IEA ชี้ โลกใช้ไฟฟ้าเพิ่ม 3% รับอานิสงส์ "EV-Data Center" บูม
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยรายงานภาพรวมพลังงานโลกปี 2025 ระบุยอดใช้ไฟฟ้าทั่วโลกขยายตัว 3% ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล (Data Center)
รายงานภาพรวมพลังงานโลก (Global Energy Review) ประจำปี 2025 ของ IEA ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ ระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวเร็วกว่าความต้องการพลังงานรวมถึงประมาณ 2.3 เท่า โดยดีมานด์จากกลุ่ม EV และดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 38% และ 17% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และอาคารพาณิชย์ ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในภาพรวม
ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว (Advanced economies) ยอดการใช้ไฟฟ้าขยายตัวอย่างแข็งแกร่งที่ 1.6% เมื่อเทียบรายปี โดยสหรัฐอเมริกามีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุด รายงานระบุว่า "กว่า 50% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ มาจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วนที่เหลือมาจากภาคครัวเรือน อุตสาหกรรม และการขนส่ง"
ขณะที่ประเทศจีน ยอดการใช้ไฟฟ้ายังคงเติบโตในระดับสูงเช่นกัน แต่ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสำหรับระบบทำความเย็นลดลงเล็กน้อย จึงทำให้อัตราการเติบโตในจีนต่ำกว่าระดับของปี 2024
ด้านภาพรวมความต้องการพลังงานโลก (Global energy demand) ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ระดับ 1.3% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเล็กน้อย
'โซลาร์เซลล์' ขึ้นแท่นแชมป์แหล่งพลังงานใหม่
จุดที่น่าสนใจในรายงานฉบับนี้คือ ปี 2025 ถือเป็นปีแรกที่ "พลังงานแสงอาทิตย์" (Solar) ก้าวขึ้นมาเป็นแหล่งพลังงานหลักที่สามารถตอบสนองการเติบโตของอุปทานพลังงานโลกได้มากที่สุด
ฟาติห์ บิรอล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการบริหารของ IEA เน้นย้ำในรายงานว่า "พลังงานแสงอาทิตย์มีสัดส่วนกว่า 1 ใน 4 ของความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งสูงกว่าแหล่งพลังงานอื่นๆ ทั้งหมด" ตามมาด้วยก๊าซธรรมชาติในอันดับสองที่สัดส่วน 17%
ด้านยอดการใช้น้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ IEA ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนสำคัญในการลดความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการขนส่ง
ส่วนการใช้ถ่านหิน ปริมาณการใช้ในจีนปรับตัวลดลงเนื่องจากมีการเร่งขยายกำลังการผลิตพลังงานสะอาด สวนทางกับสหรัฐฯ ที่กลับมาใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดนี้เพิ่มขึ้น สาเหตุมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงจนกดดันให้ภาคผลิตไฟฟ้าต้องหันกลับมาพึ่งพาถ่านหินแทน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการใช้ถ่านหินทั่วโลกก็ยังมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2025
นอกจากนี้ เทคโนโลยีภาคพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งปีคือ "ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่" (Battery storage) ซึ่งมีการติดตั้งกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นราว 110 กิกะวัตต์ ขณะเดียวกันทั่วโลกยังเริ่มก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกกว่า 12 กิกะวัตต์ในปีที่ผ่านมาด้วย


