posttoday
ไขปมค่าไฟไทย! ทำไมบิลประชาชนกำลังจะถูกลง แต่ Data Center ต้องจ่ายแพงขึ้น

ไขปมค่าไฟไทย! ทำไมบิลประชาชนกำลังจะถูกลง แต่ Data Center ต้องจ่ายแพงขึ้น

16 กรกฎาคม 2569

กพช. เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟครั้งใหญ่ แยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน ลดค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรก เปิดตลาดไฟสะอาด และให้ Data Center รับผิดชอบต้นทุนตามจริง

KEY

POINTS

  • ประชาชนจ่ายค่าไฟถูกลงจากการแยกต้นทุน "ค่าไฟสาธารณะ" (เช่น ไฟถนน) ออกจากบิลค่าไฟบ้าน ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระในส่วนนี้อีกต่อไป
  • มีการลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัยโดยตรง โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกมีราคาเหลือเพียง 3 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนทั่วไป
  • Data Center ต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น เนื่องจากมีการกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะที่สะท้อนต้นทุนจริงของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าปริมาณมหาศาลและมีเสถียรภาพสูง
  • หัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือการย้ายภาระต้นทุนให้ถูกคน โดยยึดหลัก "ผู้ก่อให้เกิดต้นทุนต้องเป็นผู้รับภาระ" แทนการเฉลี่ยต้นทุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนเหมือนในอดีต

ปฏิรูปค่าไฟครั้งใหญ่! กพช. เคาะ 7 มาตรการ ลดภาระประชาชน เปิดทางตลาดไฟฟ้าเสรี รับยุค Data Center

 

ข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์ประจำสัปดาห์นี้ที่ประชาชนจำนวนมากอาจตั้งตารอ ว่าเมื่อไหร่ค่าไฟจะถูกลง ในวันที่ค่าพลังงาน ค่าครองชีพทุกอย่างมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ ในขณะที่โลกกำลังหันกระแสโบกทิศทางไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น

 

วันนี้โพสต์ทูเดย์ Smart City จะไขความกระจ่างในเรื่องบิลค่าไฟที่ต้องแยกออกจากไฟสาธารณะเพื่อลดภาระของประชาชน (เสียที) และการขยับครั้งสำคัญที่สุดในครั้งนี้ก็คือเรื่องของพลังงานสะอาด! 

 

จุดเปลี่ยนสำคัญ แยก “ค่าไฟสาธารณะ” ออกจากบิลประชาชน

 

ที่ผ่านมา ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนมีส่วนร่วมจ่ายต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะผ่านค่าไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นไฟถนน ไฟส่องสว่างในพื้นที่สาธารณะ หรือภารกิจบางส่วนของภาครัฐ ซึ่งแม้ประชาชนจะไม่ได้ใช้โดยตรง แต่ต้นทุนดังกล่าวถูกเฉลี่ยรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าทุกหน่วย

 

กพช. จึงเห็นชอบให้แยกต้นทุนส่วนนี้ออกจากอัตราค่าไฟบ้านอย่างชัดเจน พร้อมปรับกฎหมายกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อหาแหล่งเงินใหม่มาชดเชยแทน เช่น การจัดเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท Data Center ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ซื้อไฟฟ้าโดยตรงผ่านระบบ Direct PPA เงินที่ได้จากการปรับลดอัตรา Adder รวมถึงโครงการโซลาร์ชุมชน

 

ผลที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนจะไม่ต้องรับภาระค่าไฟสาธารณะเหมือนในอดีต ทำให้ต้นทุนค่าไฟบ้านลดลง และทำให้โครงสร้างค่าไฟสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น


ไขปมค่าไฟไทย! ทำไมบิลประชาชนกำลังจะถูกลง แต่ Data Center ต้องจ่ายแพงขึ้น
 

ลดค่าไฟบ้านโดยตรง หน่วยแรกเหลือ 3 บาท

 

มาตรการที่ประชาชนได้รับผลทันที คือ การปรับอัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยแบบขั้นบันได โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก เหลือเพียง 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่การใช้ไฟตั้งแต่ 201-400 หน่วย และมากกว่า 400 หน่วย ยังคงอัตราเดิม

 

การลดอัตราเฉพาะช่วงแรกสะท้อนแนวคิดช่วยเหลือครัวเรือนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มีการใช้ไฟไม่สูงมาก ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยและปานกลาง

 

นอกจากนี้ ยังมีการขยายนิยาม “ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย” ให้ครอบคลุมบ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งเดิมหลายแห่งต้องเสียค่าไฟในอัตราประเภทชั่วคราวที่แพงกว่า ส่งผลให้ผู้เช่า โดยเฉพาะนักศึกษาและแรงงาน มีโอกาสจ่ายค่าไฟในอัตราเดียวกับบ้านทั่วไป

 

ทำไมต้องให้ Data Center จ่ายมากขึ้น

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายการลงทุนของธุรกิจ Data Center ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง และต้องการระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูง

 

การรองรับธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องลงทุนทั้งโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง และระบบสำรองเพิ่มเติม หากไม่มีการกำหนดโครงสร้างค่าไฟใหม่ ต้นทุนการลงทุนอาจถูกเฉลี่ยไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ

 

กพช. จึงกำหนดให้มีอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center เพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง ทั้งต้นทุนก๊าซ LNG ที่อาจต้องนำเข้าเพิ่ม รวมถึงการลงทุนขยายระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยยึดหลัก “ผู้ก่อให้เกิดต้นทุนต้องเป็นผู้รับภาระ”

 

พร้อมกันนี้ Data Center รายใหญ่ยังต้องวางหลักประกัน (Bond) ก่อนรัฐลงทุนขยายระบบไฟฟ้ารองรับ เพื่อป้องกันการลงทุนเกินความจำเป็น หากโครงการไม่เกิดขึ้นจริง จะไม่ทำให้ประชาชนต้องรับภาระต้นทุนที่สูญเปล่า

 

อีกเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เนื่องจาก Data Center ใช้น้ำจำนวนมากในระบบหล่อเย็น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและภาคเกษตร
 

ไขปมค่าไฟไทย! ทำไมบิลประชาชนกำลังจะถูกลง แต่ Data Center ต้องจ่ายแพงขึ้น

 

เปิดตลาดไฟสะอาดเสรี ด้วย Direct PPA

 

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การขยายระบบซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ผ่านระบบสายส่งของรัฐ (Third Party Access : TPA)

 

เดิมมาตรการนี้เน้นรองรับ Data Center แต่ครั้งนี้ได้ขยายไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดด้วย

 

นั่นหมายความว่า โรงงานหรือผู้ประกอบการสามารถซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนโดยตรง ผ่านโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อผ่านการไฟฟ้าเพียงช่องทางเดียว

 

แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มการแข่งขันในตลาดไฟฟ้า เปิดโอกาสให้เกิดผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหม่ และตอบโจทย์บริษัทข้ามชาติที่มีนโยบายใช้ไฟฟ้าสะอาด 100% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก

 

แก้ปัญหา “Adder” ที่เป็นภาระค่าไฟมานาน

 

อีกมาตรการที่ถูกจับตาคือ การแก้ไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าแบบ Adder ซึ่งเป็นการให้เงินสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในช่วงเริ่มต้นส่งเสริมการลงทุน

 

แม้ Adder จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันพลังงานสะอาดในอดีต แต่เมื่อเทคโนโลยีมีต้นทุนลดลง การจ่ายเงินสนับสนุนในอัตราเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดภาระค่าไฟของประเทศ

 

กพช. จึงเห็นชอบให้กำหนดวันสิ้นสุดของสัญญาบางประเภทอย่างชัดเจน พร้อมปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนจริง และมอบหมายให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งเจรจาแก้ไขสัญญา ซึ่งหากดำเนินการได้สำเร็จ จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟของประเทศในระยะยาว

 

เดินหน้าโซลาร์ชุมชน กระจายรายได้ ลดต้นทุนระบบไฟฟ้า

 

กพช. ยังเห็นชอบเดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ โดยกำหนดหลักการ “1 ตำบล 1 โครงการ” เพื่อให้โอกาสกระจายไปยังหลายพื้นที่ ไม่กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่

 

นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนวิธีคัดเลือกจากระบบ “ยื่นก่อน ได้ก่อน” มาเป็นการให้คะแนนด้านคุณภาพ (Competitive Scoring) และจำกัดสิทธิ์ผู้พัฒนาโครงการรายละไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น

 

การผลิตไฟฟ้าใกล้พื้นที่ใช้งานยังช่วยลดการสูญเสียไฟฟ้าในระบบสายส่ง เพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่าย และช่วยลดต้นทุนของการไฟฟ้าในระยะยาว

 

การลดค่าไฟครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ลดราคา แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างทั้งระบบ

 

แม้มาตรการที่ประชาชนจะเห็นได้ชัดที่สุดคือ ค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย แต่หัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้คือ การย้ายภาระต้นทุนให้ถูกคน ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปไม่ต้องแบกรับต้นทุนจากไฟฟ้าสาธารณะหรือการลงทุนเพื่อรองรับธุรกิจขนาดใหญ่เหมือนที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่สร้างภาระต่อระบบมากขึ้นจะต้องรับผิดชอบต้นทุนตามจริง

 

ในอีกด้านหนึ่ง การเปิดทางให้เกิดการแข่งขันผ่าน Direct PPA และ TPA รวมถึงการปรับโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ยังถือเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปตลาดไฟฟ้าไทยสู่ระบบที่เปิดกว้าง โปร่งใส และแข่งขันได้มากขึ้น

 

หากมาตรการทั้งหมดสามารถผลักดันออกมาเป็นกฎหมายและดำเนินการได้ตามแผน ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากระบบค่าไฟแบบ “เฉลี่ยทุกคนจ่าย” ไปสู่ระบบที่สะท้อนต้นทุนจริง ช่วยลดภาระประชาชน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

กลับบ้านสานต่อผ้าบาติก 30 ปีเจน 2 KiRee พางานคราฟต์คีรีวงไปไกลถึงยุโรป

กลับบ้านสานต่อผ้าบาติก 30 ปีเจน 2 KiRee พางานคราฟต์คีรีวงไปไกลถึงยุโรป