
ดันไทยศูนย์กลางสุขภาพโลก สป.สธ. หนุนสถานพยาบาลรัฐต้องผ่านรับรองมาตรฐาน
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลฯ (สรพ.) หนุนสถานพยาบาลภาครัฐผ่านการรับรองมาตรฐาน ดันไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยาน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กับ นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ.
นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมให้หน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับทั่วประเทศพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีมาตรฐานความปลอดภัย และพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามเกณฑ์ รวมถึงปรับปรุงกระบวนการให้บริการโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และเป็นการส่งเสริมพัฒนามาตรฐานระบบบริการสุขภาพสถานพยาบาลภาครัฐไทยไปสู่ระดับสากล
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีโรงพยาบาลในสังกัดอยู่ทั่วประเทศ จึงมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลฯ โดยมีวัตถุประสงค์ให้สถานพยาบาลภาครัฐมีการพัฒนาและผ่านการรับรองจากหน่วยงานรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ตามมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง ได้แก่
1.มาตรฐานการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
2.มาตรฐานระบบบริการสุขภาพภาครัฐ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
3.มาตรฐานสถานพยาบาลที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)
ซึ่งทั้ง 3 ฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน ด้านวิชาการ บุคลากร และการขับเคลื่อนการพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน
นายแพทย์สุระ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ขับเคลื่อนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ให้สถานพยาบาลภาครัฐได้เข้าสู่มาตรฐานตามที่กฎหมายสถานพยาบาลกำหนด ซึ่งปัจจุบัน สถานพยาบาลภาครัฐประเภทรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนมีการประเมินตนเองเข้าสู่มาตรฐานระบบริการสุขภาพแล้ว 1,062 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐาน 9 ด้าน ได้แก่
1. ด้านการบริหารจัดการ
2. ด้านการบริการสุขภาพ
3. ด้านอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก
4. ด้านสิ่งแวดล้อม
5. ด้านความปลอดภัย
6. ด้านเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข
7. ด้านสนับสนุนบริการที่สำคัญ
8. ด้านสุขศึกษาและพฤติกรรม
9. ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
ทั้งนี้ จะมีการสนับสนุนให้สถานพยาบาลภาครัฐประเมินตนเองเข้าสู่มาตรฐานระบบริการสุขภาพให้ครบ 100% เพื่อให้เกิดการยอมรับและมั่นใจ ประชาชนได้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างปลอดภัย สมประโยชน์ ได้รับการคุ้มครองสิทธิ และได้รับความพึงพอใจ รวมทั้งเพิ่มพูนขีดความสามารถของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางในการให้บริการด้านสุขภาพแก่นักเดินทางทั่วโลก
ขณะที่แพทย์หญิงปิยวรรณ กล่าวเสริมว่า ในส่วนของ สรพ. จะทำหน้าที่ประเมินระบบงานและการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลภาครัฐ รวมทั้งกำหนดมาตรฐานของสถานพยาบาลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับรองมาตรฐานระบบบริการปฐมภูมิ มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และเกณฑ์การรับรองคุณภาพสถานพยาบาล เพื่อใช้เป็นแนวทางการประเมินการพัฒนาและการรับรองคุณภาพ ซึ่งจะเป็นการคุ้มครองให้ประชาชนได้รับบริการด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพในอนาคต นอกจากนี้ จะร่วมพัฒนาระบบฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการประเมินมาตรฐานต่างๆ เพื่อบูรณาการจัดทำแผนขับเคลื่อนและพัฒนาสถานพยาบาลภาครัฐ แผนการเยี่ยมประเมิน แผนการตรวจประเมิน การอบรมพัฒนาบุคลากร และแผนการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง







