ทลายรถติดกลางกรุง! กทม. เปลี่ยนไฟจราจร 74 แยกเป็นสมองกล
กทม. เดินหน้าสางปัญหาจราจร อัปเกรดไฟแดงเป็นระบบ Adaptive 74 แยก บริหารสัญญาณไฟตามจริง ลดรอนาน 41% จ่อขยายเพิ่ม 50 แยกปี 69 เพื่อการเดินทางที่ลื่นไหล
KEY
POINTS
บอกลาไฟแดงตั้งเวลา: กทม. อัปเกรดไฟจราจรจากระบบ Fixed Time เป็น Adaptive Control นำร่องแล้ว 74 แยก ช่วยลดความล่าช้าสะสมในการเดินทางได้สูงสุดถึง 41%
เดินหน้าขยายโครงข่าย: เตรียมติดตั้งระบบอัจฉริยะเพิ่มอีก 50 ทางแยกในปี 2569 มุ่งเน้นการเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายเพื่อบริหารจราจรทั้งระบบ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด
ลดภาระตำรวจจราจร: ทำงานร่วมกับ บช.น. คืนเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องยืนกดสัญญาณไฟ เพื่อไปโฟกัสงานบังคับใช้กฎหมายและดูแลความปลอดภัยจุดอื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
กรุงเทพฯ ยุคใหม่ ก้าวสู่ Smart City ด้วย “สมองกล” จัดการจราจร
ปัญหา “ไฟเขียวแต่ไม่มีรถ” หรือ “ไฟแดงนานจนท้อ” กำลังจะค่อยๆ หมดไปจากกรุงเทพมหานคร เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในการจัดการปัญหาคลาสสิกของคนกรุง ล่าสุด กทม. ภายใต้การนำของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการยกระดับสัญญาณไฟจราจรสู่ระบบ Adaptive Control ณ แยกถนนสุขุมวิท 71 เพื่อขับเคลื่อนเมืองหลวงสู่การเป็น Smart City อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบัน กทม. มีทางแยกในความดูแลถึง 746 แห่ง แต่กว่า 80% ยังคงเป็นระบบ Fixed Time หรือการตั้งเวลาไฟเขียว-ไฟแดงแบบตายตัว ซึ่งไม่สอดรับกับปริมาณรถในชั่วโมงเร่งด่วน กทม. จึงเร่งนำเทคโนโลยีกล้อง CCTV ผสานกับระบบประมวลผลภาพ (Image Processing) และอัลกอริทึม มาช่วยตรวจจับปริมาณรถแบบ Real-time เพื่อสั่งการสัญญาณไฟให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงตรงหน้า
ผลลัพธ์ชัดเจน: ลดเวลารถติด คืนเวลาให้ชีวิต
ในช่วงปี 2567–2568 กทม. ได้เปิดใช้งานระบบ Adaptive ไปแล้วใน 74 ทางแยก ครอบคลุมถนนสายหลัก ผลประเมินชี้ชัดว่าสามารถ ลดความล่าช้า (Delay) บริเวณทางแยกได้เฉลี่ย 10–41% * แยกสามเหลี่ยมดินแดง: ลดความล่าช้าได้สูงสุดถึง 41%
แยกพระโขนง (ฝั่งถนนพระราม 4): จากเดิมที่ประชาชนต้องรอไฟแดงนานถึง 12 นาที ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 5–6 นาที
นอกจากนี้ ระบบยังฉลาดพอที่จะป้องกันปัญหา Gridlock (รถติดค้างกลางแยก) โดยหากระบบประมวลผลพบว่าเส้นทางข้างหน้าระบายรถไม่ได้ จะทำการตัดไฟเขียวทันทีเพื่อลดการกีดขวาง
"เทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาจราจรอย่างเป็นระบบ แม้ไม่ใช่ ‘เครื่องมือวิเศษ’ ที่ทำให้รถหายติดทันที แต่เป็นหนึ่งในเฟืองหลักที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของคนกรุงเทพฯ" ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ก้าวต่อไป: เชื่อมต่อโครงข่าย สร้าง "เมืองเดินทางดี" ที่ยั่งยืน
สำหรับแผนงานในปี 2569 กทม. เตรียมเดินหน้าติดตั้งระบบ Adaptive เพิ่มอีก 50 ทางแยก และวางแผนต่อเนื่องอีก 20 ทางแยกในอนาคต โดยเน้นจุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็น "โครงข่าย" เพื่อให้การปล่อยรถสอดประสานกันทั้งระบบ
แนวทางดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตำรวจนครบาล เพราะช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ในการควบคุมสัญญาณไฟด้วยมือ ทำให้ตำรวจสามารถกระจายกำลังไปดูแลความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายในจุดเสี่ยงอื่นได้มากขึ้น
"การติดตั้ง ‘สมองกล’ ให้กับทางแยกในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปรับเวลาไฟ แต่เป็นการยกระดับการบริหารจัดการจราจรทั้งระบบ ลดเวลาการเดินทาง ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ และขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เป้าหมาย ‘เมืองเดินทางดี’ อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย


