posttoday
เปิดงบ โครงการนำร่องบริหารจัดการ EV Tractor วงเงิน 1.1 หมื่นล.

เปิดงบ โครงการนำร่องบริหารจัดการ EV Tractor วงเงิน 1.1 หมื่นล.

28 กันยายน 2569

ตามพ.ร.ก.กู้เงินฯ ด้านพลังงาน กรมการข้าว เสนอโครงการนำร่องบริหารจัดการ EV Tractor ทางการเกษตรแบบยั่งยืน วงเงินรวม 11,677.5487 ล้านบาท ในพื้นที่ ศูนย์ข้าวชุมชน 1,733 แห่งทั่วประเทศ

กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอโครงการนำร่องบริหารจัดการ EV Tractor ทางการเกษตรแบบยั่งยืน วงเงินรวม 11,677.5487 ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังพิจารณา เพื่อขอรับการสนับสนุนภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยดำเนินการในพื้นที่ศูนย์ข้าวชุมชน 1,733 แห่งทั่วประเทศ

 

กรมการข้าวระบุว่า โครงการนี้อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 ที่ให้อำนาจกู้เงินในวงเงินรวมไม่เกินสี่แสนล้านบาท โดยกำหนดวงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับแผนงานหรือโครงการนำร่องที่ 2 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

 

ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกข้าวส่วนใหญ่ยังใช้รถไถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก ซึ่งมีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสูงและผันผวนตามราคาน้ำมันตลาดโลก อีกทั้งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ (ฝุ่น PM2.5 และก๊าซ NOx) และมลพิษทางเสียง โดยพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศเฉลี่ยปี 2564–2569 อยู่ที่ประมาณ 72.83 ล้านไร่

 

โครงการออกแบบให้ศูนย์ข้าวชุมชนที่มีศักยภาพหลายแห่งในรัศมีใกล้เคียงใช้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดร่วมกันในรูปแบบ "Hub" รวม 575 แห่ง ประกอบด้วยระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) หน่วยชาร์จเคลื่อนที่ และรถไถไฟฟ้า (EV Tractor) พร้อมพัฒนาระบบ Cloud และ Mobile Application เพื่อให้กรมการข้าวบริหารจัดการข้อมูลการผลิต ต้นทุน และคาร์บอนเครดิตจากส่วนกลาง

 

ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานและครุภัณฑ์ทั้งหมดออกแบบให้เป็นทรัพย์สินของหน่วยงานรัฐที่ศูนย์ข้าวชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในลักษณะบริการส่วนกลาง มิใช่การจัดซื้อเพื่อส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้เกษตรกรรายบุคคล

 

สำหรับวงเงินที่ขอใช้รวม 11,677.5487 ล้านบาท แบ่งเป็น งบลงทุน 11,642.6825 ล้านบาท และงบดำเนินงาน 34.8662 ล้านบาท

 

ในส่วนงบลงทุน รายการที่ใช้วงเงินสูงสุดคือ รถแทรกเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์เสริม (EV Tractor) จำนวน 3,720 คัน วงเงิน 6,397 ล้านบาท

 

รองลงมาคือรถชาร์จเคลื่อนที่ (Mobile Charger + Truck) 575 ชุด 2,382 ล้านบาท

 

ระบบโซลาร์และระบบกักเก็บพลังงาน (Solar + ESS) 575 ชุด 1,770 ล้านบาท

 

ค่าก่อสร้างโครงสร้างและสิ่งก่อสร้างประกอบ 539.98 ล้านบาท

 

สถานีชาร์จ 575 ชุด 451 ล้านบาท และระบบคลาวด์กับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน 1 ระบบ 102.7 ล้านบาท

 

โครงการครอบคลุมศูนย์ข้าวชุมชนที่มีความเข้มแข็ง 1,733 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ดำเนินการ 2.00 ล้านไร่ โดยกระจายตามภูมิภาค ดังนี้

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 317 Hub (1,096 ศูนย์ คิดเป็น 63.24%)

 

ภาคกลาง 149 Hub (360 ศูนย์ 20.77%)

 

ภาคเหนือ 64 Hub (174 ศูนย์ 10.04%)

 

ภาคใต้ 20 Hub (49 ศูนย์ 2.83%)

 

ภาคตะวันออก 16 Hub (37 ศูนย์ 2.14%)

 

ภาคตะวันตก 9 Hub (17 ศูนย์ 0.98%)

 

ปัจจุบันศูนย์ข้าวชุมชนขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าว 6,928 แห่ง ใน 75 จังหวัด (ข้อมูลเดือนกันยายน 2569) โดยโครงการจะคัดเลือกศูนย์ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินศักยภาพเกรด A (ร้อยละ 81–100) และเกรด B (ร้อยละ 61–80)

 

พร้อมกำหนดตำแหน่ง Hub ผ่านเกณฑ์คัดกรอง เช่น พื้นที่ปลูกข้าวถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ปริมาณงานไถ ความพร้อมด้านไฟฟ้าและศักยภาพแสงอาทิตย์ และระยะทางจากแปลงเกษตรกรภายในรัศมี ±5 กิโลเมตร

 

กรมการข้าวตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ 926 บาท/ไร่/ปี (จากต้นทุนอ้างอิงปี 2567–2568) และคาดว่าจะทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลได้จากฐานเดิม 38.5 ล้านลิตร/ปี

 

พร้อมลดมลพิษทางเสียงมากกว่า 50% (จากเครื่องยนต์ดีเซลเดิม 85–95 เดซิเบล เหลือ 45–55 เดซิเบลสำหรับ EV Tractor) รวมถึงลดฝุ่น PM2.5 ก๊าซ NOx และการปล่อย CO2

 

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาร์บอนเครดิตและตลาดข้าวคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Rice) พัฒนาทักษะเกษตรกรด้านพลังงานและดิจิทัล และลดภาระเงินอุดหนุนด้านพลังงานของภาครัฐในระยะยาว

 

โครงการมีระยะเวลาดำเนินงาน 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 โดยกรมการข้าวเป็นเจ้าของโครงการ มาตรฐานทางเทคนิค ระบบกลาง และคาร์บอนเครดิต ศูนย์ข้าวชุมชนเป็นจุดบริการและผู้รวบรวมความต้องการในพื้นที่

 

ขณะที่ผู้ให้บริการ (Service Provider) รับผิดชอบพนักงานขับ การจัดคิว การซ่อมบำรุง และการเก็บค่าบริการตามสัญญา ภายใต้โมเดล โครงสร้างพื้นฐานที่รัฐเป็นเจ้าของและให้บริการโดยผู้ประกอบการมืออาชีพ

 

ที่มา : https://www.thansettakij.com/eco.../trade-agriculture/670026

ข่าวล่าสุด

ยกระดับประสบการณ์การให้บริการเพื่อลูกค้า WHA Group เปลี่ยนการบริหารจัดการองค์กร โรงงาน คลังสินค้า และระบบสาธารณูปโภค

ยกระดับประสบการณ์การให้บริการเพื่อลูกค้า WHA Group เปลี่ยนการบริหารจัดการองค์กร โรงงาน คลังสินค้า และระบบสาธารณูปโภค