้อยกว่า 130/80 มม.ปรอท ถ้าไม่มีผลข้างเคียงควรใช้ยาลดความดันโลหิตในกลุ่มที่สามารถชะลอการเสื่อมของไต ได้แก่ ยา ACEI หรือ ARB
- ควบคุมระดับไขมันในเลือด ให้ระดับไขมัน LDL มีค่าน้อยกว่า 100 มก./ดล.
- งดสูบบุหรี่
- เลี่ยงอาหารเค็ม เนื่องจากปริมาณเกลือในอาหารจะเพิ่มระดับความดันโลหิต และทำให้ไตเสื่อมมากขึ้น
- ควรออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดปกติได้ง่ายขึ้น
- ควรลดน้ำหนัก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน
- ควรหลีกเลี่ยงยาที่อาจจะมีผลเสียต่อไต เช่น ยาแก้ปวด ยาลูกกลอน ยาหม้อ เป็นต้น
สำหรับขั้นตอนการคัดกรองหาโรคไตเรื้อรังจากโรคเบาหวาน อ้างอิงจากโรงพยาบาลราชวิถี ได้แก่
- การตรวจปัสสาวะเพื่อหาการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะด้วยวิธีมาตรฐาน
- ควรตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไต โดยเจาะครีเอตินินในเลือด
- คำนวณการกรองของไต
โดยผู้ป่วยที่ตรวจพบการรั่วของโปรตีนเล็กน้อยในปัสสาวะแพทย์จะตรวจซ้ำ เพื่อยืนยันว่าท่านมีภาวะโปรตีนรั่ว ในปัสสาวะจริง ผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะควรได้รับการตรวจปัสสาวะเป็นประจำทุกปี.







