posttoday
สหรัฐฯ กับปัญหา 'ฟลูออไรด์' ข้อโต้แย้งจากเรื่องของฟันยันสมอง!

สหรัฐฯ กับปัญหา 'ฟลูออไรด์' ข้อโต้แย้งจากเรื่องของฟันยันสมอง!

14 พฤษภาคม 2568

เปิดข้อโต้แย้งในสหรัฐฯ กับปัญหาเรื่อง 'ฟลูออไรด์' ที่มีตั้งแต่ฟันยันสมอง! จนมาถึงวันที่ FDA จ่อนำผลิตภัณฑ์เสริมฟลูออไรด์ประเภทรับประทานโดยตรงสำหรับเด็กออกจากตลาด

สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA ออกประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2568) สาระสำคัญคือจะเริ่มนำผลิตภัณฑ์เสริมฟลูออไรด์สำหรับเด็กออกจากตลาด โดยเจาะจงไปที่สินค้ารูปแบบรับประทานเพื่อเสริมฟลูออไรด์ ซึ่ง FDA ระบุว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติ และอ้างว่ามีหลักฐานว่าส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้  ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม ที่จะถึงนี้

 

การออกมาเคลื่อนไหวของ FDA ในครั้งนี้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข นำโดยนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ ซึ่งกล่าวว่า   " การยุติการใช้ฟลูออไรด์ในรูปแบบรับประทานเป็นสิ่งที่สมควรทำมานานแล้ว"

ทั้งนี้ นายโรเบิร์ต มีจุดยืนต่อต้าการใส่สารฟลูออไรด์ลงในนำประปาของสหรัฐมาตั้งแต่แรก โดยอ้างว่าเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายประการ เช่น มะเร็ง แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่ชัดก็ตาม  

นายโรเบิร์ตผลักดันความคิดนี้ในรัฐบาลของ 'ทรัมป์' อย่างต่อเนื่อง อย่างการสั่งให้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) หยุดแนะนำการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปาชุมชนทั่วประเทศ จัดตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อศึกษาผลกระทบของฟลูออไรด์และเสนอแนะแนวทางใหม่ในการจัดการกับการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปา 

นอกจากนี้ รมว.กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ยังสนับสนุนการยกเลิกการเติมฟลูออไรด์ในระดับรัฐ จนทำให้รัฐยูทาห์เพิ่งผ่านกฎหมายห้ามเติมฟลูออไรด์ในระบบน้ำประปาสาธารณะเป็นที่แรกในวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าจุดยืนของเขา ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและทันตกรรม ซึ่งออกมาเตือนว่าการยกเลิกการเติมฟลูออไรด์อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของปัญหาฟันผุเป็นแน่

 

สหรัฐฯ กับปัญหา 'ฟลูออไรด์' ข้อโต้แย้งจากเรื่องของฟันยันสมอง!

 

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อหักล้างจากอดีตจนปัจจุบัน

ฟลูออไรด์ เป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในน้ำ ดิน และอากาศ มีความสามารถช่วยป้องกันฟันผุและการสึกกร่อนของฟัน และในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ฟลูออไรด์ได้ถูกเติมลงในระบบน้ำประปาของชุมชนหลายประเทศ รวมถึงในผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เช่น ยาสีฟัน

 

แร่ฟลูออไรด์

 

โพสต์ทูเดย์ รวบรวมไทม์ไลน์ และการกล่าวอ้างในประเด็น 'ฟลูออไรด์' ของสหรัฐฯ ซึ่งมีความน่าสนใจทั้งในแง่แนวคิดและหลักฐานงานวิจัย ดังนี้

 

ปี  1945

เมือง Grand Rapids ในรัฐมิชิแกนกลายเป็นเมืองแรกของโลกที่เติมฟลูออไรด์ในน้ำประปา (pilot project) เพื่อป้องกันฟันผุ เนื่องจากก่อนหน้านี้ Dr. H.Trendley Dean นักทันตแพทย์ของ U.S. Public Health Service (USPHS) เริ่มทำการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างระดับฟลูออไรด์ในน้ำดื่มกับอัตราการเกิดฟันผุและฟันตกกระ (dental fluorosis)

โดยพบว่าในพื้นที่ที่มี ฟลูออไรด์ในน้ำในระดับต่ำถึงปานกลาง (ประมาณ 1.0 ppm) เด็กจะอัตราฟันผุน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าหากระดับฟลูออไรด์เกินกว่านั้นมา อาจทำให้เกิดฟันตกกระ ซึ่งเขามองว่าเป็นผลข้างเคียงด้านความสวยงามไม่ใช่สุขภาพ

Dr. H.Trendley Dean นี่เองคือผู้ที่ริเริ่มโครงการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปาในรัฐมิชิแกน ซึ่งผลลัพธ์ในปีถัดมาแสดงให้เห็นว่าเด็กในพื้นที่ฟันผุลดลงกว่า 50-60% เทียบกับพื้นที่อื่นและขยายเป็นนโยบายในเมืองต่างๆ จนทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็น "บิดาแห่งการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปา (Father of Water Fluoridation)"

 

ปี  1950 

U.S. Public Health Service สนับสนุนให้ทั่วประเทศเติมฟลูออไรด์ โดยในอีก 10 ปีต่อมาเมืองใหญ่หลายแห่งเริ่มนำระบบฟลูออไรด์มาใช้ เช่น ชิคาโก้ และนิวยอร์ก ในขณะเดียวกันก็เกิดเสียงคัดค้านขึ้น เริ่มจากกลุ่ม anti-fluoride ซึ่งมองว่าเป็นการบังคับประชาชนโดยรัฐ และมีความกังวลเรื่องผลเสียระยะยาว

แนวคิดการบังคับประชาชนนั้นแม้ในช่วงดังกล่าวไม่สำเร็จในสหรัฐฯ แต่สำเร็จในประเทศอื่นก็สำเร็จจนนำมาสู่การยกเลิกในภายหลัง เช่น เนเธอร์แลนด์ สวีเดน และอิสราเอล  หลังจากนั้นบางเมืองในสหรัฐฯ ก็มีการเคลื่อนไหวในแนวทางนี้เช่นกัน โดยจัดให้ลงประชามติ จนนำไปสู่การยกเลิกการเติมฟลูออไรด์ เช่น Wichita ในรัฐแคนซัส และ Spokane ในรัฐวอชิงตัน

 

สหรัฐฯ กับปัญหา 'ฟลูออไรด์' ข้อโต้แย้งจากเรื่องของฟันยันสมอง!

 

ปี 2011

กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ แนะนำลดระดับฟลูออไรด์ในน้ำประปาจาก 1.2 มิลลิกรัมต่อลิตร เหลือ 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร หลังจากที่ในช่วงก่อนหน้านี้มีรายงานออกมาในเรื่องของผลกระทบจากระดับฟลูออไรด์ที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อ IQ ของเด็กและผลต่อระบบประสาท 

ทั้งนี้ ระดับ 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นระดับที่ใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นระดับที่ปลอดภัยสำหรับการป้องกันฟันผุและไม่ทำให้เกิดการสะสมในร่างกายในปริมาณที่เป็นอันตราย

 

ปี 2012

ในปี 1999 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC)  ประกาศว่า นโยบายการใส่ฟลูออไรด์ในน้ำประปาเป็นหนึ่งใน 10 ความสำเร็จด้านสาธารณสุขของศตวรรษที่ 20

อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2012 การศึกษาโดย Choi et al. (2012) รายงานการศึกษาพบว่าการสัมผัสฟลูออไรด์ในระดับสูงอาจมีผลกระทบต่อการพัฒนาทางสมองของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีฟลูออไรด์ในน้ำดื่มสูงกว่าระดับที่แนะนำ 

 

ปี 2020

กลุ่มสิ่งแวดล้อมอย่าง Fluoride Action Network (FAN) ยื่นฟ้อง EPA (Environmental Protection Agency) ภายใต้กฎหมายสารพิษ (TSCA) ให้ยุติการเติมฟลูออไรด์ เนื่องจากผลกระทบต่อสมองเด็ก คดีนี้ชื่อว่า FAN v. EPA (2020–ปัจจุบัน) ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยมีการยื่นหลักฐานงานวิจัยจำนวนมาก

 

ปี 2024

ประเด็นการเติมฟลูออไรด์ในนำ้ประปากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อมีรายงานฉบับใหม่จากโครงการพิษวิทยาแห่งชาติ (NTP) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ พบว่าฟลูออไรด์ในน้ำดื่มที่มีปริมาณมากกว่าสองเท่าของระดับที่แนะนำ มีความสัมพันธ์กับ IQ ที่ต่ำลงในเด็ก

โดยงานวิจัยชิ้นนี้เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2024  พบความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับฟลูออไรด์ในระดับสูงกับระดับ IQ ที่ลดลงในเด็ก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฟลูออไรด์ในน้ำดื่มเกิน 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ที่กำหนดไว้ที่ 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตรมาจากประเทศที่มีฟลูออไรด์ในน้ำดื่มตามธรรมชาติสูง เช่น จีน อินเดีย และอิหร่าน

 

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าระดับฟลูออไรด์ที่แนะนำในสหรัฐฯ (0.7 mg/L) มีผลกระทบต่อ IQ ของเด็กหรือไม่ และไม่พบหลักฐานว่าการได้รับฟลูออไรด์มีผลกระทบต่อการทำงานของสมองในผู้ใหญ่

 

ทางด้าน สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ได้ตรวจสอบรายงานนี้และออกมาโต้แย้ง โดยอ้างว่ารายงานดังกล่าวไม่ได้ให้หลักฐานใหม่หรือหลักฐานที่ชัดเจนใดๆ ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติในการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปาชุมชนในปัจจุบัน

 ข้อค้นพบเหล่านี้จำกัดเฉพาะในกรณีที่ได้รับฟลูออไรด์มากกว่าสองเท่า (≥1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร) ซึ่งไม่ใช่ระดับที่ CDC แนะนำสำหรับการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปาชุมชน (0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร) 

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ยังย้ำจุดยืนสนับสนุนการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปาชุมชน เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ โดยระบุว่าการเติมฟลูออไรด์ในน้ำสามารถลดอัตราการเกิดฟันผุได้มากกว่า 25% ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แม้ในยุคที่มีผลิตภัณฑ์ฟลูออไรด์หลากหลาย เช่น ยาสีฟันก็ตาม


ปี 2025

การเคลื่อนไหวล่าสุดของ FDA ออกจากตลาดทำให้ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม FDA ไม่ได้แตะไปที่การเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปา ซึ่งเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันมาหลายทศวรรษ แต่เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์เสริมฟลูออไรด์ในรูปแบบรับประทานสำรับเด็ก ซึ่งเป็นการนำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง แม้ว่าข้ออ้างที่ว่า สินค้าเหล่านี้ส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ จะถูกตีกลับจากสมาคมทันตแพทย์อเมริกัน ว่าไร้ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม

 

สหรัฐฯ กับปัญหา 'ฟลูออไรด์' ข้อโต้แย้งจากเรื่องของฟันยันสมอง!

 

ทั้งนี้  ประเทศไทย ไม่ได้มีนโยบายการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปาแต่อย่างใด แต่อยู่ในรูปแบบของ ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก นมฟลูออไรด์ และการเคลือบฟลูออไรด์ในคลินิกแทน.

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ