posttoday

ธปท.เผยมาตรการป้องกันมิจออนไลน์ ชี้ธนาคารจะไม่ส่งลิงก์ให้คลิกทุกช่องทาง

07 มิถุนายน 2567

ธปท.เผยมาตรการของธนาคารป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์ มุ่งอุดรอยรั่วทุกขั้นตอน ชี้ปัจจุบันทุกธนาคารไม่มีนโยบายส่งลิงก์ให้ประชาชนคลิกหรือกดทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็น SMS หรืออีเมล เตือนประชาชนมิจฉาชีพจะใช้เวลาเพียง 5 นาทีสูบเงินจากบัญชีธนาคารหากหลงเชื่อ

นายภิญโญ ตรีเพชราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความเสี่ยงภาพรวม ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในเวทีงานสรุปผลการเสวนาเกี่ยวกับการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ‘รู้จัก รู้ใช้ รู้ทันสื่อ’ เพื่อการขับเคลื่อนสังคม จัดโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ถึงมาตรการของธนาคารเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ว่า

รูปแบบและเส้นทางของการมิจฉาชีพออนไลน์จะคล้ายกันคือ จุดแรกจะมีการติดต่อหรือหลอกลวงเหยื่อ ซึ่งต้องเข้าถึงเหยื่อให้ได้ก่อนโดยการใช้ช่องทางออนไลน์และโทรศัพท์มือถือ จากนั้นจะเป็นการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ซึ่งร้อยละ 90 สามารถทำธุรกรรมในโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเอง หรือกดคลิกลิงก์โอนเงินเพื่อดูดเงินไป และจะมีการโอนเงินเป็นทอดๆ ผ่านบัญชีม้า ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เงินจะหายไปจากบัญชีธนาคารและไปอยู่ในรูปของคริปโทเคอร์เรนซี

จากเส้นที่กล่าวมานี้จะเห็นว่ายังสามารถจัดหามาตรการอุดรอยรั่วได้ ไม่ว่าจะเป็นการอายัดบัญชี หรือการแจ้งความ สำหรับธนาคารแห่งประเทศไทยมี พรก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ 2566 ให้อำนาจธนาคารระงับธุรกรรมที่น่าสงสัยได้ 

โดยที่ผ่านมาทางธนาคารได้กำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อที่จะป้องกันและจัดการกับมิจฉาชีพออนไลน์ตั้งแต่ขั้นแรก คือ ในขั้นแรงที่มิจฉาชีพจะเข้าถึงประชาชน ธนาคารจะทำให้เข้าถึงยากขึ้น โดยเกิดมาตรการสำคัญคือ ธนาคารไม่ส่ง SMS แนบลิงก์ ไม่ส่งอีเมลแนบลิงก์ หากมีการส่งในรูปแบบดังกล่าว จะไม่ได้เป็นการส่งจากธนาคาร

เมื่อมิจฉาชีพใช้วิธีการในรูปแบบแอปดูดเงิน ธนาคารก็มีมาตรการยกระดับป้องกันความปลอดภัยในส่วนของธนาคาร เวลาเปิดแอปจะมีการแจ้งเตือนให้อัปเดตแอปตลอด นอกจากนี้ยังมีมาตรการสแกนหน้า คือหากมีการโอนเงินมากกว่า 200,000 ต่อวันหรือ 50,000 ต่อครั้ง จะต้องมีการสแกนใบหน้า ซึ่งจะช่วยในเรื่องการป้องกันแอปดูดเงิน และช่วยระงับการโอนเงินผ่านบัญชีม้า เพราะม้าไม่สามารถโอนเกิน 50,000 ได้ เนื่องจากบัญชีม้าโดยปกติจะเป็นการขายบัญชีขาดไม่เอาใบหน้ามาข้องเกี่ยว จึงตัดวงจรนี้ได้

นอกจากนี้ ระบบธนาคารจะต้องมีระบบกลางที่แลกเปลี่ยนข้อมูล เมื่อก่อนการตรวจสอบการเงินจากการถูกหลอก ต้องวิ่งไปตรวจสอบหลายธนาคาร แต่ปัจจุบันสามารถโทรไปที่เบอร์ 1441 ซึ่งมีศูนย์ AOC ประสานไปที่ธนาคารต้นทางและมีการเช็คเส้นทางการเงินเพื่อระงับการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดได้

อย่างไรก็ตามจากมาตรการที่มี ก็ยังเกิดคำถามว่าทำไมยังเกิดการโดนหลอกจากมิจฉาชีพอีก นั้นเกิดจาก

1. ประชาชนต้องระแวดระวังป้องกันตัวเองด้วย เช่น หมั่นอัปเดตแอปพลิเคชันเสมอ  หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว ตั้งรหัสยากต่อการคาดเดา โดยเฉพาะการตั้ง PIN เหมือนกันทุกแอปพลิเคชันที่มี จะทำให้เกิดความเสี่ยงมาก 

2. หากตกเป็นเหยื่อ ควรตั้งสติ รวบรวมข้อมูล ไม่ติดต่อมิจฉาชีพ และโทรหา 1441 ศูนย์ AOC ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สามารถประสานแบบ One-stop Service ถัดมาคือโทรไปที่ธนาคารจะมีเบอร์ออนไลน์ 24 ชั่วโมง และแนะนำให้มีการแจ้งความภายใน 72 ชั่วโมงเพื่อระงับธุรกรรม

ทั้งนี้ นายภิญโญระบุว่าการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทางธปท.ได้มีการร่วมมือกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวม SMS ทุกรูปแบบของมิจฉาชีพให้แก่ กสทช. เพื่อทำการบล็อค SMS เหล่านั้น รวมไปถึงวิธีการที่มิจฉาชีพใช้ลิงก์ที่มีชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์ ก็มีการทำงานร่วมกับสำนังานตำรวจแห่งชาติ และนอกจากนี้ยังมีการทำเบอร์สายด่วนระดับชาติเบอร์เดียว อย่าง AOC ซึ่งเป็น One-stop Service เพื่อให้ทันต่อการจัดการมิจฉาชีพออนไลน์อีกด้วย