
เปิดแผน กฟผ. ดันโรงไฟฟ้า SMR รับrดาต้าเซ็นเตอร์–AI ปักหมุดปี 2580
กฟผ. เร่งตั้งกลไกกลางระดับชาติ ปูทางโรงไฟฟ้า SMR ตั้งเป้ากำลังผลิต 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2593 หวังเสริมความมั่นคงทางพลังงาน รองรับดาต้าเซ็นเตอร์และ AI
KEY
POINTS
- กฟผ. ผลักดันแผนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และ AI
- ตั้งเป้าหมายตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ให้โรงไฟฟ้า SMR แห่งแรกสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในปี 2580
- เสนอให้จัดตั้งองค์กรดำเนินงานโครงการพลังงานนิวเคลียร์ (NEPIO) เป็นกลไกกลางระดับชาติ เพื่อประสานงานและกำหนดทิศทางการดำเนินโครงการ
กฟผ. เร่งตั้งกลไกกลางระดับชาติ ปูทางลงทุนโรงไฟฟ้า SMR รองรับเมืองดิจิทัล
ประเทศไทยเร่งเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ หรือ SMR (Small Modular Reactor) เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน รองรับความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน
โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลักดันการจัดตั้งองค์กรดำเนินงานโครงการพลังงานนิวเคลียร์ (NEPIO) ให้เป็นกลไกกลางระดับชาติสำหรับประสานงานและกำหนดทิศทางการดำเนินงาน
ตั้งเป้ากำลังผลิต 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2593
ตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP 2026) วางเป้าหมายพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR แห่งแรกขนาด 300 เมกะวัตต์ ให้สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในปี 2580
ด้วยกรอบเงินลงทุนเบื้องต้น 60,000–70,000 ล้านบาทต่อโรง ก่อนขยายกำลังผลิตเพิ่มอีก 8,700 เมกะวัตต์ในช่วงปี 2581–2593 รวมเป็น 9,000 เมกะวัตต์
แผนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นเตรียมความพร้อมและเป็นเป้าหมายตามร่างแผน ไม่ใช่กำลังผลิตที่ก่อสร้างแล้ว
โดยต้องพิจารณาความเหมาะสมด้านเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ การเงิน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน
จ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ พร้อมความร่วมมือระหว่างประเทศ
นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. เตรียมศึกษาความเหมาะสมของโครงการอย่างรอบด้าน
โดยฐานเศรษฐกิจรายงานแผนจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศในปี 2570 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เป็นเวลา 15 เดือน หลังได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี พร้อมเงินสนับสนุนจากองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) ประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน กฟผ. ร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับความพร้อมด้านเทคนิคและโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์
โดยไทยผ่านเกณฑ์การประเมินระยะที่ 1 แล้ว 10 จาก 19 ด้าน ตามข้อมูลจากนางสาวนทีกูล เกรียงชัยพร หัวหน้าโครงการเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้า SMR กฟผ.
EEC เป็นหนึ่งในพื้นที่ศักยภาพ ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย
การพิจารณาพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าต้องครอบคลุมความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ สภาพธรณีวิทยา ความพร้อมของแหล่งน้ำและระบบส่งไฟฟ้า ตลอดจนผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
โดยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการพิจารณาศักยภาพเบื้องต้น แต่ยังไม่มีข้อสรุปเลือกพื้นที่ก่อสร้างอย่างเป็นทางการ
กฟผ. ยังเสนอให้จัดตั้ง องค์กรดำเนินงานโครงการพลังงานนิวเคลียร์ (NEPIO) เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและวางแนวทางดำเนินงานระดับชาติ ทั้งด้านกฎหมาย การกำกับดูแล บุคลากร การบริหารโครงการ และการจัดหาเงินทุน
SMR เสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของ Smart City
สำหรับเมืองอัจฉริยะ ความมั่นคงทางไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบ AI และบริการดิจิทัลที่ต้องทำงานต่อเนื่อง
SMR จึงอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกของแหล่งผลิตไฟฟ้าคาร์บอนต่ำและช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะไม่ควรพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงรูปแบบเดียว แต่ควรวางแผนร่วมกับพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
โดยคำนึงถึงต้นทุน ความปลอดภัย และการยอมรับของประชาชน เพื่อให้การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลเกิดขึ้นควบคู่กับความมั่นคงทางพลังงานและคุณภาพชีวิตที่ดี..
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ / ฐานเศรษฐกิจ







