posttoday

ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล

02 มีนาคม 2569

กทม. เดินหน้าสางปัญหาจราจร อัปเกรดไฟแดงเป็นระบบ Adaptive 74 แยก บริหารสัญญาณไฟตามจริง ลดรอนาน 41% จ่อขยายเพิ่ม 50 แยกปี 69 เพื่อการเดินทางที่ลื่นไหล

KEY

POINTS

บอกลาไฟแดงตั้งเวลา: กทม. อัปเกรดไฟจราจรจากระบบ Fixed Time เป็น Adaptive Control นำร่องแล้ว 74 แยก ช่วยลดความล่าช้าสะสมในการเดินทางได้สูงสุดถึง 41%

เดินหน้าขยายโครงข่าย: เตรียมติดตั้งระบบอัจฉริยะเพิ่มอีก 50 ทางแยกในปี 2569 มุ่งเน้นการเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายเพื่อบริหารจราจรทั้งระบบ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด

ลดภาระตำรวจจราจร: ทำงานร่วมกับ บช.น. คืนเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องยืนกดสัญญาณไฟ เพื่อไปโฟกัสงานบังคับใช้กฎหมายและดูแลความปลอดภัยจุดอื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

กรุงเทพฯ ยุคใหม่ ก้าวสู่ Smart City ด้วย “สมองกล” จัดการจราจร

ปัญหา “ไฟเขียวแต่ไม่มีรถ” หรือ “ไฟแดงนานจนท้อ” กำลังจะค่อยๆ หมดไปจากกรุงเทพมหานคร เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในการจัดการปัญหาคลาสสิกของคนกรุง ล่าสุด กทม. ภายใต้การนำของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการยกระดับสัญญาณไฟจราจรสู่ระบบ Adaptive Control ณ แยกถนนสุขุมวิท 71 เพื่อขับเคลื่อนเมืองหลวงสู่การเป็น Smart City อย่างเป็นรูปธรรม
 

ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล

ปัจจุบัน กทม. มีทางแยกในความดูแลถึง 746 แห่ง แต่กว่า 80% ยังคงเป็นระบบ Fixed Time หรือการตั้งเวลาไฟเขียว-ไฟแดงแบบตายตัว ซึ่งไม่สอดรับกับปริมาณรถในชั่วโมงเร่งด่วน กทม. จึงเร่งนำเทคโนโลยีกล้อง CCTV ผสานกับระบบประมวลผลภาพ (Image Processing) และอัลกอริทึม มาช่วยตรวจจับปริมาณรถแบบ Real-time เพื่อสั่งการสัญญาณไฟให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงตรงหน้า

ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล

ผลลัพธ์ชัดเจน: ลดเวลารถติด คืนเวลาให้ชีวิต

ในช่วงปี 2567–2568 กทม. ได้เปิดใช้งานระบบ Adaptive ไปแล้วใน 74 ทางแยก ครอบคลุมถนนสายหลัก ผลประเมินชี้ชัดว่าสามารถ ลดความล่าช้า (Delay) บริเวณทางแยกได้เฉลี่ย 10–41% * แยกสามเหลี่ยมดินแดง: ลดความล่าช้าได้สูงสุดถึง 41%

แยกพระโขนง (ฝั่งถนนพระราม 4): จากเดิมที่ประชาชนต้องรอไฟแดงนานถึง 12 นาที ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 5–6 นาที

นอกจากนี้ ระบบยังฉลาดพอที่จะป้องกันปัญหา Gridlock (รถติดค้างกลางแยก) โดยหากระบบประมวลผลพบว่าเส้นทางข้างหน้าระบายรถไม่ได้ จะทำการตัดไฟเขียวทันทีเพื่อลดการกีดขวาง

"เทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาจราจรอย่างเป็นระบบ แม้ไม่ใช่ ‘เครื่องมือวิเศษ’ ที่ทำให้รถหายติดทันที แต่เป็นหนึ่งในเฟืองหลักที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของคนกรุงเทพฯ"  ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล

ก้าวต่อไป: เชื่อมต่อโครงข่าย สร้าง "เมืองเดินทางดี" ที่ยั่งยืน

สำหรับแผนงานในปี 2569 กทม. เตรียมเดินหน้าติดตั้งระบบ Adaptive เพิ่มอีก 50 ทางแยก และวางแผนต่อเนื่องอีก 20 ทางแยกในอนาคต โดยเน้นจุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็น "โครงข่าย" เพื่อให้การปล่อยรถสอดประสานกันทั้งระบบ

แนวทางดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตำรวจนครบาล เพราะช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ในการควบคุมสัญญาณไฟด้วยมือ ทำให้ตำรวจสามารถกระจายกำลังไปดูแลความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายในจุดเสี่ยงอื่นได้มากขึ้น

ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล

"การติดตั้ง ‘สมองกล’ ให้กับทางแยกในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปรับเวลาไฟ แต่เป็นการยกระดับการบริหารจัดการจราจรทั้งระบบ ลดเวลาการเดินทาง ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ และขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เป้าหมาย ‘เมืองเดินทางดี’ อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย
ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล

ข่าวล่าสุด

ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล