
เจาะยุทธศาสตร์ใหม่ ท่องเที่ยวไทย งาน TTM+ 2026 สู่ Value over Volume
ททท. ปรับยุทธศาสตร์ "The New Thailand" เน้นท่องเที่ยวคุณภาพเพื่อสุขภาพ ดันรายได้ปี 69 แตะ 1.5 ล้านล้านบาท รุกตลาดเอเชียและรักษาฐานยุโรป-อเมริกาอย่างยั่งยืน
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยปี 2569 ผ่านเลนส์ TTM+ 2026
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการเดินทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ใช้โอกาสในงาน Thailand Travel Mart Plus 2026 (TTM+ 2026) ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ณ พัทยา เป็นเวทีประกาศยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ทศวรรษใหม่
งาน TTM+ 2026 ไม่ใช่เพียงแค่การเจรจาธุรกิจทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ไทยรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับสากล โดยสิ่งที่ประเทศไทยได้รับจากเวทีนี้ประกอบด้วย 3 มิติหลัก
- มิติทางเศรษฐกิจ: การจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อ (Buyers) 429 รายจาก 58 ประเทศ และผู้ขาย (Sellers) ชาวไทย 428 ราย คาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศทันทีถึง 5,000 ล้านบาท
- การขยายฐานตลาดใหม่: มีผู้ซื้อเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรกถึง 41.7% โดยเฉพาะตลาดศักยภาพใหม่อย่างตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย, โอมาน, UAE) ที่มียอดผู้ซื้อเพิ่มขึ้นถึง 100% ซึ่งจะเป็นตลาดทดแทนที่สำคัญในยามที่เศรษฐกิจบางภูมิภาคชะลอตัว
- การอัปเดตภาพลักษณ์ใหม่ (Product Update): ททท. ได้สื่อสารทิศทาง "The New Thailand" และแนวคิด "Healing is the New Luxury" ให้กับเอเย่นต์และสื่อต่างชาติกว่า 500 คน เพื่อนำไปบอกต่อว่าไทยไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่คือศูนย์กลางของ Wellness และการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
ยุทธศาสตร์ "Value over Volume" และเป้าหมายปี 2569
ททท. ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 ไว้ที่ 33 ล้านคน โดยมุ่งเน้นกลุ่มคุณภาพที่จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 1.5-1.55 ล้านล้านบาท
หัวใจสำคัญคือการปรับโครงสร้างตลาดที่เรียกว่า "The New Thailand" ซึ่งเน้น 6 กลุ่มศักยภาพสูง ได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness), สินค้าหรูหรา (Luxury), กลุ่มอินเซนทีฟ (Incentive), กีฬา (Sports) และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
ด้านตลาดเป้าหมาย ททท. วางแผนรุกหนักใน ตลาดระยะใกล้ (Short-haul) เช่น จีนและอินเดียที่ยังเติบโตโดดเด่น ขณะเดียวกันก็ยังต้อง รักษาฐานตลาดระยะไกล (Long-haul) อย่างยุโรปและอเมริกา แม้จะมีความท้าทายเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นก็ตาม
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำถึงบทบาทของรัฐบาลว่า: "รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวในฐานะฟันเฟืองหลักขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ งาน TTM+ 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจอย่างยั่งยืน"
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. อธิบายถึงหัวใจของการเปลี่ยนแปลงว่า "งาน TTM+ เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างตลาดท่องเที่ยวสู่เชิงคุณภาพ (Value over Volume) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวไทยที่ ททท. ตั้งใจไว้"
"เราคาดการณ์แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 อยู่ที่ 33 ล้านคน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 1.5-1.55 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวในประเทศจำนวน 200.4 ล้านคน-ครั้ง"
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวถึงจุดขายใหม่ว่า "ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่เรามุ่งเน้นการเติบโตผ่านนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้เดินทาง "
"โดยนำเสนอแนวคิด Healing is the New Luxury และโครงการ Trusted Thailand ยกระดับประเทศไทยสู่หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวคุณภาพ"
สรุปอนาคตท่องเที่ยวไทย
แม้ตัวเลข 5 เดือนแรกของปี 2569 จะมีอาการชะลอตัวเล็กน้อยจากปัจจัยภายนอก
แต่การปรับตัวเข้าหาตลาดคุณภาพและการชูจุดแข็งด้าน Wellness, Gastronomy และ Global Events เช่น Tomorrowland หรือ Pride Show
จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว







