
ออสเตรเลียไฟเขียว พนักงานไม่รับสายนายจ้างนอกเวลางาน ไม่ผิดกฎหมาย
ชาวออสเตรเลียได้เฮ! หลังทางการไฟเขียวกฎหมายป้องกันพนักงานถูกนายจ้างรุกล้ำชีวิตส่วนตัว พนักงานมีสิทธิไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความนายจ้างนอกเวลางานโดยไม่ผิดกฎหมาย
ที่ผ่านมา ข้อมูลจากการสำรวจในปี 2023 เผยว่า ชาวออสเตรเลียทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยถึง 281 ชั่วโมง หรือคิดเป็นมูลค่าทางการเงินประมาณ 1.3 แสนล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 3 ล้านล้านบาท)
ล่าสุดทางการออสเตรเลีย ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายที่เอื้อให้คนทำงานจะไม่ถูกลงโทษหากปฏิเสธที่จะอ่านข้อความ ตอบอีเมล หรือรับโทรศัพท์จากนายจ้างนอกเวลาทำงานเพื่อป้องกันการถูกรุกล้ำชีวิตส่วนตัว
โดยทางฝั่งผู้สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เผยว่า ก่อนเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 คนส่วนใหญ่พอเลิกงานแล้วก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากจะติดต่อเรื่องงานต้องรอวันถัดไป แต่พอเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการชีวิตการทำงานของมากขึ้น จนกลายเป็นเรื่องปกติที่พนักงานจะได้รับอีเมล ข้อความ หรือแม้กระทั่งต้องรับโทรศัพท์นายจ้างนอกเวลางาน แม้กระทั่งในวันหยุด
อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสถือเป็นประเทศแรกที่นำกฎหมายนี้มาใช้ในปี 2017 ซึ่งหนึ่งปีถัดมา กฎหมายดังกล่าวสามารถปรับโทษบริษัท Rentokil Initial ได้กว่า 60,000 ยูโร (ราว 2.3 ล้านบาท) ด้วยข้อหาบังคับให้พนักงานต้องเปิดโทรศัพท์เพื่อสแตนด์บายรอรับงานตลอดเวลา
ทั้งนี้ เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินและงานที่มีเวลาไม่แน่นอน กฎหมายยังอนุญาตให้นายจ้างติดต่อพนักงานได้โดยพนักงานมีสิทธิตอบปฏิเสธได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลสมควรเท่านั้น
การตัดสินว่าการปฏิเสธนั้นมีเหตุผลสมควรหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการยุติธรรมด้านอุตสาหกรรมของออสเตรเลีย หรือ Fair Work Commission (FWC) ซึ่งต้องพิจารณาถึงบทบาทของพนักงาน สถานการณ์ส่วนตัว และวิธีการและเหตุผลในการติดต่อ
FWC มีอำนาจในการออกคำสั่งให้หยุดและยุติการกระทำ และหากไม่ปฏิบัติตาม สามารถปรับเป็นเงินสูงถึง 19,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับพนักงาน หรือสูงถึง 94,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับบริษัท
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมออสเตรเลีย ซึ่งเป็นกลุ่มนายจ้าง กล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้ยังมีความคลุมเคลือ ซึ่งจะสร้างความสับสนให้กับทั้งนายจ้างและพนักงาน ส่งผลให้บางงานเกิดความยืดหยุ่นน้อยลงซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทซชะลอตัว







