
ปลื้ม อพท. คว้า 4 รางวัล PATA Gold Awards 2026 สะท้อนเทรนด์ท่องเที่ยวยั่งยืนโลก
4 ผลงาน อพท. คว้ารางวัลท่องเที่ยวยั่งยืนระดับเอเชีย สะท้อนเทรนด์โลกที่ให้ชุมชน วัฒนธรรม Climate Action สตรีและเยาวชนเป็นพลังขับเคลื่อน
จาก “ชุมชน” สู่ “ตลาดโลก” ไทยยกระดับการท่องเที่ยวด้วย Climate Action–วัฒนธรรม–พลังสตรีและเยาวชน
การท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนจากการวัดความสำเร็จด้วยจำนวนผู้มาเยือนและรายได้เพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับคำถามว่า “การท่องเที่ยวสร้างคุณค่าอะไรให้กับคนและพื้นที่”
ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทรัพยากร การกระจายรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนการสร้างโอกาสให้ผู้หญิงและคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนชัดเจนผ่าน PATA Gold Awards 2026 ซึ่งจัดโดย Pacific Asia Travel Association หรือ PATA และมอบรางวัลแก่ผลงานด้านการตลาด รวมถึงความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปี 2569 มีการประกาศรางวัลรวม 26 สาขา และมีการคัดเลือกผลงานโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวจากนานาชาติ
สำหรับประเทศไทย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. สามารถคว้ารางวัล PATA Gold Awards 2026 ในหมวด Sustainability & Social Responsibility ได้ถึง 4 รางวัล
สะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ไม่ได้มองเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและการดูแลทรัพยากรในระยะยาว
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนผลจากการทำงานของ อพท. และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ซึ่ง อพท. ได้ดำเนินการตามแนวทางเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมจนเป็นต้นแบบในการขยายผลองค์ความรู้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล
สำหรับรางวัลที่ อพท. ได้รับในปีนี้ ประกอบด้วย รางวัล PATA Gold Awards 2026 จำนวน 4 รางวัล ในด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainability & Social Responsibility) ได้แก่
1. ประเภทการริเริ่มด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage Preservation Initiative) ในผลงาน “ตลาดจีนโบราณชากแง้ว: การพลิกฟื้นชุมชนโบราณสู่แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ (Chak Ngaew Ancient Chinese Market: Revitalizing a Historic Community into a New Cultural Tourism Attraction)” ในพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง
2. ประเภทการริเริ่มด้านการปฏิบัติการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ระดับแหล่งท่องเที่ยว) (Climate Action Initiative (Destination)) ในผลงาน “น่านสีเขียว: กระบวนการส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับเมืองเก่าน่านไปสู่แหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Nan's Green Heart: Harmonizing Green Hospitality to Elevate the Living Old City toward a Low-Carbon Destination)” ในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
3. ประเภทการริเริ่มด้านการพัฒนาบทบาทสตรี (Women Empowerment Initiative) ในผลงาน “ผาหมี: พลังสตรีอาข่าสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน (Pha Mee: Empowering Akha Women through Sustainable Community-Based Tourism for Better Quality of Life)” ในพื้นที่พิเศษเชียงราย และ
4. ประเภทการริเริ่มด้านการพัฒนาบทบาทเยาวชน (Youth Empowerment Initiative) ในผลงาน “ปลุกพลังเยาวชนรักษ์ถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ (Trash to Trend) (Empowering Local Youth: Creating Value from Waste (Trash to Trend))” ในพื้นที่พิเศษคุ้งบางกะเจ้า
ทั้ง 4 ผลงานจึงสะท้อนภาพการท่องเที่ยวยั่งยืนในหลายมิติ ตั้งแต่ การรักษามรดกวัฒนธรรม การลดคาร์บอน การสร้างพลังทางเศรษฐกิจและสังคมให้ผู้หญิง ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้เยาวชน ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหมวด Sustainability & Social Responsibility ของ PATA ในปีนี้โดยตรง
เมื่อ “ความยั่งยืน” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยว
ความน่าสนใจของ PATA Gold Awards 2026 ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนรางวัลที่ประเทศไทยได้รับ แต่ยังสะท้อนว่า “โจทย์ความยั่งยืน” กำลังขยับจากกิจกรรมเสริมภาพลักษณ์ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
PATA กำหนดหมวด Sustainability & Social Responsibility ในปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่ Climate Action, การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม ระบบนิเวศและสัตว์ป่า การท่องเที่ยวโดยชุมชน ความสามารถในการรับมือกับวิกฤต การท่องเที่ยวสำหรับทุกคน
ตลอดจนการเสริมพลังผู้หญิงและเยาวชน สะท้อนว่าความยั่งยืนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ได้หมายถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงด้านเดียวอีกต่อไป แต่ครอบคลุมทั้งระบบของจุดหมายปลายทางและผู้คนในพื้นที่
ขณะที่ UN Tourism ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบท่องเที่ยวที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต โดยชี้ว่าการท่องเที่ยวต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบการบริโภคที่ไม่ยั่งยืน
ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปสู่รูปแบบที่สร้างความยั่งยืนและความสามารถในการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
ดังนั้น การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นรูปแบบที่สามารถเชื่อมโยงรายได้จากนักท่องเที่ยวกลับไปยังคนในพื้นที่ พร้อมกับรักษาอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และทรัพยากรที่เป็นต้นทุนของการท่องเที่ยวเอาไว้
จากเวทีรางวัลสู่ตลาดนักท่องเที่ยวระดับโลก
นอกจากการรับรางวัลแล้ว อพท. ยังเข้าร่วมงาน PATA Travel Mart 2026 (PTM 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2569 ที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย พร้อมร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “From Vision to Reality: Sustainable Tourism in Action” และจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานและแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบของไทย
หนึ่งในกิจกรรมที่นำเสนอคือการสาธิตทำเครื่องประดับจากขยะพลาสติก “Trash to Trend” โดยกลุ่มเยาวชนตำบลทรงคนอง พื้นที่พิเศษคุ้งบางกะเจ้า เพื่อสะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวที่นำการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาเชื่อมโยงกัน
ข้อมูลจาก PATA ระบุว่า PTM 2026 มีผู้เข้าร่วมจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่า 1,100 คน จาก 48 ประเทศและจุดหมายปลายทาง ถือเป็นหนึ่งในเวทีธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
สำหรับประเทศไทย การนำผลงานของชุมชนไปปรากฏในเวทีระดับภูมิภาคจึงมีความหมายมากกว่าการประชาสัมพันธ์ เพราะเป็นการนำ “เรื่องราวของพื้นที่” ไปเชื่อมกับตลาดต่างประเทศ และทำให้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าถึงได้
ในปีนี้ประเทศไทยยังได้รับรางวัล PATA Gold Awards อีก 3 รางวัล ได้แก่ Printed Marketing Campaign (Destination) และ Travel Photography โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
รวมถึง Tourism for All – Workplace Inclusivity โดย DoubleTree by Hilton Phuket Banthai Resort ขณะที่ PATA ยืนยันว่ารางวัลปี 2569 มุ่งยกย่องทั้งนวัตกรรมด้านการตลาดและผลงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความยั่งยืนและสังคม
ท้ายที่สุด 4 รางวัลของ อพท. จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองความสำเร็จของโครงการในพื้นที่ แต่เป็นภาพสะท้อนว่าทิศทางการท่องเที่ยวไทยกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกับเวทีโลกมากขึ้น
นั่นคือการเปลี่ยนจาก “การขายสถานที่ท่องเที่ยว” ไปสู่ “การขายคุณค่าของพื้นที่” ที่เชื่อมโยงคน ชุมชน วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศเข้าด้วยกัน
โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการคว้ารางวัลให้ได้มากขึ้น แต่คือการทำให้ต้นแบบเหล่านี้สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น สร้างรายได้ที่เป็นธรรมให้กับชุมชน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้ “ความยั่งยืน” กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานของการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว







