
BDI ชูแผน AI แห่งชาติ ดันดาต้าเซ็นเตอร์สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย
BDI เผยไทยเดินหน้าแผน AI แห่งชาติ 4 เสาหลัก เร่งสร้างความเชื่อมั่นดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมต่อยอดห่วงโซ่อุปทานและพัฒนา AI ไทยสู่ตลาดโลก
ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ได้ขึ้นกล่าวในงาน Nation Forum 2027 : Thailand's Agenda ในหัวข้อ Thailand's concern ว่า
ประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการผลักดัน แผนปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Plan) ซึ่งผ่านความเห็นชอบในระดับกรอบหลักการแล้ว แผนดังกล่าวประกอบด้วยเสาหลัก 4 ประการ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านอธิปไตยข้อมูล, ความเชื่อมั่นของประชาชน, การพัฒนาทุนมนุษย์กลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่พร้อมใช้ และการสร้างมูลค่าทางอุตสาหกรรม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลนี้จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก เพื่อลดข้อกังวลของสังคมที่มีต่อดาต้าเซ็นเตอร์
การพัฒนาอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเป็นพื้นที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นภายในประเทศได้อย่างแท้จริง ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมนี้ทำงานร่วมกันอย่างรอบด้าน ตั้งแต่พลังงาน ชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงโมเดล AI และแอปพลิเคชัน ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดมูลค่า ทั้งในระดับโมเดล AI และแอปพลิเคชัน โดยมุ่งเป้าขยายตลาดไปสู่ระดับโลกเพื่อดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ประเทศ
ปัจจุบันภาครัฐได้จัดตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อกำกับดูแลนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ให้ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งในส่วนพื้นที่ สาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม และการบูรณาการข้อมูล คณะทำงานไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดการความเสี่ยง แต่ยังมองหาวิธีส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เติบโต เป้าหมายสำคัญที่ ดร.อภิวดี กังวลและให้ความสำคัญที่สุด คือการผลักดันให้เกิดห่วงโซ่อุปทาน และการใช้ทรัพยากรภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในด้านการสร้างความเชื่อมั่น ภาครัฐต้องเร่งสื่อสารมาตรการดูแลความปลอดภัยและมาตรฐานทางวิศวกรรมที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นลำดับขั้นตอน การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมีการอ้างอิงมาตรฐานสากลระดับโลก ควบคู่ไปกับการพิจารณาบริบทของประเทศ เช่น การหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล โรงเรียน หรือศาสนสถาน หากพิจารณาข้อมูลเชิงสถิติเปรียบเทียบ ดาต้าเซ็นเตอร์อย่าง THSC ใช้น้ำน้อยกว่าอาคารสำนักงานที่มีคน 300 คนถึง 3-4 เท่า และไม่มีมลภาวะทางเสียงรบกวนภายนอก
นั่นทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์จึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวและเป็นเทคโนโลยีที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ภาครัฐต้องเพิ่มความชัดเจนในการสื่อสารนโยบาย กฎระเบียบ และข้อมูลที่เป็นรูปธรรม การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพภายใต้การกำกับดูแลที่ได้มาตรฐาน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป







