
ออนิกซ์ฯ จับมือ เจอา คิวชู ร่วมทุนผุด ชามา นอร์ธ พัทยา รับ EEC โต
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ลงนามร่วมทุนยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น เจอาร์ คิวชู ลุยบิ๊กโปรเจกต์ ชามา นอร์ธ พัทยา ปักหมุดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์หรูรับดีมานด์ Long-stay ยุค EEC
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตผ่านพันธมิตรข้ามชาติ ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น 'เจ อาร์ คิว ชู กรุ๊ป' เพื่อเดินหน้าพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการบริการ (Hospitality Real Estate)
ภายใต้โครงการ 'ชามา นอร์ธ พัทยา' หวังปักหมุดชิงส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ในกลุ่มเซกเมนต์ที่พักอาศัยระยะยาว พร้อมเป็นฟันเฟืองหนุนดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC
ต่อยอดความสำเร็จ สู่โมเดลร่วมทุนครั้งที่ 2
การประกาศพันธมิตรในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือขึ้นไปอีกขั้น จากเดิมที่ เจ อาร์ คิว ชู กรุ๊ป เคยจ้างออนิกซ์ฯ บริหารโครงการ "ชามา เลควิว อโศก" จนประสบความสำเร็จอย่างสูงในย่าน CBD ของกรุงเทพฯ โดยดีลล่าสุดนี้ขยับขึ้นมาเป็น "การร่วมทุน" (Joint Venture) ครั้งที่ 2 ของออนิกซ์ฯ กับพันธมิตรต่างชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในแบรนด์ "ชามา" (Shama) และระบบการบริหารจัดการระดับสากลที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างเหนียวแน่น
"การเติบโตของเราไม่ใช่แค่การขยายจำนวนตึก แต่คือการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน แบรนด์ 'ชามา' เติบโตจากความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้ากลุ่ม Long-stay อย่างลึกซึ้ง ซึ่งพัทยาถือเป็นทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเข้ามาเติมเต็ม Ecosystem ร่วมกับแบรนด์อมารีและโอโซ่ เพื่อสร้างคลัสเตอร์ธุรกิจที่ครบวงจรที่สุดในพื้นที่ EEC" ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป
เจาะทำเล "พัทยาเหนือ" ฮับผู้พำนักระยะยาว (Long-stay)
ด้าน โทชิฮิโระ โมริ ตัวแทนจาก คิวชู เรลเวย์ คอมพานี ระบุว่า บริษัทเล็งเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ และเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้เข้าพักยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตัวโครงการ ชามา นอร์ธ พัทยา ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูงของพัทยาเหนือ โดยชูจุดเด่นการบริการที่ผสมผสานระหว่างความสะดวกสบายเสมือนอยู่บ้านของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เข้ากับมาตรฐานบริการระดับโรงแรมหรู มุ่งเจาะกลุ่มตลาดลูกค้าระดับบนและกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือพำนักระยะยาวในไทย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2569 และในอนาคตอันใกล้
การขยับทัพของทุนไทยและทุนญี่ปุ่นในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ของทั้งสองค่าย แต่ยังเป็นสัญญาณบวกที่ชี้วัดว่า "ประเทศไทย" และพื้นที่ "EEC" ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางเนื้อหอมที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ระดับนานาชาติ







