
AWC เปิดตัวรถแทรมไฟฟ้าเชียงใหม่ 15 สถานี เชื่อมท่องเที่ยวเมืองเก่า
AWC ผนึกภาครัฐและชุมชนเชียงใหม่ เปิดตัว Chiang Mai Tram by Lannatique รถแทรมไฟฟ้า 15 สถานี เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวรอบคูเมือง หวังกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น
KEY
POINTS
- บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เปิดตัวโครงการรถแทรมไฟฟ้า "Chiang Mai Tram by Lannatique" เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในเชียงใหม่
- รถแทรมไฟฟ้าพลังงานสะอาดจะให้บริการ 15 สถานี เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมรอบคูเมือง
- โครงการมีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานเอกลักษณ์ล้านนา พร้อมเชื่อมโยงย่านการค้าและชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ผ่านโครงการ Chiang Mai Tram by Lannatique
รถแทรมไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ออกแบบให้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญรอบคูเมืองเชียงใหม่ รวม 15 สถานี โดยนำเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนามาผสมผสานกับการเดินทางรูปแบบใหม่
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ AWC Sustainable & Cultural Journey ที่มุ่งเชื่อมโยงโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ย่านพาณิชยกรรม และชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน
เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง พร้อมเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการในพื้นที่
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 AWC ได้ร่วมลงนามกรอบความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อผลักดันการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานตำรวจในพื้นที่เข้าร่วม
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ได้มุ่งเพิ่มจำนวนผู้เดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อระบบคมนาคม การใช้ประโยชน์พื้นที่เมือง และการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กระจายตัวไปยังชุมชน
รถแทรม 15 สถานี เชื่อมเมืองเก่าเชียงใหม่กับเศรษฐกิจท่องเที่ยว
หัวใจสำคัญของโครงการ Chiang Mai Tram by Lannatique คือการนำระบบรถแทรมไฟฟ้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่
วางแนวทางเชื่อมต่อสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมรอบคูเมือง ผ่านสถานีทั้งหมด 15 แห่ง
AWC ระบุว่า โครงการนี้เป็นรถแทรมไฟฟ้าพลังงานสะอาดสายแรกของประเทศไทย โดยออกแบบรูปลักษณ์ให้สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนาในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อให้การเดินทางเป็นมากกว่าการขนส่งผู้โดยสารจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
แนวคิดดังกล่าวมุ่งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวในลักษณะ พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นระหว่างการเดินทาง
นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวผ่านระบบขนส่งรูปแบบนี้มีเป้าหมายช่วยเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังย่านการค้า ร้านอาหาร โรงแรม และชุมชนต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
ซึ่งอาจนำไปสู่การกระจายการใช้จ่ายจากพื้นที่ท่องเที่ยวหลักไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย
AWC ใช้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเชียงใหม่ให้เติบโตควบคู่กับการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน
โดยบริษัทต้องการนำการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวมาเชื่อมโยงกับการพัฒนาเมือง เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
“โครงการ Chiang Mai Tram by Lannatique จะช่วยเชื่อมโยงโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว แหล่งพาณิชยกรรม และชุมชนเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่นักท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมล้านนาอย่างยั่งยืน”
นางวัลลภาระบุว่า บริษัทมุ่งส่งเสริมเชียงใหม่ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลก ผ่านการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์กับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์และการใช้จ่ายในพื้นที่ มากกว่าการพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
วางกรอบความร่วมมือ 5 ด้าน พัฒนาเชียงใหม่ระยะยาว
สำหรับกรอบความร่วมมือที่ AWC ลงนามร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในครั้งนี้ ครอบคลุมการพัฒนาเมือง 5 ด้าน ได้แก่
1. การพัฒนาเมืองและพื้นที่สาธารณะ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์พื้นที่เมืองอย่างบูรณาการ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
2. การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญกับธุรกิจท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้
3. การพัฒนาระบบคมนาคมและเทคโนโลยี สนับสนุนการเดินทางและการเข้าถึงพื้นที่เมือง พร้อมเชื่อมโยงระบบขนส่งกับแหล่งท่องเที่ยว
4. การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมระบบเดินทางพลังงานสะอาดและแนวทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
5. การอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมล้านนา นำศิลปะ ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
ความร่วมมือทั้ง 5 ด้านถือเป็นกรอบการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชียงใหม่ทั้งด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
อบจ.เชียงใหม่ หนุนระบบขนส่งเชื่อมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การพัฒนาเมืองเชียงใหม่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง เทคโนโลยี และการอนุรักษ์อัตลักษณ์ล้านนา ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน”
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์และจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
จับตารถแทรมเชียงใหม่ จากโครงการท่องเที่ยวสู่การพัฒนาเมือง
การผลักดัน Chiang Mai Tram by Lannatique สะท้อนแนวโน้มการลงทุนด้านการท่องเที่ยวที่เริ่มให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่มีต้นทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสูงอย่างเชียงใหม่
หากระบบรถแทรมสามารถเชื่อมต่อโรงแรม ย่านการค้า และแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง รวมถึงเปิดโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือรูปแบบการให้บริการ ความถี่ของรถแทรม การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะที่มีอยู่เดิม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการ
โดยเฉพาะการกำหนดบทบาทของรถแทรมว่าจะเป็นระบบขนส่งสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก หรือสามารถรองรับการเดินทางในชีวิตประจำวันของประชาชนเชียงใหม่ได้ด้วย







