
ธพส. คาดรายได้ปีนี้ทะลุ 4 พันล้าน ลุยแตกไลน์ลงทุนโซลาร์เซลล์ให้รัฐ
ธพส. คาดปี 69 รายได้ทะลุ 4,000 ล้าน กำไรส่วนเกิน 1,280 ล้าน รับรู้ศูนย์ราชการโซน C ขยายธุรกิจโซลาร์ พร้อมรีไฟแนนซ์เงินกู้ 1.8 หมื่นล้านผ่าน Securitization ลดต้นทุนการเงิน
KEY
POINTS
- ธพส. คาดว่ารายได้ในปีนี้จะสูงกว่า 4,000 ล้านบาท หลังจาก 9 เดือนแรกมีรายได้แล้วกว่า 3,700 ล้านบาท
- ขยายธุรกิจใหม่ด้านพลังงานสะอาด โดยมุ่งลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้กับหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าแต่มีงบประมาณจำกัด
- รูปแบบการลงทุนคือ ธพส. จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการติดตั้งให้ก่อน แล้วให้หน่วยงานรัฐทยอยชำระคืนในรูปแบบค่าเช่าตามสัญญา
บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) หรือ DAD Asset Development ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและบริหารอาคาร สู่บริการครบวงจรแก่หน่วยงานรัฐ ทั้งพัฒนาอาคาร ลงทุนระบบพลังงานสะอาด ให้คำปรึกษาด้านอาคารสีเขียว งานวิศวกรรมประกอบอาคาร และบริการโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมศึกษาโอกาสธุรกิจจากเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) เพื่อเพิ่มรายได้และลดภาระงบลงทุนภาครัฐ
ดร.ธีธัช สุขสะอาด กรรมการผู้จัดการ ธพส. เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวคิดขยายบริการด้านพลังงานสะอาด โดยให้คำปรึกษาตั้งแต่การศึกษาความคุ้มค่าและออกแบบระบบ ไปจนถึงการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้หน่วยงานภาครัฐที่ต้องการลดค่าไฟฟ้า แต่มีข้อจำกัดด้านงบลงทุน
รูปแบบดำเนินงานจะเริ่มจากการศึกษาความเหมาะสมของแต่ละโครงการ ก่อนที่ ธพส. จะลงทุนติดตั้งระบบให้ แล้วให้หน่วยงานทยอยชำระคืนเป็นค่าเช่าตามเงื่อนไขสัญญา ช่วยลดภาระการจัดเตรียมงบลงทุนก้อนใหญ่ในครั้งเดียว โดยบริการนี้มุ่งให้หน่วยงานภาครัฐ ไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป
“เรามองว่าเรามีศักยภาพเรื่องนี้ และรัฐก็มีนโยบายในการลดใช้พลังงาน” โดย ธพส. สามารถนำประสบการณ์ด้านการบริหารอาคารมาต่อยอดสู่การให้บริการพลังงานสะอาด ตั้งแต่การให้คำปรึกษา คำนวณความคุ้มค่า ไปจนถึงการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้นและทยอยจ่ายคืนในรูปแบบค่าเช่า"
ทั้งนี้ ธพส. มีประสบการณ์ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะรวมเกือบ 4 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดให้หน่วยงานรัฐอื่นได้ อย่างไรก็ตาม แต่ละโครงการต้องพิจารณาความเหมาะสมของอาคาร ปริมาณการใช้ไฟฟ้า เงินลงทุน และระยะเวลาคืนทุน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อทั้งผู้ใช้บริการและผู้ลงทุน
ด้านผลประกอบการ ธพส. คาดว่าปี 2569 จะมีรายได้กว่า 4,000 ล้านบาท หลังช่วง 9 เดือนแรกมีรายได้แล้วกว่า 3,700 ล้านบาท และมีส่วนเกินรายได้ประมาณ 1,280 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากการเริ่มรับรู้รายได้ของศูนย์ราชการโซน C ซึ่งเปิดให้หน่วยงานราชการเข้ามาใช้พื้นที่เพิ่มเติม
ปัจจุบัน ธพส. มีสินทรัพย์รวมประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท ครอบคลุมศูนย์ราชการโซน A, B และ C รวมถึงโครงการอื่นที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา โดยรายได้ประมาณ 90% มาจากค่าเช่าพื้นที่ศูนย์ราชการ ส่วนอีก 10% มาจากธุรกิจเชิงพาณิชย์และรายได้อื่น ๆ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2570 ไว้ที่ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท
นอกจากธุรกิจพลังงานสะอาด ธพส. ยังขยายบริการพัฒนาอาคารภาครัฐแบบครบวงจร ทั้งก่อสร้างอาคารใหม่และปรับปรุงอาคารเดิม โดยบริษัทลงทุนก่อน แล้วรับชำระคืนเป็นค่าเช่าหรือค่าตอบแทนรายปีตามสัญญา เมื่อครบกำหนดจึงโอนกรรมสิทธิ์ให้หน่วยงานตามเงื่อนไข ช่วยให้หน่วยงานรัฐไม่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่เริ่มโครงการ
ที่ผ่านมา ธพส. ดำเนินการและส่งมอบอาคารแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ อาคารกรมสรรพสามิต อาคารกรมธนารักษ์ ซอยพหลโยธิน 11 และอาคารที่พักข้าราชการอีก 4 แห่ง ในพื้นที่ห้วยขวาง สุขุมวิท ยานนาวา และนนทบุรี
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ อาคารกรมสรรพากรบริเวณสุขุมวิทและวิทยุ มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ซึ่งจะรวมสำนักงานเขตภาษี 3 เขตไว้ในที่เดียว พร้อมจัดพื้นที่พักอาศัยให้เจ้าหน้าที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 และโครงการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 แห่ง ที่เอกมัยและสนามบินน้ำ มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย และคลังเก็บสินค้า
นอกจากนี้ ธพส. เตรียมลงนามสัญญากับกรมสรรพสามิตในวันที่ 16 พ.ย.นี้ สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานไพ่แห่งใหม่ใน จ.สมุทรปราการ มูลค่า 300 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2570 ขณะที่โครงการที่พักบุคลากรโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ มูลค่า 200–300 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลการศึกษา
ขณะเดียวกัน ธพส. ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาอาคารสำนักงาน คปภ. และปรับปรุงอาคาร ป.ป.ช. เดิม ใกล้ทำเนียบรัฐบาล โดยจะพิจารณาความคุ้มค่าของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้บริษัทและช่วยให้หน่วยงานรัฐบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านการบริหารต้นทุนทางการเงิน นายธีธัช กล่าวว่า ภายในปี 2570 ธพส. มีแผนปรับโครงสร้างเงินกู้วงเงิน 18,000 ล้านบาท ด้วยการระดมทุนผ่านการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) โดยใช้สินทรัพย์ของบริษัทเป็นหลักรองรับการระดมทุน เพื่อบริหารต้นทุนดอกเบี้ยให้ลดลงจากระดับปัจจุบันที่ต่ำกว่า 3% และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินทุนในระยะยาว







