
NIA ดันไทยสู่ฮับมอเตอร์ไซค์ EV อาเซียน ชูนวัตกรรม EM Motor วิ่งไกล 200 กม.
NIA เร่งเครื่องหนุนผู้ประกอบการไทย ยกระดับจากฐานประกอบสู่ฐานพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง มุ่งเจาะตลาดมอเตอร์ไซค์ EV โลกแสนล้านดอลลาร์ พร้อมโชว์เคสแบรนด์ไทย EM Motor
KEY
POINTS
- NIA ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาคอาเซียน โดยเปลี่ยนจากฐานการประกอบสู่การเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี
- ชู "EM Motor" แบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทยเป็นต้นแบบนวัตกรรม โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่า 55%
- มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นเด่นของ EM Motor มีสมรรถนะสูง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพื่อเจาะตลาดกลุ่มเดลิเวอรี
NIA เร่งเครื่องปั้นไทยสู่ “ฮับมอเตอร์ไซค์ EV อาเซียน” หนุนปูเส้นทางจากฐานประกอบสู่ฐานพัฒนาเทคฯ พร้อมโชว์เคส “EM Motor” สองล้ออีวีไทยวิ่งไกล 200 กม.
NIA รุกดันไทยเป็นฮับมอเตอร์ไซค์ EV อาเซียนรับตลาดโลกแสนล้านดอลลาร์ ยกระดับจากฐานประกอบสู่ผู้พัฒนาเทคฯ เน้น 2 มิติหลัก แบตเตอรี่-ระบบจัดการพลังงาน พร้อมโชว์เคส EM Motor แบรนด์ไทยใช้ชิ้นส่วนในประเทศเกิน 55% วิ่งไกล 200 กม. ตอบโจทย์เดลิเวอรี
จุดเปลี่ยนยานยนต์โลก สู่โอกาสแสนล้านของไทย
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ว่า
“ปี 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าโลกแข่งเดือดด้วยเทคโนโลยีและความคุ้มค่ารับเป้า Net Zero โดยตลาดมอเตอร์ไซค์ EV โลกโตพุ่งสู่ 1.26 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2034 มีเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่สุด หนุนโอกาสทองไทยขยับสู่ฮับนวัตกรรมสร้างมูลค่าเศรษฐกิจประเทศ”
ก้าวข้ามจาก "ผู้รับจ้างประกอบ" สู่ "ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง"
เพื่อรับมือกับความท้าทายและการแข่งขันในเวทีโลก ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นคือการขยับจาก “ฐานประกอบ” ไปสู่ “ฐานพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ หรือ “New Growth Engine”
ทั้งนี้ NIA ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยตั้งแต่ระยะพัฒนาต้นแบบ ทดสอบตลาด เชื่อมโยงนักลงทุน ไปจนถึงการขยายผลเชิงพาณิชย์ ผ่านกลไกสำคัญคือ “แพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ” (Mandatory Innovation Business Platform) สาขาธุรกิจนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นการให้ทุนสนับสนุนแบบให้เปล่า (Grant) ในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 75 สำหรับการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมใน 4 สาขาย่อย ประกอบด้วย:
ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ: มุ่งส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างตัวยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปจนถึงเรือโดยสาร พร้อมเร่งยกระดับนวัตกรรมชิ้นส่วนหัวใจหลัก เช่น Battery Pack มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และระบบ BMS อัจฉริยะ
แพลตฟอร์มบริการใช้ยานยนต์ร่วมกัน: สนับสนุนการสร้างโมเดลธุรกิจและระบบโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ เช่น แพลตฟอร์มบริหารจัดการสถานีชาร์จ การยืมใช้ยานยนต์ระยะสั้น และบริการร่วมเดินทาง (Ride-sharing) เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง
การเชื่อมต่อสื่อสารของยานยนต์: ขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Internet of Things (IoT) เพื่อให้ยานพาหนะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์กับโครงสร้างพื้นฐานและรถคันอื่นได้อย่างแม่นยำ
ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ: เร่งพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซนเซอร์ตรวจจับรอบคัน และระบบหุ่นยนต์ควบคุม เพื่อผลักดันให้เกิดยานพาหนะที่สามารถเคลื่อนที่และตัดสินใจแทนมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย
นอกจากเรื่องของเงินทุนและเทคโนโลยีแล้ว ดร.กริชผกา ได้เน้นย้ำถึงบทบาทการเป็นสะพานเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและตลาดของ NIA ว่า
“NIA เชื่อมสตาร์ตอัปไทยกับทุนระดับโลกผ่าน Global Startup Hub ดึงการร่วมลงทุนขยายฐานผลิต EV พร้อมหนุนขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยเปิดทางสู่ตลาดรัฐ (B2G) มุ่งทรานส์ฟอร์มประเทศจากผู้รับจ้างประกอบสู่ผู้พัฒนาเทคฯ ดันไทยเป็นฮับ EV อาเซียนสู่เป้าหมาย Net Zero”
EM Motor โชว์ศักยภาพสองล้อไฟฟ้าฝีมือคนไทย ยอดโตพุ่ง 50%
นายธานัท ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็ม มอเตอร์ จำกัด ได้เปิดเผยถึงเส้นทางการเติบโตและความสำเร็จของแบรนด์ว่า อีเอ็ม มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2018
โดยเริ่มต้นจากการนำเข้าจักรยานไฟฟ้าขนาดเล็ก ก่อนจะต่อยอดสู่การพัฒนาและผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันแบรนด์ EV สัญชาติไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของคนไทย
EM Motor สร้างโรงงานคุมต้นทุน-คุณภาพ รับอานิสงส์มาตรการ EV 3.0 พร้อมส่งรุ่นเรือธง EM Owen Long Range แบตฯ 72V 100Ah มอเตอร์ 3500W วิ่งไกล 200 กม. เจาะกลุ่มเดลิเวอรี ชูความปลอดภัยและบริการหลังการขายเพื่อเปลี่ยนใจผู้ใช้รถสันดาป
นายธานัท ได้กล่าวถึงจุดแข็งและการเติบโตที่เด่นชัดของแบรนด์ว่า
“EM Motor ชูจุดแข็งแบรนด์ไทยใช้ชิ้นส่วนในประเทศเกิน 55% มั่นใจคุณภาพด้วยการรับประกันยาวนานและประกันภัยเพลิงไหม้ ดันยอดโต 50% พร้อมจับมือ NIA ยกระดับสู่ 'Local Champion' ถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับโลกสู่บุคลากรไทยเพื่อแข่งขันในเวทีสากล”
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่าง NIA และผู้ประกอบการไทยที่แข็งแกร่งอย่าง EM Motor จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำและศูนย์กลางเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ







