posttoday
บีโอไอหนุนแอร์บัสปักฐานไทย ดันฮับดิจิทัลการบินเอเชีย

บีโอไอหนุนแอร์บัสปักฐานไทย ดันฮับดิจิทัลการบินเอเชีย

31 สิงหาคม 2569

บีโอไอเผยแอร์บัสขยายธุรกิจในไทย ตั้งกรุงเทพฯ เป็นฐาน Skywise ภูมิภาค และศูนย์ทดสอบซอฟต์แวร์ระดับโลก จ้างบุคลากรเพิ่มกว่า 40 คน

KEY

POINTS

  • แอร์บัสเตรียมยกระดับไทยเป็นสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของ "Skywise" ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านดิจิทัล เพื่อดูแลตลาดในเอเชีย และใช้เป็นฐานทดสอบซอฟต์แวร์การบินสำหรับลูกค้าทั่วโลกเพียงแห่งเดียว
  • บีโอไอส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนความแม่นยำสูงของไทย ต่อยอดเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานของแอร์บัส
  • ความร่วมมือยังครอบคลุมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศร่วมกับสถาบันการศึกษา และการผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมกิจการและหารือกับ Mr. Bert Porteman ประธานบริษัท แอร์บัส ประเทศไทย ว่า

 

แอร์บัสให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะหนึ่งในฐานธุรกิจสำคัญ โดยได้จัดตั้ง Flight Operations Center of Excellence ภายใต้ชื่อ “Skywise” ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านดิจิทัลของแอร์บัสในไทย

 

จุดสำคัญคือ แอร์บัสเตรียมใช้ประเทศไทยเป็นสำนักงานภูมิภาคของ Skywise เพื่อดูแลตลาดเอเชีย ครอบคลุมอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงเตรียมให้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานใหญ่ของ Skywise ในภูมิภาค
 

บีโอไอหนุนแอร์บัสปักฐานไทย ดันฮับดิจิทัลการบินเอเชีย

ไทยขึ้นฐานดิจิทัลการบินระดับโลก

 

Skywise พัฒนาโซลูชันดิจิทัลสำหรับสายการบิน ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำคู่มือนักบิน การวิเคราะห์ข้อมูลการบิน การบริหารจัดการความปลอดภัย การวางแผนเที่ยวบินและลูกเรือ ไปจนถึงระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงอากาศยาน

 

โดยใช้แพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

 

แอร์บัสยังอยู่ระหว่างขยายทีมทดสอบซอฟต์แวร์ Skywise ในประเทศไทย เพื่อควบคุมคุณภาพก่อนส่งมอบให้สายการบินและลูกค้าทั่วโลก โดยจะใช้ไทยเป็นฐานทดสอบเพียงแห่งเดียวสำหรับซอฟต์แวร์ที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก

 

ปัจจุบันแอร์บัสมีบุคลากรในไทยมากกว่า 200 คน เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่านับจากปี 2565 โดย 85% เป็นบุคลากรไทย

 

ประกอบด้วยวิศวกรการบินและอวกาศ วิศวกรซอฟต์แวร์ นักออกแบบกราฟิก ช่างเทคนิค และบุคลากรทักษะสูงอื่นๆ และมีแผนรับบุคลากรเพิ่มกว่า 40 คนภายในปีนี้

 

“การที่แอร์บัสยกระดับบทบาทให้ไทยรับผิดชอบกิจกรรมด้านดิจิทัลที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานบริหารธุรกิจ Skywise ในภูมิภาค"

 

"สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งงานด้านวิศวกรรม การทดสอบซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีการบินที่ต้องใช้บุคลากรทักษะสูง ซึ่งจะช่วยสร้างงานคุณภาพ และเปิดโอกาสให้คนไทยมีบทบาทในอุตสาหกรรมการบินระดับโลกมากขึ้น” นายนฤตม์กล่าว


 

บีโอไอหนุนแอร์บัสปักฐานไทย ดันฮับดิจิทัลการบินเอเชีย

ดึงชิ้นส่วนยานยนต์ต่อยอดสู่อากาศยาน

นอกจากธุรกิจดิจิทัล บีโอไอยังหารือแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทย โดยเฉพาะการต่อยอดผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอากาศยาน

 

แอร์บัสประเมินว่า ความต้องการอากาศยานทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้โดยสารและขนาดฝูงบิน โดยในช่วง 20 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีความต้องการอากาศยานใหม่มากกว่า 20,000 ลำ ขณะที่แอร์บัสมียอดคำสั่งซื้อรอส่งมอบมากกว่า 9,000 ลำ หรือเทียบเท่ากำลังการผลิตมากกว่า 10 ปี

 

อย่างไรก็ตาม การขยายกำลังผลิตยังเผชิญข้อจำกัดจากห่วงโซ่อุปทาน การขาดแคลนบุคลากร ต้นทุนวัตถุดิบ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ผู้ผลิตอากาศยานต้องกระจายฐานการผลิตและลดความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน

 

ในมุมของแอร์บัส ไทยมีจุดแข็งจากความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์และคุณภาพบุคลากร จึงมีโอกาสเข้ามารองรับการกระจายห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการพัฒนาไปสู่การผลิตโครงสร้างอากาศยาน วัสดุคอมโพสิต และอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร

 

ปัจจุบันแอร์บัสมีซัพพลายเออร์ในไทยตั้งแต่ระดับ Tier 1-3 อยู่แล้วประมาณ 80 บริษัท ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการบินระดับโลก

 

เร่งปั้นคนรับ MRO-เทคโนโลยีการบิน

 

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการพัฒนาบุคลากร โดยแอร์บัสมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยหลายแห่ง

 

เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมการบินและอวกาศให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

 

เนื้อหายังครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทักษะการทำงานในสภาพแวดล้อมนานาชาติ ขณะที่อุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ยังมีข้อจำกัดจากการขาดแคลนช่างซ่อมบำรุงและมาตรฐานการฝึกอบรมที่เข้มงวดขึ้น

 

แอร์บัสจึงพร้อมนำความเชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรไทย เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม MRO ในอนาคต

 

ดันไทยสู่ฐานผลิต SAF

 

อีกโอกาสที่บีโอไอและแอร์บัสมองร่วมกันคือการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) โดยไทยมีข้อได้เปรียบจากวัตถุดิบทางการเกษตรจำนวนมาก รวมถึงอุตสาหกรรมเอทานอลที่มีฐานการผลิตอยู่แล้ว

 

ในระยะสั้น ไทยสามารถผลิต SAF จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ขณะที่ระยะกลางมีโอกาสนำเอทานอลมาผลิต SAF ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน

 

ส่วนระยะยาวสามารถพัฒนาเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ โดยใช้พลังงานหมุนเวียน

 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าวต้องใช้เงินทุนสูง จึงจำเป็นต้องมีนโยบายสนับสนุนที่เหมาะสม

 

พร้อมการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิตวัตถุดิบ บริษัทพลังงาน ผู้ผลิต SAF และสายการบิน เพื่อกำหนดโรดแมปด้าน SAF ให้เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตจนถึงการใช้งานจริง

 

นายนฤตม์กล่าวว่า การหารือกับแอร์บัสสะท้อนโอกาสของไทยในการยกระดับบทบาทในอุตสาหกรรมการบิน ตั้งแต่งานดิจิทัลและซอฟต์แวร์

 

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและบุคลากร การสร้างขีดความสามารถด้าน MRO ไปจนถึงการผลิต SAF โดยบีโอไอพร้อมประสานความร่วมมือกับแอร์บัสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
 

ข่าวล่าสุด

อนุทินลงพื้นที่สงขลา ดัน 96 โครงการกว่า 1.3 หมื่นล้าน ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

อนุทินลงพื้นที่สงขลา ดัน 96 โครงการกว่า 1.3 หมื่นล้าน ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้