posttoday
สุวรรณภูมิแจงปมกระเป๋าถูกรื้อค้น เผยมาตรการใหม่ ตรวจสอบย้อนหลังได้

สุวรรณภูมิแจงปมกระเป๋าถูกรื้อค้น เผยมาตรการใหม่ ตรวจสอบย้อนหลังได้

21 ตุลาคม 2569

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงกรณีผู้โดยสารพบสัมภาระมีร่องรอยเปิดตรวจ ยืนยันไม่พบเจ้าหน้าที่สนามบินเปิดกระเป๋า พร้อมอธิบายหลักเกณฑ์ตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย

KEY

POINTS

  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องกระเป๋าถูกรื้อค้น แต่ผลเบื้องต้นไม่พบว่าเจ้าหน้าที่สนามบินเป็นผู้เปิดกระเป๋า และชี้แจงว่าการขนถ่ายเป็นความรับผิดชอบของสายการบินและผู้ให้บริการภาคพื้น
  • ชี้แจงมาตรการใหม่ที่อนุญาตให้เปิดตรวจสัมภาระได้โดยไม่มีเจ้าของอยู่ด้วย ซึ่งจะทำเฉพาะกรณีมีเหตุอันควรสงสัยด้านความปลอดภัย และมีมาตรการบันทึกภาพเป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้
  • แนะนำให้ผู้โดยสารแจ้งเรื่องกับสายการบินโดยตรงเพื่อตรวจสอบร่วมกับผู้ให้บริการภาคพื้น ซึ่งรับผิดชอบขั้นตอนการลำเลียง คัดแยก และขนถ่ายสัมภาระ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจสอบกรณีผู้โดยสารร้องเรียนสัมภาระมีร่องรอยถูกรื้อค้น หลังมาตรการใหม่เปิดทางให้ตรวจสัมภาระโดยไม่มีเจ้าของอยู่ด้วยมีผล 16 ต.ค. 2569

 

ยืนยันไม่พบเจ้าหน้าที่สนามบินเปิดกระเป๋า พร้อมชี้ขั้นตอนขนถ่ายเป็นหน้าที่สายการบินและผู้ให้บริการภาคพื้น

 

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ชี้แจงกรณีผู้โดยสารร้องเรียนว่าสัมภาระเดินทางมีร่องรอยการเปิดและรื้อค้น โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับมาตรการใหม่ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เปิดตรวจสัมภาระลงทะเบียนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วย

 

ยืนยันผลตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของสนามบินเปิดตรวจสัมภาระใบดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการตรวจค้นเพิ่มเติมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยการบิน และมีมาตรการบันทึกหลักฐานเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

 

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเพจเฟซบุ๊ก “เบ้นพาไป-Benz pa pai Journey” เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับสัมภาระที่มีร่องรอยการเปิดและรื้อค้น

 

ทสภ. จึงประสานผู้ร้องเรียนเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนตรวจสอบระบบคัดกรองสัมภาระ บันทึกการปฏิบัติงาน และภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

 

ตรวจสอบระบบคัดกรอง ไม่พบเจ้าหน้าที่สนามบินเปิดกระเป๋า

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ร้องเรียนเดินทางด้วยสายการบินไห่หนานแอร์ไลน์ (Hainan Airlines) เที่ยวบิน HU 424 เส้นทางสุวรรณภูมิ–ฉงชิ่ง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569

 

โดยสัมภาระผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัย และระบบไม่พบวัตถุต้องห้ามหรือวัตถุอันตรายต่ออากาศยานที่จำเป็นต้องตรวจค้นเพิ่มเติม

 

หลังจากนั้น สัมภาระถูกลำเลียงผ่านระบบอัตโนมัติไปยังพื้นที่คัดแยกสัมภาระ (Make-up Unit) ตามขั้นตอนปกติ

 

ผลตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ ทสภ. เปิดตรวจสัมภาระใบดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม สนามบินระบุว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนจำเป็นต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

 

โดยแนะนำให้ผู้ร้องเรียนแจ้งสายการบินเพื่อให้ตรวจสอบร่วมกับผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handler) ซึ่งรับผิดชอบขั้นตอนการลำเลียง คัดแยก และขนถ่ายสัมภาระตามการจัดจ้างของสายการบิน รวมถึงสามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบได้

 

มาตรการใหม่เปิดทางตรวจสัมภาระโดยไม่มีเจ้าของอยู่ด้วย

ประเด็นที่ทำให้ผู้โดยสารเกิดข้อสงสัย คือมาตรการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียน (Checked Baggage) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)

 

ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยอนุญาตให้เปิดตรวจสัมภาระได้แม้ไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วย ภายใต้เงื่อนไขและขั้นตอนที่กำหนด

 

ทสภ. ชี้แจงว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยการบิน ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่จะเปิดตรวจสัมภาระทุกใบเป็นการทั่วไป

 

แต่จะดำเนินการเพิ่มเติมเฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนด

 

สำหรับกรณีที่ต้องเปิดตรวจสัมภาระ สนามบินระบุว่ามีมาตรการควบคุมและกำกับดูแล โดยบันทึกภาพระหว่างการตรวจไว้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบย้อนหลัง

 

พร้อมจัดให้มีเอกสารแจ้งการตรวจค้นสัมภาระ (Notice of Baggage Inspection) ไว้ภายในกระเป๋า เพื่อแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่าสัมภาระผ่านการเปิดตรวจตามมาตรการรักษาความปลอดภัย

 

ความปลอดภัยต้องเดินคู่กับการคุ้มครองทรัพย์สินผู้โดยสาร

ทสภ. แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทาง ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามในสัมภาระลงทะเบียน และเก็บสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ ตลอดจนสิ่งของจำเป็นไว้ในสัมภาระติดตัวตามข้อกำหนดของสายการบิน

 

รวมถึงเลือกใช้อุปกรณ์ล็อกกระเป๋าที่เหมาะสมและสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

 

กรณีนี้สะท้อนความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยสนามบินที่ต้องทำงานควบคู่กับกลไกตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

โดยเฉพาะเมื่อมาตรการด้านความปลอดภัยเปิดให้ตรวจสัมภาระได้โดยไม่มีเจ้าของอยู่ด้วย การบันทึกหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ การแจ้งให้ผู้โดยสารทราบ

 

และการแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบระหว่างสนามบิน สายการบิน และผู้ให้บริการภาคพื้น จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ

 

ทสภ. ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางควบคู่กับการดูแลสิทธิและทรัพย์สินของผู้โดยสาร

 

พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ข่าวล่าสุด

59 ปีกรมส่งเสริมการเกษตร ปรับทัพใหม่ ชูตลาดนำเพิ่มรายได้

59 ปีกรมส่งเสริมการเกษตร ปรับทัพใหม่ ชูตลาดนำเพิ่มรายได้