
ททท. ปั้น Meaningful Destination ดัน 55 ชุมชนสร้างจุดขายใหม่ท่องเที่ยวไทย
ททท. เดินหน้าแผนท่องเที่ยวปี 2570 ใช้เครือข่าย UNESCO และ 55 แหล่งท่องเที่ยวชุมชน สร้างประสบการณ์ใหม่ ปั้นแบรนด์ 5 จังหวัด กระจายรายได้สู่ท้องถิ่
KEY
POINTS
- ททท. ปรับยุทธศาสตร์การตลาดใหม่ภายใต้แนวคิด “Meaningful Destination” มุ่งสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความหมาย แทนการนำเสนอแค่ความสวยงามของสถานที่
- พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นมาสร้างเป็นจุดขายและประสบการณ์ใหม่ในการเดินทาง
- ต่อยอดเครือข่ายมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ 5 จังหวัดนำร่อง เพื่อสร้างเรื่องราวและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์การตลาดท่องเที่ยวปี 2570 ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” มุ่งเปลี่ยนการแข่งขันจากการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Destination)
โดยใช้เครือข่าย UNESCO Thailand Network และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่งทั่วประเทศ เป็นฐานต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างเหตุผลใหม่ให้เกิดการเดินทาง และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้มองหาการเดินทางเพื่อพักผ่อนเพียงอย่างเดียว
แต่ยังต้องการประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงกับผู้คน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของพื้นที่ ซึ่งเป็นที่มาของการนำเครือข่าย UNESCO Thailand Network และชุมชนท่องเที่ยวมาต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มประสบการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย
“การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในอนาคตจะไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีสถานที่สวยกว่า แต่คือการสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนอยากออกเดินทาง และทำให้การเดินทางครั้งนั้นมีคุณค่าและความหมายมากที่สุด”
ใช้ 55 ชุมชนต่อยอดทุนท้องถิ่น สร้างประสบการณ์ใหม่
ททท. เดินหน้าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกับภาคีท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และทรัพยากรเฉพาะถิ่นให้กลายเป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง
สอดคล้องกับแนวทางการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของการเดินทางมากกว่าการเยี่ยมชมสถานที่เพียงอย่างเดียว
เครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่หลายภูมิภาค อาทิ เมืองเชียงแสนและโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง จังหวัดเชียงราย ชุมชนบ่อสวก จังหวัดน่าน บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย
แม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนคาทอลิกริมน้ำจันทบูร จังหวัดจันทบุรี บ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด คีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร เมืองเก่าภูเก็ต ย่านเมืองเก่าสงขลา ตลาดโก้งโค้ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชุมชนริมคลองอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
การพัฒนาเครือข่ายชุมชนยังเป็นกลไกส่งเสริมการเดินทางสู่เมืองน่าเที่ยว โดยนำจุดแข็งด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ
และวิถีชีวิตมาออกแบบเป็นประสบการณ์เฉพาะพื้นที่ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในห่วงโซ่ธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่การนำเที่ยว ที่พัก อาหาร ไปจนถึงสินค้าท้องถิ่น
ต่อยอด UNESCO จากเครื่องหมายรับรองสู่จุดขายท่องเที่ยว
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการนำ UNESCO Thailand Network มาพัฒนาเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง โดยต่อยอดคุณค่าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลให้กลายเป็นเรื่องราวและประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้จริง
ข้อมูลจาก ททท. ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก 9 จังหวัด แหล่งมรดกโลก 9 แห่ง อุทยานธรณีโลก 2 แห่ง พื้นที่สงวนชีวมณฑล 5 แห่ง ตลอดจนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยอีกหลายรายการ
แหล่งมรดกสำคัญที่ ททท. ระบุเป็นต้นทุนในการต่อยอดการท่องเที่ยว ได้แก่ ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มป่าแก่งกระจาน กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร และนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ททท. เตรียมนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับแหล่งมรดกเหล่านี้มาพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อเปลี่ยนการรับรู้จากสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มีเรื่องราวและคุณค่าเฉพาะตัว
“UNESCO ไม่ควรเป็นเพียงตรารับรองคุณค่าของพื้นที่ แต่ต้องกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอยากเดินทางมาสัมผัสเรื่องราว วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจุดหมายปลายทางด้วยตนเอง” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว
ปั้นแบรนด์เมือง 5 จังหวัด สร้างภาพจำเฉพาะพื้นที่
ควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายชุมชน ททท. เตรียมขับเคลื่อนกลยุทธ์ Signature Destination Branding เพื่อสร้างตัวตนให้เมืองท่องเที่ยว โดยเน้นการนำเสนอเรื่องราว วัฒนธรรม ผู้คน และวิถีชีวิตที่แตกต่าง แทนการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมเป็นรายจุดแบบเดิม
โครงการนำร่องประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่
เชียงราย ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย อัตลักษณ์ล้านนา และเครือข่ายชุมชนสร้างสรรค์
อุบลราชธานี เชื่อมโยงศรัทธา วัฒนธรรม และเทศกาลสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สงขลา นำเสนอเสน่ห์เมืองเก่า พหุวัฒนธรรม และวิถีชีวิตในพื้นที่ชายแดนใต้
ตราด ต่อยอดศักยภาพด้านธรรมชาติ การเรียนรู้ และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
สมุทรสงคราม สร้างจุดขายจากวิถีชุมชนลุ่มน้ำ วัฒนธรรมอาหาร และประสบการณ์ท่องเที่ยวริมคลอง
อย่างไรก็ตาม ททท. ระบุว่า จังหวัดนำร่องอาจมีการปรับเปลี่ยนตามกระบวนการพิจารณาและการจัดสรรงบประมาณในลำดับต่อไป
วัดผลมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว มุ่งกระจายรายได้
นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า ความสำเร็จของการพัฒนา Meaningful Destination จะไม่วัดจากจำนวนผู้เดินทางเพียงอย่างเดียว
แต่จะพิจารณาหลายมิติ ทั้งจำนวนผู้เยี่ยมเยือน การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป ระยะเวลาพำนัก การกระจายรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนการรับรู้ภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่
“เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้มาเยือน แต่คือการทำให้แต่ละพื้นที่มีคุณค่า มีเรื่องราว และมีเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีกครั้ง
ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว”
การผสานเครือข่าย UNESCO Thailand Network เข้ากับชุมชนท่องเที่ยวกว่า 55 แห่ง และการสร้างแบรนด์จุดหมายปลายทาง
เป็นแนวทางที่ ททท. ใช้ยกระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยมุ่งสร้างมูลค่าจากอัตลักษณ์ของพื้นที่ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณค่าสูงที่มีความหมายในระดับเอเชีย







