
ธนาคารโลกแนะขึ้นภาษีความหวาน-ความเค็ม เหตุห่วงสุขภาพคนไทย
สสส. และธนาคารโลก แนะไทยขยายฐานเก็บภาษีเครื่องดื่มหวาน ภาษีความเค็ม หวังลดพฤติกรรรมติดหวานของคนไทย พร้อมเสนอมาตรการสร้างแรงจูงใจดันสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ธนาคารโลก จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเก็บภาษีความหวาน ภายใต้หัวข้อ “ความเสมอภาคบนจานอาหาร: การแก้ปัญหาปัจจัยกำหนดสุขภาพเชิงพาณิชย์ด้วยมาตรการทางภาษีเพื่อเป้าหมายทางด้านโภชนาการ ในงานประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2567 (PMAC 2024)
โดยดร. นพ. ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวว่า
“ประเทศไทย หลังการเก็บภาษีความหวาน แม้จะสามารถลดพฤติกรรรมการบริโภคหวานลงได้ระดับหนึ่ง แต่ก็มีปัญหาในเรื่องสารทดแทนความหวาน และการบริโภคน้ำตาลจากแหล่งที่มาของอาหารอื่น ดังนั้นการสร้างความรอบรู้ด้านการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการสนับสนุนสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ สสส. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจะร่วมขับเคลื่อนรณรงค์ให้เกิดค่านิยมวิถีการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะให้เกิดขึ้นในสังคม”
การเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล (SSB) อาหารหวาน มัน เค็ม และอาหารแปรรูป มีการเก็บภาษีในหลายประเทศ ซึ่งจะประสบความสำเร็จได้ ต้องเกิดจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนรณรงค์เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนจากการบริโภคเครื่องดื่มหวาน นำไปสู่การลดความเสี่ยงโรค NCDs
ขณะที่ นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวถึงบทเรียนประเทศเม็กซิโก เมื่อมีการเก็บภาษีความหวานแล้ว ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่นำมาใช้กับอาหารที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการกำหนดเพดานโซเดียม ไขมัน ในผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงห้ามขายอาหารเหล่านี้ในโรงเรียน ห้ามทำโฆษณาแบบที่มีการ์ตูน หรือมีลวดลายที่ดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ซึ่งน่าสนใจหากจะนำมาผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศไทยบ้าง
ทางด้านเคท แมนเดวิลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ จากธนาคารโลก ระบุว่า
“ความยากในการดำเนินการของมาตรการทางภาษี คือการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเห็นว่าในไทยต้องสร้างความร่วมมือกับทุกส่วน หรือใช้ข้อมูลวิชาการอย่างรอบด้าน และอาศัยกระแสความตื่นตัวของประชาชนในสังคม สร้างความร่วมมือ ทั้ง ชุมชน ภาครัฐ สถาบันวิชาการ รวมไปถึงไทยมี สสส. ที่เป็นหน่วยงานสานเสริมพลัง กระตุ้น และช่วยผลักดันในเรื่องนี้ จึงคิดว่าน่าจะสามารถสร้างให้เกิดความสำเร็จได้ไม่ยาก”
ทั้งนี้ สำหรับบทเรียนการเก็บภาษีความหวานและอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ของ เม็กซิโก เริ่มบังคับใช้ภาษีความหวาน(ภาษี SSB) ในปี 2557 พร้อมทั้ง มีมาตรการการควบคุมปริมาณโซเดียม ไขมัน และ พลังงานในผลิตภัณฑ์อาหาร โดยบังคับให้ติดฉลากคำเตือน หากมีปริมาณเกินกว่าค่าที่กำหนด พร้อมทั้งห้ามขายในโรงเรียน และห้ามมีการโฆษณา โดยการจัดเก็บภาษีความหวาน ส่งผลต่อการบริโภคน้ำตาลของชาวเม็กซิโกลดลง และสามารถควบคุมพฤติกรรมการลดการบริโภคน้ำตาลได้







