posttoday
AI จุดชนวนใช้ไฟจีนพุ่ง 5.3% Data Center-EV ดันดีมานด์พลังงานโต

AI จุดชนวนใช้ไฟจีนพุ่ง 5.3% Data Center-EV ดันดีมานด์พลังงานโต

20 กรกฎาคม 2569

จีนใช้ไฟครึ่งปีแรกปี 2569 โต 5.3% แตะ 5.1 ล้านล้านหน่วย หลัง AI, Data Center, อินเทอร์เน็ต และสถานีชาร์จ EV เร่งความต้องการพลังงานครั้งใหญ่ของประเทศ

KEY

POINTS

  • การใช้ไฟฟ้าของจีนในช่วงครึ่งปีแรกพุ่งขึ้น 5.3% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI), ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • ภาคธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าเติบโตสูงสุดคือบริการข้อมูลอินเทอร์เน็ต (ที่ขับเคลื่อนโดย AI) ซึ่งเพิ่มขึ้น 44% และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตถึง 56.9% สะท้อนถึงความต้องการพลังงานมหาศาลของเทคโนโลยีใหม่
  • ความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจาก AI และ Data Center กลายเป็นความท้าทายใหม่ ทำให้ความสามารถในการจัดหาพลังงานที่มีเสถียรภาพกลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์สำคัญในการแข่งขันทางเศรษฐกิจดิจิทัล

AI จุดชนวนความต้องการไฟฟ้าจีนพุ่ง เมื่อ Data Center และ EV กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

 

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเทคโนโลยีแห่งอนาคตไปสู่ "ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่" ของโลกอย่างรวดเร็ว และประเทศที่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนที่สุดคือ จีน ซึ่งกำลังเร่งพัฒนา AI ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างก็ตาม

 

ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติจีน (National Energy Administration: NEA) ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 การใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นปริมาณเกือบ 5.1 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (50,999 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง) สะท้อนว่าความต้องการพลังงานของจีนยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์และการผลิตบางส่วนจะชะลอตัวก็ตาม

 

ภาคบริการโตแรงสุด รับอานิสงส์เศรษฐกิจดิจิทัล

หากแยกตามภาคเศรษฐกิจ จะพบว่าภาคบริการเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด โดยใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 8% แตะ 991.6 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสะท้อนการขยายตัวของบริการดิจิทัล แพลตฟอร์มออนไลน์ คลาวด์คอมพิวติ้ง และศูนย์ข้อมูลที่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจจีน

 

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ธุรกิจบริการข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet Data Services) มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 44% อยู่ที่ 49.4 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ภายในเวลาเพียงครึ่งปี ขณะที่ธุรกิจ สถานีชาร์จและสลับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging & Battery Swapping) เติบโตสูงกว่าอีก โดยใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 56.9% แตะ 81 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลไม่ได้เพิ่มเพียงมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเพิ่มความต้องการพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ

 

AI กลายเป็นผู้บริโภคไฟฟ้ารายใหม่ของโลก

 

หนึ่งในแรงผลักดันสำคัญคือการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ AI

ปัจจุบัน การพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) การสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI รวมถึงระบบ AI Agent ต้องอาศัยศูนย์ข้อมูลที่ติดตั้งชิปประมวลผลสมรรถนะสูง (GPU) จำนวนมหาศาล ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในการฝึกโมเดล (Training) และการให้บริการแก่ผู้ใช้งาน (Inference)

 

อู๋ ลี่เฉียง เจ้าหน้าที่จากสภาการไฟฟ้าจีน (China Electricity Council) ระบุว่า ธุรกิจบริการข้อมูลอินเทอร์เน็ตในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ใช้ไฟฟ้าเกือบเท่าปริมาณการใช้ตลอดทั้งปี 2567 แสดงให้เห็นว่าความต้องการด้าน AI และคลาวด์กำลังเร่งตัวเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

 

ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมยังระบุว่า การสร้างวิดีโอ AI ความละเอียดสูงเพียง 5 วินาที อาจใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับการชาร์จสมาร์ตโฟนจนเต็มประมาณ 10 เครื่อง แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นการประมาณการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์ หากแต่เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาลในการประมวลผล

 

Data Center กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนผลักดันยุทธศาสตร์ "East Data, West Computing" หรือการย้ายศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ซึ่งมีไฟฟ้าราคาถูก พลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก และพื้นที่รองรับการก่อสร้าง Data Center ขนาดใหญ่

 

แนวทางดังกล่าวช่วยลดภาระของเมืองใหญ่ทางตะวันออก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (Ultra High Voltage: UHV) ที่เชื่อมโยงการส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ ทำให้จีนมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงานในการแข่งขัน AI ระดับโลก ขณะที่หลายประเทศเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังผลิตไฟฟ้าและความสามารถของระบบสายส่ง

 

EV และเศรษฐกิจสีเขียว ยิ่งเร่งการใช้ไฟฟ้า

 

นอกจาก AI แล้ว ระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ

จีนยังคงเป็นตลาด EV ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งในด้านการผลิตและการใช้งาน ส่งผลให้เครือข่ายสถานีชาร์จและสลับแบตเตอรี่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การใช้ไฟฟ้าของธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 57% ในเวลาเพียงครึ่งปี สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่ระบบขนส่งไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนรูปแบบความต้องการพลังงานของประเทศอย่างชัดเจน

 

โรงงานไฮเทคใช้ไฟมากขึ้น แต่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าเดิม

อีกหนึ่งภาคส่วนที่เติบโตโดดเด่นคือ อุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและอุปกรณ์อุตสาหกรรม ซึ่งใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 9.8% เป็น 600.8 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็น 24.3% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในภาคการผลิตของจีน

 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้นไปสู่การผลิตชิป เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ เครื่องจักรอัจฉริยะ อุปกรณ์พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ซึ่งแม้จะใช้ไฟฟ้ามากขึ้น แต่ก็สร้างผลิตภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

 

ความท้าทายใหม่ของจีน คือผลิตไฟให้ทัน AI

 

แม้จีนจะเร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งโซลาร์ ลม พลังน้ำ และนิวเคลียร์ แต่การเติบโตของ AI และ Data Center กำลังทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงเช่นกัน

 

ข้อมูลของรัฐบาลจีนระบุว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งของประเทศทะลุ 4 เทราวัตต์ แล้ว โดยกว่า 62% เป็นกำลังการผลิตจากแหล่งพลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างไรก็ตาม ความต้องการไฟฟ้าจาก AI, Data Center และ EV ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การลงทุนในระบบสายส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) กลายเป็นวาระแห่งชาติควบคู่ไปกับการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า

 

บทเรียนที่ไทยควรจับตา

กรณีของจีนสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันด้าน AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชิปหรือโมเดล AI เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "ความสามารถในการจัดหาไฟฟ้า" ด้วย

 

ประเทศที่สามารถสร้างระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ ราคาสมเหตุสมผล และรองรับการเติบโตของ Data Center ได้ จะมีความได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุนด้าน AI และอุตสาหกรรมดิจิทัลในระยะยาว

 

สำหรับประเทศไทย ซึ่งกำลังเดินหน้าดึงดูดการลงทุน Data Center และผลักดัน AI เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ การวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้า การพัฒนา Smart Grid ระบบกักเก็บพลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพราะในยุคเศรษฐกิจ AI "ไฟฟ้า" กำลังกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญไม่ต่างจากข้อมูลหรือชิปประมวลผลเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

“สรรเพชญ” ชี้จัดสรรงบกว่า 2.3 พันล้านพัฒนา “คมนาคม” ในพื้นที่ปัตตานี

“สรรเพชญ” ชี้จัดสรรงบกว่า 2.3 พันล้านพัฒนา “คมนาคม” ในพื้นที่ปัตตานี