
เที่ยวไทยโกยอานิสงส์! นายกฯเยือนจีนดึงทุนยักษ์ เจาะกลุ่มพรีเมียม
นายกฯ อนุทิน นำทีมไทยแลนด์และททท. เยือนจีน จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ กระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวทะลุ 5 ล้านคน ส่องประโยชน์ที่ไทยและจีนจะได้รับร่วมกันแบบวิน-วิน
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีนำทีมไทยแลนด์เจรจาธุรกิจกับจีน เพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียม (High Value)
- ขยายเส้นทางบินตรงจากจีนตะวันตกสู่เมืองรองของไทย เช่น หัวหินและอู่ตะเภา เพื่อกระจายรายได้และเจาะตลาดกำลังซื้อสูง
- จับมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Meituan และ 5 บริษัททัวร์ชั้นนำ เพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย "ทีมไทยแลนด์" ซึ่งรวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงดีอีเอส และ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
บุกเจรจาธุรกิจแบบ One-on-One ถึงกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วง 16-20 ก.ค.ที่่ผ่านมา
ผ่าบทวิเคราะห์กันชัดๆ ว่า จากความร่วมมือครั้งนี้ "การท่องเที่ยวไทย" จะได้อะไร และในทางกลับกัน "ประเทศจีน" จะได้อะไรจากนักท่องเที่ยวชาวไทยบ้าง
ตัวเลขสถิติยืนยัน: จีนยังคงเป็นพี่ใหญ่
ก่อนจะเจาะลึกถึงผลประโยชน์ เรามาดูตัวเลขที่เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จกันก่อน ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 11 กรกฎาคม 2569
- มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 2.8 ล้านคน
- เติบโตขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
- เป้าหมายของปี 2569: ดึงนักท่องเที่ยวจีนให้ทะลุ 5 ล้านคน เพื่อสร้างรายได้แตะ 288,385 ล้านบาท
เมื่อผนวกกับความพยายามของ สมาคมธุรกิจโรงแรม และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่เดินหน้าทำ "การตลาดเชิงรุก" ในการเปิดตลาดท่องเที่ยวไทย-จีนในหลายมณฑล ทั้งการจัดโรดโชว์และจับคู่ธุรกิจ (B2B) อย่างต่อเนื่อง
ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการขายของภาคเอกชนพร้อมรับลูกต่อนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่
ท่องเที่ยวไทยได้อะไรจากทริปนี้?
1. การขยายเส้นทางบิน ดึงกำลังซื้อจากจีนตะวันตก
การหารือกับ Sichuan Airlines ไม่ใช่แค่การขอเพิ่มเที่ยวบินธรรมดา แต่คือการเจาะ "ตลาดภูมิภาคตะวันตกของจีน"
ซึ่งมีกำลังซื้อสูงไทยจะได้ไฟลต์บินตรงเฉิงตู-เชียงใหม่ กลับมา และที่น่าสนใจคือการผลักดันรูตใหม่สู่ สนามบินหัวหิน และ สนามบินอู่ตะเภา
สิ่งนี้สอดรับกับการขยายตัวของเมืองรองที่ ATTA และสมาคมธุรกิจโรงแรม พยายามผลักดันมาตลอด เพื่อกระจายรายได้ออกจากเมืองหลัก
2. การเจาะตลาดกลุ่ม FIT ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
หมดยุคทัวร์ศูนย์เหรียญ การจับมือกับ Meituan แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ยักษ์ใหญ่ของจีน คือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT (Free Independent Travelers)
และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ท่องเที่ยวไทยจะได้ระบบ Smart Tourism และแคมเปญ Trusted Thailand เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย
รวมถึงการยกระดับไทยสู่ World Class Gastronomy Destination ผ่าน Black Pearl Restaurant Guide (มิชลินไกด์เวอร์ชันจีน)
3. การรับประกันคุณภาพจาก 5 บิ๊กคอร์ปอเรต
การเซ็น LOI กับ China Tourism Group (CTG), Utour Group, China Comfort Group, AMAP และ TCP Red Bull ในวันที่ 19 กรกฎาคม
คือการการันตีว่าแบรนด์ Amazing Thailand จะถูกปูพรมประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มจีนอย่างทรงพลัง เน้นดึงกลุ่ม High Value Tourism เข้ามาใช้จ่ายในไทย
มุมกลับ: ประเทศจีนจะได้อะไรจากนักท่องเที่ยวไทย?
การเจรจาครั้งนี้ใช้กลยุทธ์ Two-Way Tourism ซึ่งไม่ใช่แค่ไทยที่ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่จีนเองก็ได้รับผลพลอยได้มหาศาล:
กระแสคนไทยเที่ยวจีนที่พุ่งทะยาน: ด้วยนโยบายวีซ่าฟรี (Visa-Free) จีนเองก็ได้อานิสงส์จากการที่นักท่องเที่ยวไทย
ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและชอบจับจ่ายใช้สอย (Shopping & Gastronomy) เดินทางไปเยือนเมืองต่างๆ ของจีนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง หรือเฉิงตู ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นของจีนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
การขยายฐานผู้ใช้งานของ Tech Giants จีน: แพลตฟอร์มอย่าง Meituan หรือ AMAP ได้ประโยชน์โดยตรงจากการที่นักท่องเที่ยวจีนมาใช้แอปฯ ของพวกเขาในไทย (Cross-border data)
และยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโรงแรม/ร้านอาหารไทย ต้องเข้าไปลงทุนลงโฆษณาในแพลตฟอร์มเหล่านี้ เม็ดเงินโฆษณาจึงไหลกลับเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีของจีน
Aviation Hub: การเพิ่มเที่ยวบินของ Sichuan Airlines ทำให้เฉิงตูสามารถทำหน้าที่เป็น Hub เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันตกของจีน หรือแม้แต่ต่อไปยังเอเชียกลางได้
ทริปเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีและทีมไทยแลนด์ครั้งนี้ ถือเป็นการปรับกระบวนทัพที่ถูกที่ถูกเวลา
การเปลี่ยนผ่านจาก "Quantity" มาสู่ "Quality" โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน และมีภาคเอกชนอย่าง ATTA และสมาคมโรงแรมคอยสนับสนุนในระดับพื้นที่
จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เป้าหมาย 5 ล้านคน ไม่ใช่แค่ตัวเลขความฝัน แต่เป็นความจริงที่มาพร้อมกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ







