
ทีเส็บดัน 40 สินค้า EEC เจาะตลาดไมซ์ คาดคู่ธุรกิจ 200 คู่ เงินสะพัด 8 ล้าน
ทีเส็บจับมือสถาบันอาหารยกระดับ 40 สินค้าชุมชน EEC สู่ตลาดไมซ์ คาดจับคู่ธุรกิจ 200 คู่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทันที 8 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ทีเส็บผลักดันสินค้าพรีเมียม 40 รายการจากผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง) เพื่อเจาะตลาดอุตสาหกรรมไมซ์
- จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อในอุตสาหกรรมไมซ์
- คาดว่าจะเกิดการเจรจาธุรกิจมากกว่า 200 คู่ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ทันทีไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับสถาบันอาหาร เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
เข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ ผ่านโครงการ “EEC MICE Product Premium” โดยพัฒนาสินค้า 40 รายจาก 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้มีความพร้อมด้านมาตรฐาน การออกแบบ การสร้างแบรนด์ และการทำตลาดระดับพรีเมียม
โครงการดังกล่าวยังจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ซื้อในอุตสาหกรรมไมซ์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะเกิดการเจรจามากกว่า 200 คู่ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทันทีไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท
นางสาวปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลางและภาคตะวันออก ทีเส็บ กล่าวว่า
การผลักดันสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดไมซ์ เป็นแนวทางที่ช่วยเชื่อมโยงการพัฒนาเมือง การลงทุน และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการชุมชน ผู้ให้บริการ โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้จัดงานและเมืองเจ้าภาพ
ทั้งนี้ ทีเส็บระบุว่า ในปีงบประมาณ 2569 อุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ EEC สามารถสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในช่วง 3 ไตรมาสแรกได้มากกว่า 1,300 ล้านบาท
ตลาดของที่ระลึกไมซ์ 2,100 ล้านบาท
ปาริฉัตรกล่าวว่า ตลาดของที่ระลึกสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,100 ล้านบาท
แบ่งเป็นตลาดนักเดินทางชาวไทยประมาณ 1,700 ล้านบาท และนักเดินทางต่างชาติประมาณ 400 ล้านบาท สะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการชุมชนในการพัฒนาสินค้าเข้าสู่ตลาดดังกล่าว
“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น แต่คือผู้ประกอบการที่พร้อมแข่งขันในตลาดใหม่” ปาริฉัตรกล่าว
ทีเส็บเตรียมต่อยอดโครงการใน 4 ด้าน ได้แก่
การขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการชุมชนเข้าสู่ตลาดไมซ์
การเชื่อมโยงเมืองไมซ์กับอัตลักษณ์ท้องถิ่น
การผลักดันแนวทางความยั่งยืนให้เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมไมซ์
การสร้างความร่วมมือระยะยาวระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันวิชาการ และชุมชน
ปั้น 4 กลุ่มสินค้า เจาะตลาดพรีเมียม
ด้านนางสาวอรุณี อุสาหะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการ สถาบันอาหาร กล่าวว่า โครงการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
มีผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วม 40 ราย แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 17 ราย สิ่งทอ 9 ราย งานคราฟต์และหัตถกรรม 10 ราย และสมุนไพรและสุขภาพ 4 ราย
การพัฒนาผู้ประกอบการประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การประกวดแนวคิดผลิตภัณฑ์ EEC MICE Product Premium Award และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ
สำหรับการฝึกอบรม เน้นตั้งแต่การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ซื้อในตลาดไมซ์ การประเมินมาตรฐานและความพร้อมของสินค้า
การสร้างแบรนด์ การเล่าเรื่องสินค้า (Brand Story) การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับตลาดระดับพรีเมียม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านการนำเสนอและเจรจาทางการค้า
ชู 5 สินค้าเด่น สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ส่วนการประกวด EEC MICE Product Premium Award ประเมินผลงาน 5 ด้าน ได้แก่ อัตลักษณ์และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์
ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและตลาดไมซ์ ความยั่งยืนและผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงการนำเสนอและศักยภาพเชิงธุรกิจ
รางวัล Excellence Award 2026 จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ HRUHRA THAILAND ชุดของขวัญจากผ้าลาย SOTHORN ECHO ซึ่งนำอัตลักษณ์วัดโสธรวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ
ขณะที่ Best Award 2026 มี 4 รางวัล ได้แก่ ECO Lady รองเท้าสลิปเปอร์จากวัสดุรีไซเคิลพร้อมกระเป๋าจากวัสดุเหลือใช้, ผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านคนพิเศษ ชุดผ้ารองจานและแก้ว, เมฆไอศครีม ไอศกรีมกะทิรสชาติไทย และผลิตภัณฑ์ชากุหลาบจากวิสาหกิจชุมชนทานาชา เวลเนส ออแกนิคฟาร์ม
สำหรับขั้นตอน Business Matching ทีเส็บและสถาบันอาหารตั้งเป้าเชื่อมโยงผู้ประกอบการทั้ง 40 รายกับผู้ซื้อในอุตสาหกรรมไมซ์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเกิดการเจรจามากกว่า 200 คู่ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทันทีไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท
อรุณีกล่าวว่า การพัฒนาครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการและชุมชนมีความเข้าใจมาตรฐานตลาดไมซ์มากขึ้น พร้อมสร้างเครือข่ายกับผู้ซื้อและพันธมิตรใหม่ โดยการแข่งขันในตลาดไมซ์ไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคุณค่า เรื่องราว และความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้ซื้อ







