มองต่างมุม ไทยถึงเวลาที่ต้องออกกฎหมายกำกับ AI หรือยัง?
05 มกราคม 2567
แชร์
เมื่อถึงวันที่ AI ควบคุมการรับรู้ข่าวสารของคน อย่างที่เคยเจอว่าโซเชียลมีเดียโชว์แต่เรื่องที่ตนเองชื่นชอบ จนทำให้งดการรับสารด้านอื่นไป หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้จนสร้างผลกระทบมากมาย จึงนำมาสู่การพูดคุยว่า ไทยถึงเวลาที่ต้องควบคุมจริยธรรมการใช้ AI แล้วหรือยัง
ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อาจเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก เป็นพลังสำคัญเพื่อการพัฒนาประเทศไทยให้เจริญเติบโต แก้ไขปัญหาสาธารณสุข ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดช่องว่างทางการศึกษา ฯลฯ ขณะเดียวกัน การพัฒนาของ AI อย่างไม่หยุดยั้งก็นำมาซึ่ง “ความท้าทายใหม่” ไม่ว่าประเด็นด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ทักษะ และช่องว่างในขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนา AI ที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างถูกต้อง ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงได้จัดงานสัมมนา AI Gets Good โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคธุรกิจ ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “ทำอย่างไรให้มั่นใจว่า AI จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทย?”
จากผลกระทบเชิงลบของ AI ในมิติทางเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของชาติ ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียเริ่มคำนึงถึงแนวทาง “การกำกับดูแล” แม้แต่ผู้พัฒนาเองก็เริ่มตระหนักถึง “ความเสี่ยง” ที่เกิดขึ้นจาก AI จนนำมาสู่แนวคิดในการ “หยุด” พัฒนาสักระยะเวลาหนึ่ง เพื่อศึกษาผลกระทบเชิงลบของ AI ต่อภาคส่วนต่างๆ
ทั้งนี้ แนวคิดการกำกับดูแล AI นั้น เริ่มขึ้นในสหภาพยุโรปที่ตระหนักถึง “ความเสี่ยง” จากการใช้ AI ในการละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล และผลลัพธ์จากการประมวลผล โดย AI มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการในการติดตามดูแลและควบคุมความเสี่ยง ขณะเดียวกัน อีกค่ายหนึ่งก็ส่งเสียง “คัดค้าน” การกำกับดูแล โดยเล็งเห็นว่าการกำกับดูแลจะเป็น “อุปสรรค” มากกว่า “ส่งเสริม” การพัฒนา AI
สำหรับประเทศไทยนั้นยัง “ไม่มีความชัดเจน” ในแง่การกำกับดูแล AI โดยเขายอมรับว่า ภาครัฐไทยยังขาดประสบการณ์การใช้งานและการกำกับดูแล AI ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในการกำกับดูแล
การประกาศดังกล่าวถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญต่อวงการ AI โลก โดยถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกที่ระบุถึงแนวทางการกำกับดูแลการใช้ AI หลักการและเหตุผล ข้อควรระวัง รวมถึงบทลงโทษ
มอง AI เป็นระบบ
ด้าน ผศ.ดร.จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญผล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และผู้แปลหนังสือ “AI ที่มีหัวใจ The Ethical Algorithm” ให้ความเห็นว่า การกำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างมีความจริยธรรมถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก จำเป็นต้องกำหนดวิธีคิดและหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องการันตีว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้ AI ในการดำเนินงาน ทรู คอร์ป จึงได้ร่าง “ธรรมนูญปัญญาประดิษฐ์” (True’s AI Ethical Charter) เพื่อเป็นแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม” โดยกำหนดหลักการพื้นฐานสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1. เจตนาดี 2. ความเป็นกลาง ปราศจากอคติ 3. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และ 4. ความโปร่งใส
“ข้อมูลเป็นฐานสำคัญที่ทำให้ AI ทำงานได้” มนตรีกล่าว และแม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ AI เฉพาะ แต่กฎหมายไทยในปัจจุบันได้กำหนดแนวทางและกรอบการใช้งาน “ข้อมูล” อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 รวมถึงประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคลสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม
“การพัฒนา AI ก็เปรียบเสมือนการเลี้ยงเด็ก ในทางเดียวกัน การกำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมก็เพื่อให้พวกเขาเจริญเติบโตเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม” มนตรี เปรียบเทียบ
สอดรับกับความเห็นของ เรวัฒน์ ตันกิตติกร หัวหน้าสายงาน Channel Excellence แห่งบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเขามองว่า AI จะมีจริยธรรมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ให้ AI วิเคราะห์ โดยมี “จุดประสงค์” ของการใช้งานเป็นตัวแปรสำคัญ