ส่องรถรางไฟฟ้าสายสีแดงเชียงใหม่ ลดมลพิษ เดินทางสะดวกเชื่อมเมือง
รฟม. เผยผลศึกษาแทรมสายสีแดงแม่เหียะ-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 5 กม. 5 สถานี ยกระดับขนส่งมวลชนเชียงใหม่สู่ Smart City ลดใช้รถส่วนตัว แก้ปัญหารถติดและมลพิษอากาศ คาดเปิดใช้ปี 75
KEY
POINTS
- โครงการรถรางไฟฟ้า (Tramway) สายสีแดงในจังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางจากแยกแม่เหียะสมานสามัคคีถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ประกอบด้วย 5 สถานี
- มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ลดมลพิษทางอากาศจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว และยกระดับการเดินทางให้สะดวก รวดเร็ว เพื่อขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
- คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 และมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2575 โดยเป็นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP)
พลิกโฉมการเดินทางเชียงใหม่ ยกระดับ Smart City ด้วยรถรางไฟฟ้าสายสีแดง
การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในจังหวัดเชียงใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทันสมัยและยั่งยืนมากขึ้น
ล่าสุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยผลสรุปการศึกษาโครงการ ระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (ช่วงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี - อุทยานหลวงราชพฤกษ์) ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการแก้ไขปัญหาจราจรและขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่การเป็น Smart City อย่างเต็มรูปแบบ
ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งล่าสุด นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการ (กลยุทธ์และแผน) รฟม. พร้อมด้วย นายนักปราชญ์ ไชยานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ (ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่) ได้ร่วมกันนำเสนอผลการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการต่อสาธารณชน
โครงการนี้จะใช้ระบบ รถรางไฟฟ้า (Tramway) ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าที่วิ่งไปตามรางบนถนน มีระยะทางรวมประมาณ 5 กิโลเมตร เริ่มต้นจากแยกแม่เหียะสมานสามัคคี วิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 108 และเข้าสู่ทางหลวงชนบท ชม.3028 จนถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์
เส้นทางแห่งอนาคต 5 สถานี เชื่อมต่อเมืองอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการได้ออกแบบสถานีรับ-ส่งผู้โดยสารไว้ทั้งหมด 5 สถานี ได้แก่:
- สถานีบ้านดอนปิน
- สถานีแยกพืชสวนโลก (พร้อมพื้นที่จอดแล้วจร)
- สถานีบ้านเอื้ออาทร
- สถานีแยกราชพฤกษ์ (พร้อมพื้นที่จอดแล้วจร)
- สถานีอุทยานหลวงราชพฤกษ์
การออกแบบโครงการนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่ความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยมุ่งเป้าไปที่การลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งจะช่วยลดปริมาณมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน
ไทม์ไลน์การดำเนินงาน ตามแผนงานที่ รฟม. วางไว้ โครงการจะดำเนินการในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) โดยมีกำหนดการสำคัญดังนี้:
- ปี 2570: เริ่มคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน
- ปี 2571 - 2574: ดำเนินการก่อสร้างโครงการ
- ปี 2575: เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ จะกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่าง "สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย" พร้อมทั้งเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมในจังหวัดเชียงใหม่ให้ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เคย


