
จาก"บึงคู้บอน"สู่หมู่บ้านจัดสรร เจาะปมผังเมือง กทม. ทำแก้มลิงหาย
เจาะปมแก้มลิงคู้บอน 130 ไร่หายไปไหน หลัง กทม. พับโครงการจนกลายเป็นบ้านจัดสรร SENA สังคมตั้งคำถามผังเมืองเอื้อนายทุน ขณะ ชัชชาติ แย้มพร้อมทบทวนใหม่
KEY
POINTS
- กทม. เคยมีแผนสร้าง "บึงคู้บอน" ขนาด 130 ไร่ เป็นแก้มลิงเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมหลังปี 2554 แต่โครงการถูกพิจารณายกเลิกในเวลาต่อมาเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณและค่าเวนคืนที่ดิน
- พื้นที่ซึ่งเคยถูกวางแผนเป็นบึงรับน้ำได้กลายสภาพเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรของเอกชน ทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงผังเมืองเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนหรือไม่
- จากกระแสกดดันของสังคม ล่าสุด กทม. ประกาศพร้อมทบทวนและอาจนำโครงการแก้มลิงบึงคู้บอนกลับมาพิจารณาในผังเมืองอีกครั้งเพื่อหาทางออกในการป้องกันน้ำท่วม
การบริหารจัดการเมืองและปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ: เมื่อ "บึงคู้บอน" เปลี่ยนจากแก้มลิงสู่ทำเลทองบ้านจัดสรร
ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก เป็นโจทย์ใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนมาอย่างยาวนาน
ย้อนกลับไปหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เคยมีแนวคิดและแผนศึกษาจัดทำบึงรับน้ำหรือ "โครงการแก้มลิง" จำนวน 6 แห่ง เพื่อใช้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำก่อนปล่อยลงสู่ระบบระบายน้ำหลัก
หนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญคือ "บึงคู้บอน" ขนาด 130 ไร่
อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปเกือบสิบปี โครงการแก้มลิงบึงคู้บอนกลับยังไม่มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
จนกระทั่ง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นโครงการแก้มลิงที่ถูกปล่อยลอยแพ
ผู้ว่าชัชชาติระบุว่าโครงการดังกล่าวถูกพิจารณายกเลิกและปรับเปลี่ยนแผนงานไปตามขั้นตอนทางวิชาการและการรับฟังความคิดเห็นประชาชนมาตั้งแต่ราวปี 2561 ก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง
โดย กทม. ในขณะนั้นให้เหตุผลเรื่องความคุ้มค่าด้านงบประมาณและค่าเวนคืนที่ดินที่สูง จึงหันไปเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบคลองและการใช้อุโมงค์ระบายน้ำยักษ์แทน
ทว่า ประเด็นดังกล่าวกลับมาเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อสังคมและภาคประชาชนพบว่า พื้นที่ซึ่งเคยถูกวางแนวคิดให้เป็นบึงรับน้ำคู้บอน ได้กลายสภาพเป็นทำเลทองสำหรับการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรของเอกชน
โดยเฉพาะพื้นที่ราว 20 ไร่ (จากทั้งหมด 130 ไร่) ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA
ต่อกรณีดังกล่าว ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาชี้แจงว่า บริษัทได้เข้าซื้อที่ดินแปลงนี้จากเจ้าของเดิม 7 รายอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2552
ซึ่งเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และก่อนที่จะมีแนวคิดเรื่องแก้มลิงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ บริษัทรับรู้ถึงแนวคิดการทำบึงรับน้ำของ กทม. มาโดยตลอด
รวมถึงเคยผ่านกระบวนการทำประชามติเมื่อปี 2560 แต่เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภาครัฐไม่มีความคืบหน้าในการเวนคืนหรือกำหนดพื้นที่ชัดเจน
เมื่อไม่มีความคืบหน้านานเกือบ 9 ปี บริษัทจึงนำที่ดินเข้าสู่กระบวนการจัดทำผังจัดสรรเพื่อพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยตามสิทธิ์ของภาคเอกชน
แม้จะมีการชี้แจงจากทางผู้บริหาร SENA แต่สังคม สื่อมวลชน และภาคประชาชน ยังคงตั้งข้อสังเกตและสงสัยว่า กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ได้ประโยชน์จากการกว้านซื้อที่ดินล่วงหน้าหรือไม่
และการปรับเปลี่ยนผังเมืองหรือการยกเลิกโครงการแก้มลิงนั้น เกิดจากการเอื้อประโยชน์ให้ภาคเอกชนจนทำให้โครงการรับน้ำที่สำคัญของเมืองไม่สามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งส่งผลให้ปัญหาน้ำท่วมชานเมืองฝั่งตะวันออกยังคงไร้ทางออกที่ยั่งยืน
จากแรงกดดันและข้อถกเถียงในสังคม ล่าสุด กทม. โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่าพร้อมจะเปิดรับข้อมูลใหม่และทบทวนความเหมาะสมอีกครั้ง โดยอาจมีการนำโครงการบึงคู้บอนกลับเข้ามาพิจารณาในผังเมืองรวม กทม. เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการป้องกันอุทกภัยต่อไป







