
บ.โซลาร์ทยอยประกาศไม่ร่วมโครงการรัฐ! กังวลภาระค้ำประกัน 7 ปี กระทบธุรกิจรายเล็ก
ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์หลายรายเริ่มประกาศไม่เข้าร่วมหรือจำกัดจำนวนงาน กังวลภาระหลักประกัน ประกันภัย และต้นทุนดูแลระบบระยะยาว ขณะที่บางรายตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมในการแข่งขัน
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านจำนวน 1 ล้านครัวเรือน กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท เริ่มเผชิญเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หลังมีการเผยแพร่รายละเอียดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ให้บริการติดตั้ง (Vendor) โดยผู้ประกอบการบางรายประกาศไม่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่บางรายเตรียมจำกัดจำนวนงาน หากเงื่อนไขสำคัญยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินสนับสนุนค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์รายละ 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 โดยมีการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นหน่วยงานดำเนินการหลัก
จากเตรียมเปิดรับสมัคร สู่การประกาศเงื่อนไขโครงการ
ก่อนเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ กฟภ. ได้เตรียมระบบลงทะเบียนสำหรับประชาชนและระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้ง โดยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายประดิษฐ์ เฟื่องฟู รองผู้ว่าการ กฟภ. เปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการอยู่ในรายชื่อมากกว่า 1,000 ราย แต่รายละเอียดคุณสมบัติและเงื่อนไขยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ
ต่อมาวันที่ 26 ตุลาคม กฟภ. ประชาสัมพันธ์กำหนดเปิดลงทะเบียนวันที่ 27 ตุลาคม ก่อนที่รัฐบาลจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในวันดังกล่าว พร้อมเผยแพร่หลักเกณฑ์และคู่มือสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ
หลังจากนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 27 ตุลาคม เห็นชอบโครงการวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับบ้านอยู่อาศัย ขนาดตั้งแต่ 5 กิโลวัตต์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ โดยประชาชนต้องใช้บริการติดตั้งผ่าน กฟน. กฟภ. หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า ซึ่งโครงการเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 หรือจนกว่าจะครบวงเงิน โดยผู้ได้รับสิทธิต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อระบบภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 และเชื่อมต่อสำเร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570
เงื่อนไขค้ำประกัน 50,000 บาทต่องาน จุดกังวลผู้ประกอบการ
หนึ่งในประเด็นที่ผู้ประกอบการหยิบยกขึ้นมาคือข้อกำหนดในคู่มือโครงการสำหรับ Vendor หมวดหลักประกันและประกันภัย ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการติดตั้งต้องจัดหาหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Bank Guarantee) วงเงิน 50,000 บาทต่องาน เป็นระยะเวลา 6 เดือน และหากไม่สามารถส่งมอบงานภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจถูกยึดหลักประกัน
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการยังต้องจัดส่งหนังสือค้ำประกันจากธนาคารวงเงิน 10,000 บาท ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อระบบ เพื่อเป็นหลักประกันความรับผิดชอบต่อข้อบกพร่องของงานติดตั้งตลอดระยะเวลา 7 ปี
คู่มือยังระบุให้ผู้ติดตั้งรับประกันงานติดตั้ง 7 ปี จัดให้มีประกันอัคคีภัยครอบคลุมตลอดระยะเวลาดังกล่าว รวมถึงบำรุงรักษาและทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการบางรายแสดงความกังวลถึงภาระเงินทุนหมุนเวียน ต้นทุนประกันภัย และความสามารถในการรับผิดชอบงานระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อรับงานติดตั้งหลายหลังพร้อมกัน
เอกชนทยอยประกาศจุดยืน บางรายไม่ร่วม บางรายจำกัดรับงาน
ภายหลังรายละเอียดเงื่อนไขเผยแพร่ออกมา ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์หลายรายได้แสดงจุดยืนผ่านช่องทางของบริษัท โดยมีทั้งการประกาศไม่เข้าร่วม การจำกัดจำนวนงาน และการเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์
บริษัท เว ทู เวล จำกัด (WAY SOLAR) ประกาศไม่เข้าร่วมโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ภายใต้โครงการภาครัฐ โดยระบุว่าได้พิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจระยะยาวแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังให้บริการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และดูแลระบบโซลาร์เซลล์แก่ลูกค้าที่ติดตั้งผ่านโครงการภาครัฐตามเงื่อนไขของบริษัท
ด้าน Comsys Solar ระบุว่า หากหลักเกณฑ์ฉบับที่มีผลใช้จริงยังคงเงื่อนไขสำคัญตามร่าง บริษัทจะรับงานในโครงการรวมไม่เกิน 20 หลัง รวมลูกค้าที่เคยให้คำมั่นไว้แล้ว ก่อนหยุดรับงานใหม่ภายใต้โครงการ โดยอธิบายว่า บริษัทมีลูกค้าที่ติดตั้งระบบไปแล้วประมาณ 2,000 บ้าน และต้องคำนึงถึงความสามารถในการดูแลลูกค้าและพนักงานระยะยาว แม้บริษัทจะมีมาตรฐานรับประกันและบริการหลังการขาย 10 ปีอยู่แล้ว แต่หลักประกันและประกันภัยที่เพิ่มเข้ามาเป็นภาระที่ต้องนำมาคำนวณต้นทุน
บริษัทกังวลว่าหากต้องเพิ่มราคาเพื่อรองรับเงื่อนไขดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม Comsys Solar ยืนยันว่าจะรักษาข้อเสนอที่ให้ไว้กับลูกค้าเดิม และพร้อมทบทวนการรับงานเพิ่มเติมหากหลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลง
บริษัท บีเอ็นเอ็มอี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (BNME Energy) ประกาศว่า หากหลักเกณฑ์ฉบับสุดท้ายยังคงเงื่อนไขสำคัญตามร่าง บริษัทจะไม่เข้าร่วมโครงการ โดยระบุถึงภาระหลักประกัน ประกันภัย ต้นทุนดำเนินงาน และความรับผิดชอบระยะยาว
ด้าน BNME Energy เห็นว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนกลับไปยังราคาที่ประชาชนต้องจ่าย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการสนับสนุนพลังงานสะอาด และพร้อมพิจารณาเข้าร่วมอีกครั้งหากมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสม
ขณะที่ Solar Hub เผยแพร่ข้อความวิจารณ์คู่มือ Vendor Handbook ฉบับวันที่ 27 ตุลาคม โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับราคากลางระบบมาตรฐาน 5 กิโลวัตต์ที่ 140,000 บาท ภาระหลักประกัน และการรับประกันงานติดตั้ง 7 ปี พร้อมแสดงท่าทีไม่ประสงค์รับงานภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว
ล่าสุดวันที่ 28 ตุลาคม BigOneSolutions โดย BigOneSolarcell ออกแถลงการณ์งดเข้าร่วมโครงการ โดยให้เหตุผลแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นบางส่วน กล่าวคือ บริษัทมีข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใส ความเป็นธรรมในการแข่งขัน และความหลากหลายของทางเลือกสำหรับประชาชน ทั้งผลิตภัณฑ์ ผู้ให้บริการ และรูปแบบระบบโซลาร์เซลล์ โดยบริษัทเรียกร้องให้มีการทบทวนและชี้แจงหลักเกณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน โดยไม่ได้ระบุว่ามีการตรวจพบผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นแล้ว
คลังแจงเกณฑ์ไม่เอื้อทุนใหญ่ ย้ำประชาชนเลือกผู้ติดตั้งเองได้
ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อกังวลว่าหลักเกณฑ์โครงการโซลาร์ภาคประชาชนอาจเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ ว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในจำนวนที่เพียงพอ อีกทั้งประชาชนสามารถเลือกผู้ให้บริการติดตั้งได้ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ การไฟฟ้าทั้งสองแห่งจะมีชุดติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ ในราคามาตรฐานไม่เกิน 140,000 บาท เพื่อใช้เป็นราคาอ้างอิงและส่งเสริมการแข่งขันทั้งด้านราคาและคุณภาพบริการ
“จำนวนบ้านที่เข้าร่วมโครงการ 1 ล้านหลัง มีมากพอที่จะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการ ทั้งการให้บริการที่ดีกว่าหรือการเสนอราคาที่ดีกว่าให้กับประชาชน ประชาชนเป็นคนเลือก Vendor เอง จะไปบังคับไม่ได้ และจำนวน Vendor สามารถเพิ่มเติมได้ตลอด ซึ่งกระทรวงแรงงานกำลังผลิตแรงงานส่วนนี้มาเติมให้” นายลวรณกล่าว
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวยังไม่ได้ระบุว่าจะมีการทบทวนเงื่อนไขหลักประกันสัญญา 50,000 บาทต่องาน การรับประกันงานติดตั้งและประกันอัคคีภัย 7 ปี รวมถึงภาระบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นข้อกังวลที่ผู้ประกอบการบางรายหยิบยกขึ้นมา ขณะเดียวกัน ยังไม่มีข้อมูลยืนยันจำนวนผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมแล้วถอนตัวอย่างเป็นทางการ.







