posttoday
ศุลกากร สกัดเข้มขยะอิเล็กทรอนิกส์ แบล็กลิสต์ผู้นำเข้ากระทำผิด สั่งตรวจทุกตู้ 100%

ศุลกากร สกัดเข้มขยะอิเล็กทรอนิกส์ แบล็กลิสต์ผู้นำเข้ากระทำผิด สั่งตรวจทุกตู้ 100%

26 ตุลาคม 2569

กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดตรวจตู้สินค้านำเข้า หลังพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนเศษโลหะรีไซเคิล ขึ้นบัญชีดำผู้นำเข้าและตัวแทนขนส่งที่ทำผิด พร้อมตรวจตู้สินค้าทุกรอบถัดไป 100% เร่งประสานหน่วยงานตรวจสอบบริษัทต้องสงสัยและเส้นทางการเงิน

KEY

POINTS

  • กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ปะปนมากับเศษโลหะ
  • ผู้ประกอบการนำเข้าและตัวแทนขนส่งสินค้าที่กระทำผิดจะถูกขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์)
  • ตู้สินค้าของบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำจะถูกเปิดตรวจอย่างละเอียด 100% ในการนำเข้าครั้งถัดไป

ขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรมรีไซเคิลเป็นปัญหาที่ต้องจับตา หลังพบการลักลอบนำแผงวงจรและสายไฟปะปนเศษโลหะนำเข้า หากหลอมโดยไม่มีระบบควบคุมมลพิษ อาจกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ขณะที่การตรวจตู้สินค้าทุกตู้ยังมีข้อจำกัดด้านปริมาณและเทคโนโลยี

 

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากร จะเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย โดยยืนยันว่า ประเทศไทยจะไม่ยอมเป็นทางผ่านของขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย พร้อมเร่งตรวจสอบตู้สินค้าที่มีความเสี่ยงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปิดช่องโหว่การนำเข้า

 

ปัจจุบันไทยนำเข้าเศษโลหะและเศษกระดาษเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมรีไซเคิลอย่างถูกกฎหมายรวมประมาณ 6,400 ล้านกิโลกรัมต่อปี แบ่งเป็นเศษโลหะ 3,200 ล้านกิโลกรัม และเศษกระดาษ 3,200 ล้านกิโลกรัม แต่ปัญหาคือสินค้าเหล่านี้อาจมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรสีเขียว สายไฟ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าปะปนมา ทำให้แยกความแตกต่างจากเศษวัสดุทั่วไปได้ยาก

 

“สิ่งที่ประชาชนมองว่าเป็นขยะ บางโรงงานกลับมองว่าเป็นวัตถุดิบในการรีไซเคิล เราไม่ได้ห้ามนำเข้าเศษโลหะที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ห้ามนำเข้า หากตรวจพบก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและส่งกลับ”

 

เปิดตู้เสี่ยง 833 ตู้ พบผิดแล้ว 89 ตู้

 

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า การตรวจสอบตู้สินค้ามีข้อจำกัดจากปริมาณตู้สินค้าที่หมุนเวียนเข้า-ออกทั่วประเทศประมาณ 13 ล้านตู้ต่อปี โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังที่มีมากกว่า 11 ล้านตู้ การเปิดตรวจทุกตู้จึงทำได้ยากและใช้เวลาสูง ขณะที่เครื่องเอกซเรย์ ไม่สามารถแยกแผงวงจรหรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ซ่อนอยู่ในกองเศษโลหะหรือถุงบรรจุสินค้าขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน

 

จากการตรวจสอบตู้สินค้าที่มีการแจ้งเบาะแส 833 ตู้ หลังตัดข้อมูลซ้ำ พบว่า 447 ตู้ไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ตรวจพบความผิดแล้ว 89 ตู้ และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 74 ตู้ ส่วนที่เหลือยังต้องตรวจสอบสถานะและรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ยอดยึดอายัดของเสียอันตรายและเศษวัสดุผิดกฎหมายล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 20.5 ล้านกิโลกรัม

 

การตรวจตู้สินค้าต้องอาศัยข้อมูลความเสี่ยงควบคู่กับการเปิดตรวจจริง ไม่สามารถใช้ภาพจากเครื่องเอกซเรย์เพียงอย่างเดียวตัดสินได้ว่ามีขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่หรือไม่ โดยการตรวจครั้งนี้จะเปิดให้เห็นกระบวนการตรวจสอบ เพื่อสร้างความเข้าใจว่าปัญหาเกิดขึ้นอย่างไรและต้องแก้ไขตรงจุดใด

 

แบล็กลิสต์ผู้ทำผิด ตรวจทุกตู้ที่นำเข้าครั้งต่อไป

 

สำหรับมาตรการควบคุม กรมศุลกากรจะขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการนำเข้าและตัวแทนขนส่งสินค้าที่กระทำผิด โดยตู้สินค้าของบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีจะถูกกักและเปิดตรวจอย่างละเอียด 100% ในการนำเข้าครั้งถัดไป เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

 

นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังหารือร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมการค้าต่างประเทศ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอปรับหลักเกณฑ์นำเข้าเศษโลหะ โดยพิจารณาห้ามนำเข้าเศษโลหะที่เทกองหรืออัดในถุงบิ๊กแบค (Big Bag) ซึ่งตรวจสอบสิ่งปะปนได้ยาก และให้เน้นนำเข้าเศษโลหะที่แยกประเภทสะอาดหรือผ่านการแปรรูปเป็นแท่งโลหะรีไซเคิลแล้ว ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด

 

ส่งข้อมูล 7 บริษัทให้ DSI สอบสวน

 

ด้านการดำเนินคดี กรมศุลกากรได้ส่งรายชื่อผู้ประกอบการและข้อมูลตู้สินค้าที่พบความผิดหรือถูกร้องเรียน รวม 7 บริษัท ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบความผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน หากพบหลักฐานเข้าข่ายความผิด

 

นายพันธ์ทองยังขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับตู้สินค้าต้องสงสัยหรือโรงงานที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพราะของเสียอันตรายบางประเภทอาจเกิดขึ้นภายหลังการหลอมและรีไซเคิล ไม่ได้ติดมากับตู้สินค้านำเข้าโดยตรง การแก้ปัญหาจึงต้องตรวจสอบทั้งต้นทางการนำเข้า กระบวนการผลิต และการจัดการของเสียในโรงงาน เพื่อไม่ให้ภาระด้านสิ่งแวดล้อมตกอยู่กับชุมชน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก ททท. แจกซิม True 5G ฟรี ต้อนรับนักท่องเที่ยวอาเซียน-อินเดีย จัดเต็มสิทธิพิเศษกว่า 10,000 บาท

ทรู ผนึก ททท. แจกซิม True 5G ฟรี ต้อนรับนักท่องเที่ยวอาเซียน-อินเดีย จัดเต็มสิทธิพิเศษกว่า 10,000 บาท