
ชัชชาติสั่งทุกเขตทำ Risk Map ใหม่ ถอดบทเรียนน้ำท่วม เร่งอุดจุดเสี่ยง
กทม. ถอดบทเรียนน้ำท่วมปี 2569 สั่งทุกเขตสำรวจจุดเสี่ยงทำ Risk Map ใหม่ ต่อยอดโมเดลเขตบัดดี้ พร้อมเร่งเยียวยากว่า 1 ล้านครัวเรือนอย่างรอบคอบ
KEY
POINTS
- ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตเร่งสำรวจพื้นที่สาธารณะและหมู่บ้านจัดสรรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับจัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ฉบับใหม่
- ถอดบทเรียนจากวิกฤตน้ำท่วมเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการ โดยเน้นยกระดับระบบการแจ้งเตือนภัยให้เข้าถึงชุมชนได้รวดเร็วขึ้น และทบทวนแผนการจัดตั้งศูนย์อพยพให้มีประสิทธิภาพ
- เร่งแก้ไขจุดเสี่ยงที่พบ โดยจะใช้ข้อมูลจาก Risk Map เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการซ่อมแซมถนนที่ชำรุด และสนับสนุนให้พื้นที่เอกชนปรับปรุงระบบป้องกันน้ำท่วมของตนเอง
กรุงเทพมหานครเดินหน้าถอดบทเรียนวิกฤตน้ำท่วมปี 2569 ยกระดับการบริหารจัดการเมืองด้วยข้อมูลความเสี่ยง สั่งสำนักงานเขตสำรวจพื้นที่สาธารณะและหมู่บ้านจัดสรรที่ได้รับผลกระทบ จัดทำ Risk Map ชุดใหม่
พร้อมต่อยอดโมเดล “เขตบัดดี้” เชื่อมเครือข่ายช่วยเหลือประชาชน ควบคู่เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยกว่า 1 ล้านครัวเรือน โดยกำชับให้ดำเนินการรวดเร็วและตรวจสอบอย่างรอบคอบ
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8/2569 พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกสำนักและสำนักงานเขตที่ร่วมกันรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
โดยระบุว่า รูปแบบการทำงานแบบ “เขตบัดดี้” ซึ่งให้สำนักงานเขตช่วยเหลือกันในด้านการเก็บกวาดขยะและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและควรนำไปต่อยอดในการบริหารจัดการเมือง
ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกระดับระบบเตือนภัยและเครือข่ายชุมชน
นายชัชชาติกล่าวว่า แม้ปีนี้กรุงเทพฯ จะเผชิญปริมาณฝนมากกว่า 200 มิลลิเมตร แต่ระบบป้องกันและบริหารจัดการน้ำที่วางไว้ช่วยปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบราว 20% ของภาพรวม
ซึ่งถือว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยและการสื่อสารกับประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้ว่าฯ กทม. กำชับให้ผู้อำนวยการเขตสร้างเครือข่ายการสื่อสารกับประธานชุมชน นิติบุคคลอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร ผ่านไลน์กลุ่มหรือช่องทางที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อให้การแจ้งเตือนเข้าถึงประชาชนได้ครอบคลุมทั้งชุมชนดั้งเดิมและพื้นที่อยู่อาศัยรูปแบบอื่น โดยข้อมูลที่กรุงเทพมหานครระบุชี้ว่า ประชาชนกว่า 40% อาศัยอยู่ในชุมชน ส่วนที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม
อีกประเด็นสำคัญคือการปรับแผนศูนย์อพยพ โดยนำบทเรียนจากกรณีศูนย์อพยพในเขตลาดกระบัง ซึ่งตั้งอยู่ในโรงเรียนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักและเข้าถึงได้ยาก มาทบทวนการกระจายพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย เพื่อไม่ให้ศูนย์อพยพได้รับผลกระทบจนไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ตามแผน
การเตรียมความพร้อมต้องครอบคลุมห้องน้ำ บุคลากรทางการแพทย์ จุดบัญชาการย่อย และหมายเลขติดต่อฉุกเฉิน รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรในพื้นที่ เช่น มูลนิธิ เครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ เรือ และเจ็ตสกี
เพื่อให้สามารถประสานความช่วยเหลือจากทั้งภาครัฐและเอกชนได้ทันที พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 17,000 คนในกรุงเทพฯ
สั่งทุกเขตสำรวจจุดเสี่ยง จัดทำ Risk Map ชุดใหม่
สำหรับแผนดำเนินงานหลังน้ำลด นายชัชชาติสั่งให้ผู้อำนวยการเขตเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง 2 กลุ่มหลัก เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับจัดทำแผนที่ความเสี่ยง หรือ Risk Map ชุดใหม่
กลุ่มแรกคือพื้นที่สาธารณะ ได้แก่ ถนน ตรอก ซอย สถานที่ราชการ โรงเรียน และโรงพยาบาล ที่มีน้ำท่วมขังหรือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรง เพื่อจัดทำฐานข้อมูลสำหรับวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคต
กลุ่มที่สองคือพื้นที่เอกชนและหมู่บ้านจัดสรรที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยให้คำแนะนำเรื่องการปรับปรุงคันกั้นน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ
พร้อมพิจารณาแนวทางสนับสนุนงบประมาณจากกรุงเทพมหานครสำหรับมาตรการป้องกันน้ำท่วมในแต่ละชุมชน
นอกจากนี้ ให้สำนักงานเขตสำรวจถนนที่ชำรุดเสียหายหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะเส้นทางที่มีประชาชนสัญจรจำนวนมาก เพื่อจัดลำดับความสำคัญและเร่งซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย
การจัดทำ Risk Map จึงเป็นส่วนหนึ่งของการนำข้อมูลความเสียหายและจุดเสี่ยงมาประกอบการวางแผน โดยมีเป้าหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถระบุพื้นที่ที่ต้องเร่งแก้ไขและเตรียมมาตรการรองรับได้ตรงจุดมากขึ้น
เยียวยากว่า 1 ล้านครัวเรือน ใช้งบ กทม. แล้ว 372 ล้านบาท
ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายชัชชาติระบุว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน จึงกำชับให้ผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ โดยต้องควบคู่กับการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและหลักฐานประกอบอย่างครบถ้วน
กรณีที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น บ้านเช่าหรือการซ่อมแซมบ้านเรือน ต้องผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปตามเงื่อนไขและลดปัญหาความคลาดเคลื่อนในการพิจารณาสิทธิ
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครใช้งบประมาณของ กทม. เพื่อช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 372 ล้านบาท และเตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 1,000 ล้านบาท
วางระบบสื่อสารภาวะวิกฤต เปิดทางเขตแจ้งเตือนได้ทันที
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครกำหนดแนวทางสื่อสารในภาวะวิกฤต โดยให้สำนักที่รับผิดชอบภัยแต่ละประเภทส่งข้อมูลเหตุการณ์มายังสำนักงานประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ต่อไปยังสำนักงานเขต สื่อมวลชน และประชาชนตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน สำนักงานเขตสามารถแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการสื่อสารจากส่วนกลาง เพื่อให้ข้อมูลเตือนภัยไปถึงประชาชนได้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
แนวทางทั้งหมดสะท้อนการพัฒนาการบริหารจัดการเมืองจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การใช้ข้อมูลพื้นที่ การสื่อสารที่เชื่อมโยงถึงชุมชน และการเตรียมทรัพยากรล่วงหน้า
โดยบทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้จะเป็นโจทย์สำคัญของกรุงเทพมหานครในการยกระดับความพร้อมรับมือภัยพิบัติและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาว..







