เกมพลังงานเปลี่ยน! PEA เร่งทรานส์ฟอร์ม ดึงสตาร์ทอัพร่วมยกเครื่องโครงข่าย
ไฟฟ้ายุคใหม่ ซับซ้อนขึ้น PEA เร่งทรานส์ฟอร์ม รับเทรนด์ EV-โซลาร์ ดัน Data บริหารโครงข่าย เปิดเวทีดึงสตาร์ทอัพร่วมพัฒนา
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งกระแสการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนจากโซลาร์เซลล์ กำลังเขย่าโครงสร้างระบบไฟฟ้าแบบเดิมให้ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่
ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะยอดจอง EV ที่พุ่งสู่ระดับ “หลักแสนคัน” ส่งผลให้การบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าต้องมีความซับซ้อน ยืดหยุ่น และแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ในเวทีเปิดตัวโครงการ PEA Hackathon 2026 ภายใต้หัวข้อ “Synergy for Impact: ถอดรหัสความสำเร็จและโอกาสของ Tech Startup ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานร่วมกับ PEA” การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงาน
ภูสุดา สงคศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการยุทธศาสตร์ PEA ระบุว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานที่มีความซับซ้อนและรวดเร็ว PEA จึงเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Triple Transformation อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการเปิดรับนวัตกรรมจากภายนอก (Open Innovation) ผ่านความร่วมมือกับบริษัท ไรส์แอคเซล จำกัด (RISE) เพื่อเชื่อมต่อศักยภาพของสตาร์ทอัพเข้ากับโจทย์เชิงระบบขององค์กร
“PEA กำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่สามารถร่วมสร้าง Impact ได้จริงในระบบพลังงานของประเทศ โครงการ PEA Hackthon 2026 จึงเกิดขึ้น เป็น Fast Track ที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพไทย ได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ PEA อย่างใกล้ชิด พร้อมได้รับการสนับสนุนในการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่”
โจทย์ท้าทาย ทำยังไงให้เกิดความมั่นคงด้านไฟฟ้า
ด้านปานทอง ถินสถิตย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า PEA ชี้ว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีความทันสมัยและมีความไดนามิกมากขึ้น โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนวิธีการบริหารโครงข่ายไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อยอด EV เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เราต้องคิดต่อทันทีว่า จะบริหารโครงข่ายอย่างไรให้รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันองค์กรมีสินทรัพย์รวมกว่า 400,000 ล้านบาท และมีสถานีไฟฟ้าต้นทางสำหรับรับและกระจายไฟฟ้าสู่ผู้ใช้งานเกือบ 800 แห่งทั่วประเทศ ทำให้การบริหารโครงข่ายมีความซับซ้อนสูง และเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร
โจทย์หลักจึงอยู่ที่การนำ “ข้อมูล (Data)” มาใช้บริหารจัดการโครงข่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า ลดปัญหาไฟฟ้าดับ และควบคุมคุณภาพไฟฟ้าไม่ให้เกิดไฟตกหรือไฟกระพริบ โดยเฉพาะในโครงข่ายที่ครอบคลุมทั้งระบบสายส่งบนดินและใต้ดินทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน โครงสร้างระบบไฟฟ้ายังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เดิมที่มีเพียงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็นผู้ผลิตหลัก ปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟจำนวนมากสามารถ “ผลิตไฟฟ้าใช้เอง” และกลายเป็น “โปรซูมเมอร์” เช่น ครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งในช่วงที่ใช้ไฟน้อย ไฟฟ้าส่วนเกินสามารถไหลกลับเข้าสู่ระบบได้
นอกจากนี้ ยังมีผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer) ที่เชื่อมต่อเข้าสู่โครงข่ายในระดับเมกะวัตต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้การบริหารสมดุลของระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น
อีกทั้ง แนวโน้มนโยบายภาครัฐที่อาจนำไปสู่ “ตลาดไฟฟ้าเสรี” จะยิ่งเพิ่มความท้าทายในการรักษาคุณภาพบริการและเสถียรภาพของโครงข่าย องค์กรจึงต้องเร่งปรับตัวเข้าสู่ยุคของการบริหารจัดการด้วยข้อมูล (Data-Driven) เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้ใช้ไฟที่เปลี่ยนไป และความต้องการพลังงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต
“ไฟฟ้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิต หากระบบสะดุดย่อมกระทบทุกภาคส่วน ดังนั้นการพัฒนาโครงข่ายให้มีความเสถียรและยืดหยุ่น จึงเป็นภารกิจหลักที่องค์กรต้องเร่งขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการมองหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วยยกระดับระบบไฟฟ้า”
ดึงสตาร์ทอัพร่วมแก้โจทย์
PEA ระบุว่า การทรานส์ฟอร์มองค์กรที่มีผู้ใช้ไฟหลายล้านราย ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความ “คิดไว ทำไว” ของสตาร์ทอัพเข้ามาช่วยเสริมนี่คือโอกาสมหาศาลที่สตาร์ทอัพจะได้สเกลธุรกิจบนโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ
โครงการ PEA Hackathon 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าเวทีแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันใน 2 มิติหลัก ได้แก่ Logistic & Supply Chain และ Grid Operation พร้อม 4 โจทย์สำคัญ ได้แก่ AI Procurement Planning,Inventory & Safety Stock Optimization,Substation Resource & Workforce Optimization,Energy Resource Optimization
โครงการเปิดรับสตาร์ทอัพจำนวนมาก ก่อนคัดเลือก 50 ทีมเข้าสู่รอบแรก และเหลือ 20 ทีมในรอบพัฒนา PoC ซึ่งจะได้รับทุนสนับสนุนสูงสุด 25,000 บาทต่อทีม ใช้เวลาพัฒนา 20 วัน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก PEA ก่อนแข่งขันรอบสุดท้ายเพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 335,000 บาท
สตาร์ทอัพได้ “ดาต้าจริง-สนามจริง” เร่งโตแบบก้าวกระโดด
ขณะที่ เจษฎากร สมิทธิอรรถกร CEO บริษัท Data Wow และ AI & Digital Innovation Mentor มองว่า อุตสาหกรรมพลังงานเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับสตาร์ทอัพ เนื่องจากมีขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยโจทย์เชิงระบบ
“การเข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่หรือหน่วยงานรัฐอย่าง PEA โดยปกติถือเป็นเรื่องยากสำหรับสตาร์ทอัพและคนรุ่นใหม่ เนื่องจากมีขั้นตอน กระบวนการ และข้อจำกัดด้านกฎหมายจำนวนมาก ถือเป็น 'ทางลัด' ที่ช่วยลดข้อจำกัดเหล่านั้นลง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้ามาทดลองพัฒนาไอเดียได้โดยไม่ต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ซับซ้อน พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด"
เจษฎากร ชี้ว่า สิ่งที่สตาร์ทอัพขาดมาโดยตลอดคือข้อมูลจริง และโอกาสในการทดลองในสเกลใหญ่ ซึ่งโครงการนี้ช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าว ผ่านการเปิด Sandbox และการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีอย่าง AI, Data Analytics และ IoT จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับระบบพลังงาน เช่น การวิเคราะห์ความผิดปกติของโครงข่าย หรือการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Forecasting) เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
เพิ่มรายได้-ลดต้นทุน ด้วยเทคโนโลยี
ทั้งนี้ เจษฎากร ยังสะท้อนว่า ไม่ว่าอุตสาหกรรมใด โจทย์พื้นฐานของธุรกิจยังคงอยู่ที่ “การเพิ่มรายได้” และ “การลดต้นทุน” ซึ่งเทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การบริหารสต๊อกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้สมดุล หรือการใช้โมเดลคาดการณ์เพื่อวางแผนจัดซื้อ
สุดท้าย ชนัญชิดา ชอบชื่นชม รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาองค์กรและบริหารการเปลี่ยนแปลง PEA ระบุว่า องค์กรได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนเชิงลึก โดยมี Product Owner ทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โซลูชันที่พัฒนาสามารถนำไปใช้งานได้จริง เปิดรับสมัครถึง 19 เม.ย. ชิงรางวัลรวม 3.35 แสนบาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ความร่วมมือเชิงธุรกิจในระยะยาว
การเปิดเวทีครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความพยายามของ PEA ในการรับมือ “โลกพลังงานยุคใหม่” ที่ซับซ้อนขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณชัดว่า อนาคตของระบบไฟฟ้าจะไม่ได้ขับเคลื่อนโดยองค์กรขนาดใหญ่เพียงลำพัง หากแต่ต้องอาศัยพลังของนวัตกรรมและความร่วมมือจากสตาร์ทอัพในการร่วมสร้างโครงข่ายพลังงานอัจฉริยะให้กับประเทศต่อไป


