
บอร์ดบีโอไอระดมสมอง ชูเทค-คน-ซัพพลายเชน รับลงทุนใหม่
บอร์ดบีโอไอระดมสมองปรับทิศทางส่งเสริมการลงทุนยุคใหม่ เน้น 3 โจทย์ใหญ่ ชูเทคโนโลยี พัฒนาคน และเชื่อมซัพพลายเชนไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต ดันจีดีพีโต 3%
KEY
POINTS
- บีโอไอปรับทิศทางโดยมุ่งเน้นส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและกิจการศักยภาพสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล และ AI
- ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาคน โดยเน้นการยกระดับทักษะ (Upskill & Reskill) ของบุคลากรไทยเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่
- เปลี่ยนจากการดูตัวเลขการลงทุนไปสู่การสร้างคุณค่าให้ประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
บีโอไอระดมสมองปรับทิศทาง ดึงการลงทุนยุคใหม่
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อทบทวนนโยบายและระดมสมองร่วมกับคณะกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารบีโอไอ ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางการส่งเสริมการลงทุนของไทย ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และมุ่งสร้างประโยชน์ให้คนไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นายเอกนิติ ได้มอบนโยบายให้บีโอไอเป็น "กลไกหลัก" ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยปรับตัวชี้วัดไปสู่การเร่งให้เกิดการลงทุนจริง สร้างมูลค่าเพิ่ม และกระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจในประเทศ พร้อมยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือ ดันเศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่าร้อยละ 3 ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกใน 4 ปี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี
ชู 3 โจทย์ใหญ่ เตรียมไทยรับเศรษฐกิจอนาคต
ที่ประชุมได้หารือทิศทางใหม่ผ่าน "3 โจทย์ใหญ่" เพื่อเตรียมพร้อมประเทศไทยสำหรับการลงทุนในโลกยุคใหม่ ประกอบด้วย:
สร้างคุณค่าอะไร (What to Create): ปรับมุมมองจากการพิจารณาแค่ "ตัวเลขเงินลงทุนและการจ้างงาน" ไปสู่มิติที่สร้างคุณค่าต่อประเทศอย่างยั่งยืน เช่น การเพิ่มมูลค่าในประเทศ, การพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิจัย, การสร้างบุคลากรทักษะสูง และที่สำคัญคือ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) พร้อมกำหนดตัวชี้วัดร่วมระหว่างหน่วยงาน (Integrated Strategic KPIs) เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง
ลงทุนอะไร (What to Invest): โฟกัสกลุ่มเทคโนโลยีและกิจการที่มีศักยภาพสูง อาทิ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ดิจิทัลและ AI, วิศวกรรมและวัสดุขั้นสูง, เกษตรและอาหารมูลค่าสูง, การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงยานยนต์แห่งอนาคต ควบคู่ไปกับการต่อยอดและเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมเดิมของไทยให้ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น และลดการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่จุดแข็ง
ขับเคลื่อนอย่างไร (How to Drive): บูรณาการเครื่องมือสนับสนุนทั้งด้านภาษี การเงิน และการอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่และยกระดับนักลงทุนเดิมสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าสูง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญสูงสุดกับ "การพัฒนาคน" โดยเน้นการยกระดับทักษะ (Upskill & Reskill) ให้บุคลากรไทย ดึงภาคเอกชนร่วมออกแบบหลักสูตร สนับสนุนการฝึกงานจริง และวางกลไกถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จับต้องได้
“บีโอไอจะรักษาจุดแข็งที่นักลงทุนเชื่อมั่น พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่ เพื่อให้เครื่องมือและบริการของเราทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนให้ไทยเป็นจุดหมายการลงทุนที่สร้างการเติบโตและคุณค่าในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าวทิ้งท้าย







