posttoday
สธ.ตั้ง "ห้องปลอดฝุ่น" ป้องกันประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5

สธ.ตั้ง "ห้องปลอดฝุ่น" ป้องกันประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5

25 มกราคม 2567

ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยถึง "นโยบายและการดำเนินงานแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง (PM2.5) ด้านการแพทย์และสาธารณสุขปี 2567" โดยให้หน่วยงานสาธารณะสุขทุกพื้นที่จัดตั้ง "ห้องปลอดฝุ่น" รองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง-เปราะบาง เพื่อลดโอกาสสัมผัสฝุ่น PM 2.5

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยถึง "นโยบายและการดำเนินงานแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง (PM2.5) ด้านการแพทย์และสาธารณสุขปี 2567" โดยระบุว่า

กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้หน่วยงานสาธารณะสุขทุกพื้นที่จัดตั้ง "ห้องปลอดฝุ่น" รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ ยาเวชภัณฑ์เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ให้สามารถเข้าไปพักในห้องปลอดฝุ่นเพื่อลดโอกาสการสัมผัสฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ได้มากที่สุด

โดยการดำเนินการจะเริ่มในเขตความเสี่ยงสูงอย่างในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และกรุงเทพ-ปริมณฑล รวมทั้งหมด 30 จังหวัด ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2567 ส่วนพื้นที่อื่นให้ดำเนินการตามความเหมาะสม ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดวันที่ 21 มกราคม 2567 โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในพื้นที่ที่กำหนด ได้จัดตั้งห้องปลอดฝุ่นครบ 30 จังหวัดแล้ว รวมทั้งสิ้น 2,053 ห้อง สามารถรองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้อย่างน้อย 33,000 คน 

แนวโน้มฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2566 - 25 มกราคม 2567) ค่าฝุ่นมีความเข้มข้นขึ้นโดยเกินค่ามาตรฐาน (สีส้ม) 44 จังหวัด และมีผลต่อสุขภาพ (สีแดง) 10 จังหวัด  ขณะที่อีก 5 เดือนหลังจากนี้คาดว่าแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

สำหรับมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก จะมี 4 มาตรการ ในระดับปฏิบัติการ ได้แก่

1. ส่งเสริมการลดมลพิษ/ สื่อสารสร้างความรอบรู้

  • สื่อสาร ประชาสัมพันธ์เชิง รุก สร้างความรอบรู้ และ สร้างความเข้มแข็งและ จัดการความเสี่ยงของชุมชนและประชาชน
  • ส่งเสริมองค์กรลดมลพิษ GREEN/Smart Energy & Climate Action; SECA เช่น รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว กรองฝุ่น/ลดขยะ

2. ลดและป้องกัน ผลกระทบต่อสุขภาพ

  • เฝ้าระวังและแจ้งเตือน ความเสี่ยงต่อสุขภาพ 
  • เฝ้าระวังสุขภาพและ พฤติกรรมสุขภาพ (เชิงรับและเชิงรุก)
  • ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ (งดกิจกรรมกลางแจ้ง /WFH)

3. จัดบริการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข

  •  เปิดคลินิกมลพิษ/ห้องปลอดฝุ่น 
  •  จัดระบบปฏิบัติเชิงรุก เพื่อดูแล ประชาชน (ทีม 3 หมอ/หน่วย แพทย์เคลื่อนที่/จัดหน่วย ปฏิบัติการดูแลประชาชน) 
  • สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วน บุคคลแก่กลุ่มเสี่ยง
  • ระบบรักษาพยาบาลและส่งต่อ/ ปรับระบบนัด/Telemedicine

4. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

  • ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (PHEOC) 
  • ส่งเสริมและขับเคลื่อนกฎหมายพรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • พรบ.โรคจากการประกอบ อาชีพและโรคจาก สิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562

5 กลุ่มโรคสําคัญที่ต้องเฝ้าระวัง

กลุ่มที่มีโรคประจําตัว มีโอกาสทําให้อาการกําเริบ

  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary disease)
  • โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute ischemic heart disease)
  • โรคหืด (Asthma)

ฝุ่นทําให้เกิดอาการ

  • โรคผิวหนังอักเสบ
  • โรคตาอักเสบ

มาตรการสื่อสารประชาชนของกรมควบคุมโรค “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” 

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางควรตรวจเช็คค่าฝุ่น PM2.5 กรณีค่าฝุ่นสูง ควรงดออกจากบ้าน

2. ปิดประตู ปิดหน้าต่าง ทําความสะอาดจุดต่าง ๆ ในบ้านด้วยผ้าชุบน้ําแทนการกวาด

3. ใช้หน้ากากป้องกันฝุ่น PM25 ที่เหมาะสม และหากจําเป็นต้องออกจากบ้านเดินทางไปในพื้นที่ ที่มีค่าฝุ่นสูง ควรเลือกหน้ากากกรองอากาศชนิด N95

4. เลี่ยงการออกกําลังกายหรือทํางานกลางแจ้งเป็นเวลานาน

5. ลดการก่อฝุ่น PM25 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยกัน ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หมั่นเช็คสภาพรถยนต์หรือใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ไม่เผาป่า หรือการเผาขยะในครัวเรือน

 

ส่วนในการรักษาพยาบาล ได้จัดบริการคลินิกมลพิษกระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 90 แห่ง เพื่อให้คำแนะนำและรักษาพยาบาลผู้ป่วย และมีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การดูแลเชิงรุก มีระบบ telemedicine หรือ สายด่วนให้คำปรึกษาแนะนำ รวมทั้งเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เมื่อปริมาณฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และให้การดูแลประชาชนได้ทันเวลาเมื่อสถานการณ์ฝุ่นมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันตนเองตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 สามารถปรึกษาหรือรับบริการได้ที่หน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ หรือสอบถามสายด่วนกรมอนามัย 1478 หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ด้าน พญ.อัมพรกล่าวว่า กรมการแพทย์ได้เปิดคลินิกมลพิษแห่งแรก ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เป็นคลินิกเฉพาะทางที่ให้บริการผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีการสัมผัสฝุ่น และให้คำแนะนำการป้องกันการเกิดอาการซ้ำจากการสัมผัสฝุ่น รวมทั้งการดูแลรักษาทั้งระบบ Onsite และ Telemedicine และสร้างเครือข่ายคลินิกมลพิษในโรงพยาบาลภาครัฐ จำนวน 90 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ได้พัฒนาให้เป็นคลินิกมลพิษ Online ผ่านแอปพลิเคชัน Line ซึ่งมีการแจ้งเตือนค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ ข้อมูลความรู้ในการป้องกันการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 รวมทั้งสามารถประเมินผลกระทบสุขภาพพร้อมคำแนะนำในการดูแล บรรเทาอาการเบื้องต้น และหากมีอาการรุนแรงสามารถลงทะเบียนพบแพทย์ในระบบ Telemedicine ได้ 

ทั้งนี้ จากการดำเนินงานคลินิกมลพิษ ช่วงปีพ.ศ. 2565-2566 พบมีผู้ได้รับการประเมินว่าเจ็บป่วยจากการสัมผัส PM2.5 จำนวน 1,764 ราย ส่วนใหญ่มีอาการระบบทางเดินหายใจ ระบบตาและระบบผิวหนัง ไม่พบผู้ป่วยมีอาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท